News
เปิดเผยโครงการอสังหาริมทรัพย์และพื้นที่สาธารณะใหม่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาที่น่าจับตามอง

สรุป
สำรวจโครงการพัฒนาริมแม่น้ำเจ้าพระยาล่าสุด ตั้งแต่คอนโดมิเนียมหรู โรงแรมระดับโลก ไปจนถึงพื้นที่สาธารณะที่กำลังเปลี่ยนโฉมกรุงเทพฯ
ริมแม่น้ำเจ้าพระยาในกรุงเทพฯ กำลังเปลี่ยนโฉมมาอย่างเงียบๆ หลายปีแล้ว แต่ปี 2025 และ 2026 คือช่วงที่เห็นความเปลี่ยนแปลงชัดเจนที่สุด ตั้งแต่ย่านเจริญนครฝั่ง Thonburi ไปจนถึงบางกระวะและ Krung Thon Buri ปั้นจั่นตั้งตระหง่าน รั้วก่อสร้างเริ่มถูกรื้อออก และไลฟ์สไตล์ริมแม่น้ำรูปแบบใหม่กำลังมาเร็วกว่าที่หลายคนคาดไว้
หากคุณจับตาดูย่านนี้มาสักพัก คงรู้ดีว่าทุกอย่างเริ่มเปลี่ยนตั้งแต่ ICONSIAM เปิดในปี 2018 โปรเจกต์มหึมาแห่งนี้ดึงการใช้จ่ายระดับลักชัวรี นักเดินทาง และความสนใจจากนักพัฒนาระยะยาวมาที่ฝั่งตะวันตกของแม่น้ำ สิ่งที่กำลังสร้างอยู่ตอนนี้คือบทต่อไปบนฐานที่วางไว้แล้ว และกำลังขยายออกทั้งสองฝั่งพร้อมกัน
BTS Gold Line ที่เชื่อม Krung Thon Buri ไปยัง Khlong San ผ่านสถานี Charoen Nakhon และ Krung Thon Buri Exchange ได้พลิกโฉมการเข้าถึงฝั่ง Thonburi โดยสิ้นเชิง ก่อนหน้านั้น การเดินทางจาก Charoen Nakhon ไปยัง Sathorn หรือ Si Lom ต้องอาศัยเรือด่วนไป Saphan Taksin หรือนั่งแท็กซี่ฝ่าการจราจรบนสะพาน Taksin ความยุ่งยากที่ทำให้ผู้เช่าหลายคนหันหลังให้ย่านนี้
MRT Blue Line ก็มีบทบาทสำคัญไม่แพ้กัน สถานี Tha Phra บนเส้นทางส่วนต่อขยายเชื่อม Thonburi เข้ากับโครงข่ายรถไฟฟ้าหลักทั้งระบบ ทำให้ผู้อยู่อาศัยในย่าน Charoen Nakhon และ Krung Thon Buri มีตัวเลือกเดินทางด้วยรางถึงสองสาย ซึ่งหาได้ยากมากในกรุงเทพฯ และสิ่งนี้สะท้อนออกมาในราคาค่าเช่าอย่างชัดเจน
ผลที่เห็นได้ชัดในระดับถนนคือแถว Charoen Nakhon ซอย 13 ถึง 15 ไม่กี่ปีก่อน ที่นี่ยังเป็นซอยเงียบสงบมีตึกแถวเก่าและรถเข็นขายอาหารประปราย แต่ตอนนี้เต็มไปด้วย boutique hotel โปรเจกต์ co-living และคอนโดใหม่ที่เติมเต็มพื้นที่ว่างในอัตราที่แม้แต่คนกรุงเทพฯ เองยังแปลกใจ The Residences at Mandarin Oriental Bangkok คือเกณฑ์มาตรฐานที่ชัดเจนที่สุดว่าเพดานราคาของทำเลนี้อยู่ที่ไหน
Magnolias Waterfront Residences at ICONSIAM ยังคงเป็นโครงการเรือธงฝั่ง Thonburi โดยมีการส่งมอบยูนิตจากหลายเฟสในระยะเวลาที่ต่างกัน ราคาเริ่มต้นที่ประมาณ 15 ล้านบาทสำหรับห้อง 1 ห้องนอน ส่วนยูนิตชั้นสูงที่มองเห็น Rama VIII Bridge แบบไม่มีอะไรบัง ราคาสูงกว่านั้นอีกมาก โครงสร้างแบบ leasehold อาจทำให้ผู้ซื้อบางส่วนลังเล แต่ความต้องการเช่าในโครงการนี้แข็งแกร่งมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เริ่มส่งมอบ
ฝั่งกรุงเทพฯ บริเวณ Charoen Krung ระหว่างซอย 36 ถึง 42 กำลังมีโครงการ mixed-use ขนาดกะทัดรัดผุดขึ้นต่อเนื่อง มุ่งเป้าไปที่กลุ่มชาวต่างชาติที่ใส่ใจดีไซน์และกลุ่ม creative professional โดยทั่วไปเป็นอาคารขนาดเล็ก 80,150 ยูนิต ราคาสตูดิโอและ 1 ห้องนอนอยู่ระหว่าง 6,13 ล้านบาท บรรยากาศและสไตล์ตั้งใจให้แตกต่างจากคอนโดกรุงเทพฯ แบบเดิมๆ อย่างชัดเจน
News · โดย ทีมบรรณาธิการ SuperagentSuperagent คืออะไร? รู้จัก AI Brokerage ที่กำลังเปลี่ยนวงการเช่าคอนโดกรุงเทพฯSuperagent ไม่ใช่พอร์ทัลหาบ้าน แต่คือ AI-native Brokerage ที่จัดการทุกอย่างตั้งแต่ลงประกาศจนถึงเซ็นสัญญา ปิดดีลเร็วกว่านายหน้าทั่วไปถึง 10 เท่า ด้วย Gross Margin สูงกว่าอุตสาหกรรม 6 เท่า22 พ.ค. 25691 นาที
ริมแม่น้ำเจ้าพระยาในกรุงเทพฯ กำลังเปลี่ยนโฉมมาอย่างเงียบๆ หลายปีแล้ว แต่ปี 2025 และ 2026 คือช่วงที่เห็นความเปลี่ยนแปลงชัดเจนที่สุด ตั้งแต่ย่านเจริญนครฝั่ง Thonburi ไปจนถึงบางกระวะและ Krung Thon Buri ปั้นจั่นตั้งตระหง่าน รั้วก่อสร้างเริ่มถูกรื้อออก และไลฟ์สไตล์ริมแม่น้ำรูปแบบใหม่กำลังมาเร็วกว่าที่หลายคนคาดไว้
หากคุณจับตาดูย่านนี้มาสักพัก คงรู้ดีว่าทุกอย่างเริ่มเปลี่ยนตั้งแต่ ICONSIAM เปิดในปี 2018 โปรเจกต์มหึมาแห่งนี้ดึงการใช้จ่ายระดับลักชัวรี นักเดินทาง และความสนใจจากนักพัฒนาระยะยาวมาที่ฝั่งตะวันตกของแม่น้ำ สิ่งที่กำลังสร้างอยู่ตอนนี้คือบทต่อไปบนฐานที่วางไว้แล้ว และกำลังขยายออกทั้งสองฝั่งพร้อมกัน
BTS Gold Line ที่เชื่อม Krung Thon Buri ไปยัง Khlong San ผ่านสถานี Charoen Nakhon และ Krung Thon Buri Exchange ได้พลิกโฉมการเข้าถึงฝั่ง Thonburi โดยสิ้นเชิง ก่อนหน้านั้น การเดินทางจาก Charoen Nakhon ไปยัง Sathorn หรือ Si Lom ต้องอาศัยเรือด่วนไป Saphan Taksin หรือนั่งแท็กซี่ฝ่าการจราจรบนสะพาน Taksin ความยุ่งยากที่ทำให้ผู้เช่าหลายคนหันหลังให้ย่านนี้
MRT Blue Line ก็มีบทบาทสำคัญไม่แพ้กัน สถานี Tha Phra บนเส้นทางส่วนต่อขยายเชื่อม Thonburi เข้ากับโครงข่ายรถไฟฟ้าหลักทั้งระบบ ทำให้ผู้อยู่อาศัยในย่าน Charoen Nakhon และ Krung Thon Buri มีตัวเลือกเดินทางด้วยรางถึงสองสาย ซึ่งหาได้ยากมากในกรุงเทพฯ และสิ่งนี้สะท้อนออกมาในราคาค่าเช่าอย่างชัดเจน
ผลที่เห็นได้ชัดในระดับถนนคือแถว Charoen Nakhon ซอย 13 ถึง 15 ไม่กี่ปีก่อน ที่นี่ยังเป็นซอยเงียบสงบมีตึกแถวเก่าและรถเข็นขายอาหารประปราย แต่ตอนนี้เต็มไปด้วย boutique hotel โปรเจกต์ co-living และคอนโดใหม่ที่เติมเต็มพื้นที่ว่างในอัตราที่แม้แต่คนกรุงเทพฯ เองยังแปลกใจ The Residences at Mandarin Oriental Bangkok คือเกณฑ์มาตรฐานที่ชัดเจนที่สุดว่าเพดานราคาของทำเลนี้อยู่ที่ไหน
ฝากข้อมูลแล้วอ่านบทความต่อได้เลย ทีมงานจะติดต่อกลับ
Magnolias Waterfront Residences at ICONSIAM ยังคงเป็นโครงการเรือธงฝั่ง Thonburi โดยมีการส่งมอบยูนิตจากหลายเฟสในระยะเวลาที่ต่างกัน ราคาเริ่มต้นที่ประมาณ 15 ล้านบาทสำหรับห้อง 1 ห้องนอน ส่วนยูนิตชั้นสูงที่มองเห็น Rama VIII Bridge แบบไม่มีอะไรบัง ราคาสูงกว่านั้นอีกมาก โครงสร้างแบบ leasehold อาจทำให้ผู้ซื้อบางส่วนลังเล แต่ความต้องการเช่าในโครงการนี้แข็งแกร่งมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เริ่มส่งมอบ
ฝั่งกรุงเทพฯ บริเวณ Charoen Krung ระหว่างซอย 36 ถึง 42 กำลังมีโครงการ mixed-use ขนาดกะทัดรัดผุดขึ้นต่อเนื่อง มุ่งเป้าไปที่กลุ่มชาวต่างชาติที่ใส่ใจดีไซน์และกลุ่ม creative professional โดยทั่วไปเป็นอาคารขนาดเล็ก 80,150 ยูนิต ราคาสตูดิโอและ 1 ห้องนอนอยู่ระหว่าง 6,13 ล้านบาท บรรยากาศและสไตล์ตั้งใจให้แตกต่างจากคอนโดกรุงเทพฯ แบบเดิมๆ อย่างชัดเจน
ฝากข้อมูลแล้วอ่านบทความต่อได้เลย ทีมงานจะติดต่อกลับ