Guides
ปกป้องตัวเองจากปัญหาเช่าคอนโด เรียนรู้สิทธิและหน้าที่ของผู้เช่าตามกฎหมายไทย

สรุป
ปัญหาเช่าคอนโดเป็นเรื่องธรรมดา แต่หลายคนไม่รู้สิทธิของตัวเอง เจ้าของอาจยึดเงินมัดจำ ขึ้นค่าเช่าฉับพลัน หรือบุกห้องโดยไม่แจ้งล่วงหน้า บทความนี้อธิบายสิทธิสำ
เคยเจอเรื่องแบบนี้ไหม? เจ้าของคอนโดยึดเงินมัดจำไม่คืน ขึ้นค่าเช่ากลางคัน หรือบุกเข้าห้องโดยไม่บอกล่วงหน้า ถ้าเคย คุณไม่ได้อยู่คนเดียว ปัญหาเหล่านี้เกิดขึ้นบ่อยมากในตลาดเช่าคอนโดกรุงเทพ โดยเฉพาะกับชาวต่างชาติที่ไม่คุ้นเคยกฎหมายไทย และคนไทยที่ไม่เคยอ่านสัญญาเช่าจริงจังสักที
ความจริงคือ กฎหมายไทยคุ้มครองผู้เช่าไว้หลายข้อ แต่คนส่วนใหญ่ไม่รู้ว่าตัวเองมีสิทธิ์อะไรบ้าง บทความนี้จะสรุปให้ชัดเจนว่า สิทธิ์ผู้เช่าคอนโดไทยมีอะไร กฎหมายพูดว่ายังไง และเวลาเจอปัญหาต้องทำยังไง ไม่มีศัพท์กฎหมายหนักหัว อ่านจบรู้เรื่องเลย
กฎหมายที่เกี่ยวกับการเช่าคอนโดในไทยมีหลายฉบับ แต่ตัวหลักๆ ที่ต้องรู้มี 3 ตัว ตัวแรกคือ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ลักษณะเช่าทรัพย์ (มาตรา 537-571) ซึ่งเป็นกฎหมายแม่ของการเช่าทุกประเภท กำหนดเรื่องสิทธิ์และหน้าที่ของทั้งผู้เช่าและผู้ให้เช่า
ตัวที่สองคือ ประกาศคณะกรรมการว่าด้วยสัญญา เรื่อง ให้ธุรกิจการให้เช่าอาคารเพื่ออยู่อาศัยเป็นธุรกิจที่ควบคุมสัญญา พ.ศ. 2562 ของ สคบ. (สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค) ตัวนี้สำคัญมากเพราะกำหนดข้อห้ามหลายอย่างที่เจ้าของคอนโดทำไม่ได้ ตามข้อมูลจาก สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ประกาศฉบับนี้มีผลบังคับใช้กับการเช่าที่พักอาศัยทั่วประเทศ
ตัวที่สามคือ พ.ร.บ. อาคารชุด พ.ศ. 2522 ที่แก้ไขเพิ่มเติม ซึ่งเกี่ยวกับกฎระเบียบของนิติบุคคลอาคารชุด ส่งผลต่อผู้เช่าในเรื่องส่วนกลาง การใช้พื้นที่ และค่าใช้จ่ายต่างๆ
เงินมัดจำเรียกเก็บได้ไม่เกิน 1 เดือน, ตามประกาศ สคบ. ปี 2562 เจ้าของคอนโดเรียกเก็บเงินประกัน (เงินมัดจำ) ได้ไม่เกิน 1 เดือนของค่าเช่า ถ้าเช่าคอนโดย่านอโศก ราคา 25,000 บาทต่อเดือน เจ้าของเรียกมัดจำได้สูงสุด 25,000 บาทเท่านั้น ใครเรียก 2-3 เดือน ถือว่าผิดกฎหมาย อย่างไรก็ตาม ในทางปฏิบัติ เจ้าของหลายรายยังคงเรียกเก็บ 2 เดือน โดยเฉพาะในคอนโดระดับกลาง-สูงอย่าง The Lumpini 24 ใกล้สถานี Phrom Phong หรือ Ideo Q Sukhumvit 36 ใกล้สถานี Thong Lo
ต้องคืนเงินมัดจำภายใน 7 วัน, หลังสัญญาเช่าสิ้นสุดและส่งมอบห้องคืนแล้ว เจ้าของต้องคืนเงินมัดจำภายใน 7 วัน ถ้าหักค่าเสียหาย ต้องแจ้งรายละเอียดและหลักฐานชัดเจน ไม่ใช่หักแบบมั่วๆ แล้วบอกว่า "ห้องสกปรก" โดยไม่มีรูปถ่ายประกอบ
ค่าน้ำค่าไฟต้องคิดตามอัตราราชการ, เจ้าของคอนโดบวกค่าน้ำค่าไฟเกินราคาจริงไม่ได้ ต้องเก็บตามอัตราที่การไฟฟ้านครหลวงและการประปานครหลวงกำหนด เช่น ค่าไฟหน่วยละประมาณ 4-5 บาท ไม่ใช่ 8-10 บาทอย่างที่เจ้าของบางคนชอบเรียก ตรงนี้เป็นปัญหาคลาสสิกที่เจอบ่อยมากในคอนโดย่านรัชดา-ลาดพร้าว และห้วยขวาง
เจ้าของห้ามเข้าห้องโดยไม่ได้รับอนุญาต, ถึงจะเป็นเจ้าของห้อง แต่เมื่อให้เช่าแล้ว ผู้เช่ามีสิทธิ์ครอบครองตามสัญญา เจ้าของจะเปิดประตูเข้ามาเฉยๆ ไม่ได้ ต้องนัดหมายล่วงหน้าและได้รับความยินยอมจากผู้เช่า
เรื่องนี้สร้างความกังวลให้ผู้เช่ามากที่สุด โดยเฉพาะคนที่เช่าระยะยาว กฎหมายกำหนดไว้ชัดว่า ระหว่างที่สัญญาเช่ายังมีผลอยู่ เจ้าของขึ้นค่าเช่าไม่ได้ ถ้าเซ็นสัญญาไว้ที่ 20,000 บาทต่อเดือน เป็นเวลา 1 ปี ราคานี้ต้องคงที่ตลอดสัญญา
การขึ้นค่าเช่าจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อต่อสัญญาใหม่ และทั้งสองฝ่ายตกลงกัน ถ้าไม่ตกลงก็ไม่ต้องต่อสัญญา ง่ายๆ แบบนี้ ตัวอย่างเช่น คอนโดย่านพระราม 9 อย่าง Life Asoke-Rama 9 ใกล้สถานี Rama 9 ค่าเช่าเฉลี่ยตอนนี้อยู่ที่ประมาณ 15,000-20,000 บาทต่อเดือนสำหรับห้อง 1 นอน ถ้าเจ้าของจะขึ้นเป็น 25,000 บาทตอนต่อสัญญา ผู้เช่ามีสิทธิ์ปฏิเสธได้เต็มที่
ส่วนเรื่องการบอกเลิกสัญญา เจ้าของต้องบอกล่วงหน้าตามที่ระบุในสัญญา ปกติ 30-60 วัน ไล่ผู้เช่าออกทันทีโดยไม่มีเหตุผลตามกฎหมายไม่ได้ เว้นแต่ผู้เช่าผิดสัญญาร้ายแรง เช่น ไม่จ่ายค่าเช่าติดต่อกันหลายเดือน หรือใช้ห้องผิดวัตถุประสงค์
คำตอบสั้นๆ คือ ไม่ต่าง ในแง่ของกฎหมายเช่า ผู้เช่าชาวต่างชาติมีสิทธิ์เท่ากับคนไทยทุกประการ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเงินมัดจำ ค่าน้ำค่าไฟ หรือการบอกเลิกสัญญา
แต่ในทางปฏิบัติ ชาวต่างชาติมักเจอปัญหามากกว่าเพราะอุปสรรคด้านภาษาและความไม่คุ้นเคยกับระบบ เจ้าของบางคนเรียกเก็บค่ามัดจำ 2 เดือนจากชาวต่างชาติ ทั้งที่กฎหมายให้เก็บได้แค่ 1 เดือน หรือคิดค่าไฟแพงกว่าปกติ โดยเฉพาะในย่านที่มีชาวต่างชาติเยอะอย่างสุขุมวิท ทองหล่อ และเอกมัย
ข้อควรรู้เพิ่มเติมสำหรับชาวต่างชาติ คือ ตามข้อมูลจาก กรมที่ดิน (Department of Lands) สัญญาเช่าที่มีระยะเวลาเกิน 3 ปี ต้องจดทะเบียนที่สำนักงานที่ดิน มิฉะนั้นจะบังคับใช้ได้ไม่เกิน 3 ปีเท่านั้น ถ้าคุณวางแผนอยู่ยาว จุดนี้สำคัญมาก
ขั้นที่ 1: เก็บหลักฐานทุกอย่าง, แชทไลน์ อีเมล รูปถ่าย วิดีโอ สัญญาเช่า ใบเสร็จค่าเช่า บิลค่าน้ำค่าไฟ ทุกอย่างที่เกี่ยวข้องเก็บไว้ให้หมด อย่าคุยทางโทรศัพท์อย่างเดียว ให้มีลายลักษณ์อักษรเสมอ
ขั้นที่ 2: เจรจากับเจ้าของโดยตรง, แจ้งเจ้าของอย่างสุภาพแต่ชัดเจนว่าสิ่งที่เกิดขึ้นขัดกับกฎหมาย อ้างอิงประกาศ สคบ. หรือมาตราในประมวลกฎหมายแพ่งฯ หลายกรณีจบได้ในขั้นนี้เพราะเจ้าของไม่อยากมีเรื่อง
ขั้นที่ 3: ร้องเรียน สคบ., ถ้าเจรจาไม่สำเร็จ ยื่นเรื่องร้องเรียนที่ สคบ. ได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ทำได้ทั้งแบบไปด้วยตัวเองหรือร้องเรียนออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ของ สคบ.
ขั้นที่ 4: ฟ้องศาล, กรณีร้ายแรง เช่น ยึดเงินมัดจำจำนวนมากไม่ยอมคืน ฟ้องศาลแพ่งได้ ถ้าจำนวนเงินไม่เกิน 300,000 บาท ฟ้องศาลแขวงได้ กระบวนการไม่ซับซ้อนเท่าที่คิด
ป้องกันดีกว่าแก้เสมอ ก่อนเซ็นสัญญาเช่าคอนโดทุกครั้ง ตรวจสอบสิ่งเหล่านี้ให้ครบ
อ่านสัญญาทุกบรรทัด โดยเฉพาะข้อที่เกี่ยวกับเงินมัดจำ ค่าปรับ การบ
เคยเจอเรื่องแบบนี้ไหม? เจ้าของคอนโดยึดเงินมัดจำไม่คืน ขึ้นค่าเช่ากลางคัน หรือบุกเข้าห้องโดยไม่บอกล่วงหน้า ถ้าเคย คุณไม่ได้อยู่คนเดียว ปัญหาเหล่านี้เกิดขึ้นบ่อยมากในตลาดเช่าคอนโดกรุงเทพ โดยเฉพาะกับชาวต่างชาติที่ไม่คุ้นเคยกฎหมายไทย และคนไทยที่ไม่เคยอ่านสัญญาเช่าจริงจังสักที
ความจริงคือ กฎหมายไทยคุ้มครองผู้เช่าไว้หลายข้อ แต่คนส่วนใหญ่ไม่รู้ว่าตัวเองมีสิทธิ์อะไรบ้าง บทความนี้จะสรุปให้ชัดเจนว่า สิทธิ์ผู้เช่าคอนโดไทยมีอะไร กฎหมายพูดว่ายังไง และเวลาเจอปัญหาต้องทำยังไง ไม่มีศัพท์กฎหมายหนักหัว อ่านจบรู้เรื่องเลย
กฎหมายที่เกี่ยวกับการเช่าคอนโดในไทยมีหลายฉบับ แต่ตัวหลักๆ ที่ต้องรู้มี 3 ตัว ตัวแรกคือ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ลักษณะเช่าทรัพย์ (มาตรา 537-571) ซึ่งเป็นกฎหมายแม่ของการเช่าทุกประเภท กำหนดเรื่องสิทธิ์และหน้าที่ของทั้งผู้เช่าและผู้ให้เช่า
ตัวที่สองคือ ประกาศคณะกรรมการว่าด้วยสัญญา เรื่อง ให้ธุรกิจการให้เช่าอาคารเพื่ออยู่อาศัยเป็นธุรกิจที่ควบคุมสัญญา พ.ศ. 2562 ของ สคบ. (สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค) ตัวนี้สำคัญมากเพราะกำหนดข้อห้ามหลายอย่างที่เจ้าของคอนโดทำไม่ได้ ตามข้อมูลจาก สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ประกาศฉบับนี้มีผลบังคับใช้กับการเช่าที่พักอาศัยทั่วประเทศ
ตัวที่สามคือ พ.ร.บ. อาคารชุด พ.ศ. 2522 ที่แก้ไขเพิ่มเติม ซึ่งเกี่ยวกับกฎระเบียบของนิติบุคคลอาคารชุด ส่งผลต่อผู้เช่าในเรื่องส่วนกลาง การใช้พื้นที่ และค่าใช้จ่ายต่างๆ
เงินมัดจำเรียกเก็บได้ไม่เกิน 1 เดือน, ตามประกาศ สคบ. ปี 2562 เจ้าของคอนโดเรียกเก็บเงินประกัน (เงินมัดจำ) ได้ไม่เกิน 1 เดือนของค่าเช่า ถ้าเช่าคอนโดย่านอโศก ราคา 25,000 บาทต่อเดือน เจ้าของเรียกมัดจำได้สูงสุด 25,000 บาทเท่านั้น ใครเรียก 2-3 เดือน ถือว่าผิดกฎหมาย อย่างไรก็ตาม ในทางปฏิบัติ เจ้าของหลายรายยังคงเรียกเก็บ 2 เดือน โดยเฉพาะในคอนโดระดับกลาง-สูงอย่าง The Lumpini 24 ใกล้สถานี Phrom Phong หรือ Ideo Q Sukhumvit 36 ใกล้สถานี Thong Lo
ต้องคืนเงินมัดจำภายใน 7 วัน, หลังสัญญาเช่าสิ้นสุดและส่งมอบห้องคืนแล้ว เจ้าของต้องคืนเงินมัดจำภายใน 7 วัน ถ้าหักค่าเสียหาย ต้องแจ้งรายละเอียดและหลักฐานชัดเจน ไม่ใช่หักแบบมั่วๆ แล้วบอกว่า "ห้องสกปรก" โดยไม่มีรูปถ่ายประกอบ
ค่าน้ำค่าไฟต้องคิดตามอัตราราชการ, เจ้าของคอนโดบวกค่าน้ำค่าไฟเกินราคาจริงไม่ได้ ต้องเก็บตามอัตราที่การไฟฟ้านครหลวงและการประปานครหลวงกำหนด เช่น ค่าไฟหน่วยละประมาณ 4-5 บาท ไม่ใช่ 8-10 บาทอย่างที่เจ้าของบางคนชอบเรียก ตรงนี้เป็นปัญหาคลาสสิกที่เจอบ่อยมากในคอนโดย่านรัชดา-ลาดพร้าว และห้วยขวาง
เจ้าของห้ามเข้าห้องโดยไม่ได้รับอนุญาต, ถึงจะเป็นเจ้าของห้อง แต่เมื่อให้เช่าแล้ว ผู้เช่ามีสิทธิ์ครอบครองตามสัญญา เจ้าของจะเปิดประตูเข้ามาเฉยๆ ไม่ได้ ต้องนัดหมายล่วงหน้าและได้รับความยินยอมจากผู้เช่า
เรื่องนี้สร้างความกังวลให้ผู้เช่ามากที่สุด โดยเฉพาะคนที่เช่าระยะยาว กฎหมายกำหนดไว้ชัดว่า ระหว่างที่สัญญาเช่ายังมีผลอยู่ เจ้าของขึ้นค่าเช่าไม่ได้ ถ้าเซ็นสัญญาไว้ที่ 20,000 บาทต่อเดือน เป็นเวลา 1 ปี ราคานี้ต้องคงที่ตลอดสัญญา
การขึ้นค่าเช่าจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อต่อสัญญาใหม่ และทั้งสองฝ่ายตกลงกัน ถ้าไม่ตกลงก็ไม่ต้องต่อสัญญา ง่ายๆ แบบนี้ ตัวอย่างเช่น คอนโดย่านพระราม 9 อย่าง Life Asoke-Rama 9 ใกล้สถานี Rama 9 ค่าเช่าเฉลี่ยตอนนี้อยู่ที่ประมาณ 15,000-20,000 บาทต่อเดือนสำหรับห้อง 1 นอน ถ้าเจ้าของจะขึ้นเป็น 25,000 บาทตอนต่อสัญญา ผู้เช่ามีสิทธิ์ปฏิเสธได้เต็มที่
ส่วนเรื่องการบอกเลิกสัญญา เจ้าของต้องบอกล่วงหน้าตามที่ระบุในสัญญา ปกติ 30-60 วัน ไล่ผู้เช่าออกทันทีโดยไม่มีเหตุผลตามกฎหมายไม่ได้ เว้นแต่ผู้เช่าผิดสัญญาร้ายแรง เช่น ไม่จ่ายค่าเช่าติดต่อกันหลายเดือน หรือใช้ห้องผิดวัตถุประสงค์
คำตอบสั้นๆ คือ ไม่ต่าง ในแง่ของกฎหมายเช่า ผู้เช่าชาวต่างชาติมีสิทธิ์เท่ากับคนไทยทุกประการ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเงินมัดจำ ค่าน้ำค่าไฟ หรือการบอกเลิกสัญญา
แต่ในทางปฏิบัติ ชาวต่างชาติมักเจอปัญหามากกว่าเพราะอุปสรรคด้านภาษาและความไม่คุ้นเคยกับระบบ เจ้าของบางคนเรียกเก็บค่ามัดจำ 2 เดือนจากชาวต่างชาติ ทั้งที่กฎหมายให้เก็บได้แค่ 1 เดือน หรือคิดค่าไฟแพงกว่าปกติ โดยเฉพาะในย่านที่มีชาวต่างชาติเยอะอย่างสุขุมวิท ทองหล่อ และเอกมัย
ฝากข้อมูลแล้วอ่านบทความต่อได้เลย ทีมงานจะติดต่อกลับ
ข้อควรรู้เพิ่มเติมสำหรับชาวต่างชาติ คือ ตามข้อมูลจาก กรมที่ดิน (Department of Lands) สัญญาเช่าที่มีระยะเวลาเกิน 3 ปี ต้องจดทะเบียนที่สำนักงานที่ดิน มิฉะนั้นจะบังคับใช้ได้ไม่เกิน 3 ปีเท่านั้น ถ้าคุณวางแผนอยู่ยาว จุดนี้สำคัญมาก
ขั้นที่ 1: เก็บหลักฐานทุกอย่าง, แชทไลน์ อีเมล รูปถ่าย วิดีโอ สัญญาเช่า ใบเสร็จค่าเช่า บิลค่าน้ำค่าไฟ ทุกอย่างที่เกี่ยวข้องเก็บไว้ให้หมด อย่าคุยทางโทรศัพท์อย่างเดียว ให้มีลายลักษณ์อักษรเสมอ
ขั้นที่ 2: เจรจากับเจ้าของโดยตรง, แจ้งเจ้าของอย่างสุภาพแต่ชัดเจนว่าสิ่งที่เกิดขึ้นขัดกับกฎหมาย อ้างอิงประกาศ สคบ. หรือมาตราในประมวลกฎหมายแพ่งฯ หลายกรณีจบได้ในขั้นนี้เพราะเจ้าของไม่อยากมีเรื่อง
ขั้นที่ 3: ร้องเรียน สคบ., ถ้าเจรจาไม่สำเร็จ ยื่นเรื่องร้องเรียนที่ สคบ. ได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ทำได้ทั้งแบบไปด้วยตัวเองหรือร้องเรียนออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ของ สคบ.
ขั้นที่ 4: ฟ้องศาล, กรณีร้ายแรง เช่น ยึดเงินมัดจำจำนวนมากไม่ยอมคืน ฟ้องศาลแพ่งได้ ถ้าจำนวนเงินไม่เกิน 300,000 บาท ฟ้องศาลแขวงได้ กระบวนการไม่ซับซ้อนเท่าที่คิด
ป้องกันดีกว่าแก้เสมอ ก่อนเซ็นสัญญาเช่าคอนโดทุกครั้ง ตรวจสอบสิ่งเหล่านี้ให้ครบ
อ่านสัญญาทุกบรรทัด โดยเฉพาะข้อที่เกี่ยวกับเงินมัดจำ ค่าปรับ การบ
ฝากข้อมูลแล้วอ่านบทความต่อได้เลย ทีมงานจะติดต่อกลับ