Guides
คำแนะนำเลือกห้องคอนโดเหมาะสำหรับการทำงานออนไลน์ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด

สรุป
การทำงานออนไลน์จากคอนโดต้องเลือกห้องให้ดี เพราะไม่ใช่ทุกห้องเหมาะกับงาน 8-10 ชั่วโมง บทความนี้บอกวิธีเลือกคอนโดมีเน็ตดี พื้นที่กว้าง และเงียบเหมาะสำหรับการ
ช่วงหลังมานี้ คนทำงานออนไลน์อยู่คอนโดในกรุงเทพเยอะขึ้นมาก ไม่ว่าจะเป็นฟรีแลนซ์ คนทำงานรีโมท หรือเจ้าของธุรกิจออนไลน์ หลายคนเปลี่ยนห้องนอนให้กลายเป็นออฟฟิศ แต่ปัญหาคือ ไม่ใช่ทุกคอนโดจะเหมาะกับการนั่งทำงาน 8-10 ชั่วโมงต่อวัน บางห้องเน็ตช้า บางห้องแคบจนวางโต๊ะทำงานไม่ได้ บางตึกเสียงดังจนประชุมออนไลน์ทีไรต้องปิดไมค์ทุกที
ถ้าคุณกำลังหาคอนโดที่เช่าแล้วทำงานออนไลน์ได้จริงจัง บทความนี้จะบอกเลยว่าต้องดูอะไรบ้าง ห้องแบบไหนเวิร์ก ย่านไหนตอบโจทย์ และราคาเท่าไหร่ที่สมเหตุสมผล ข้อมูลจากคนที่คลุกคลีตลาดเช่าคอนโดกรุงเทพมาหลายปี ไม่ได้มั่วเอาเองนะครับ
เรื่องแรกที่ต้องดูคือขนาดห้อง ถ้าคุณทำงานออนไลน์อยู่คอนโดทุกวัน ห้องสตูดิโอ 24-26 ตารางเมตรอาจจะพอไหว แต่ถ้าได้ 30 ตารางเมตรขึ้นไปจะสบายกว่ามาก เพราะคุณต้องมีพื้นที่แยกโซนทำงานกับโซนพักผ่อนให้ชัดเจน ไม่งั้นจะรู้สึกเหมือนอยู่ในออฟฟิศตลอด 24 ชั่วโมง
ห้อง 1 ห้องนอนขนาด 35-45 ตารางเมตร เป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดสำหรับคนทำงานออนไลน์ เพราะคุณจะมีมุมนั่งเล่นที่แยกจากห้องนอนได้ ตั้งโต๊ะทำงาน วางจอมอนิเตอร์ มีพื้นที่ยืดเส้นยืดสาย ที่สำคัญ ดูเลย์เอาต์ให้ดีว่าตรงไหนรับแสงธรรมชาติ เพราะการนั่งทำงานริมหน้าต่างที่มีแสงเข้าจะช่วยเรื่องสมาธิและอารมณ์ได้เยอะ
คอนโดใหม่ ๆ หลายตึกออกแบบมามีมุม working corner มาให้เลย เช่น Life Ladprao Valley ใกล้สถานี BTS ห้าแยกลาดพร้าว หรือ Whizdom Essence Sukhumvit ใกล้สถานี BTS ปุณณวิถี ที่มีเลย์เอาต์เปิดโล่งเหมาะกับการจัดมุมทำงาน
เน็ตช้า เน็ตหลุด คือฝันร้ายของคนทำงานออนไลน์ ก่อนเซ็นสัญญาเช่า ต้องถามให้ชัดว่าตึกนี้มีผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตรายไหนเข้าถึงบ้าง บางตึกผูกขาดกับเจ้าเดียว ซึ่งถ้าเจ้านั้นสัญญาณไม่ดีก็จบเลย แต่ตึกที่ดีจะเปิดให้หลายเจ้าเข้ามาติดตั้งได้
แนะนำเลือกแพ็กเกจไฟเบอร์ออปติกความเร็วไม่ต่ำกว่า 200 Mbps ถ้าต้องประชุมวิดีโอบ่อย ๆ หรืออัปโหลดไฟล์ใหญ่ ควรได้ 500 Mbps ขึ้นไป ค่าใช้จ่ายเดือนละ 500-900 บาทเท่านั้น คุ้มมากเทียบกับความเสี่ยงที่เน็ตจะหลุดกลางประชุม
เทคนิคอีกอย่างคือ ลองไปดูห้องจริงแล้วเปิดเน็ตมือถือเช็กสัญญาณ ถ้าสัญญาณมือถือในห้องแย่มาก แปลว่าตึกบล็อกสัญญาณเยอะ ซึ่งอาจกระทบการโทรศัพท์ทำงานด้วย
คนทำงานออนไลน์อยู่คอนโดต้องให้ความสำคัญกับเรื่องเสียงเป็นพิเศษ ชั้นต่ำ ๆ ใกล้ถนน ใกล้สระว่ายน้ำ หรือใกล้ล็อบบี้ มักจะมีเสียงรบกวนเยอะ โดยเฉพาะช่วงเช้าและเย็น ถ้าเลือกได้ ควรอยู่ชั้น 10 ขึ้นไป เสียงจะเบาลงเยอะ
แต่อย่าลืมว่าชั้นสูงมาก ๆ อาจมีปัญหาเรื่องลมแรง ถ้าเปิดหน้าต่างทำงานแล้วลมพัดจนกระดาษปลิว ก็ไม่สนุกเท่าไหร่ ชั้น 10-20 มักเป็นจุดสมดุลที่ดี ได้ทั้งความเงียบ วิวพอใช้ได้ และไม่โดนลมกระหน่ำ
ทิศของห้องก็สำคัญ ห้องหันทิศตะวันตกจะโดนแดดบ่ายจัดมาก แอร์ทำงานหนัก ค่าไฟแพง และแสงจ้าจนมองจอไม่ค่อยเห็น ห้องทิศเหนือหรือทิศตะวันออกจะได้แสงธรรมชาตินุ่ม ๆ ไม่ร้อนจนเกินไป เหมาะกับการนั่งทำงานทั้งวัน
อย่าไปหลงกับสระว่ายน้ำอินฟินิตี้พูลบนดาดฟ้า ถ้าคุณทำงานออนไลน์ สิ่งที่ต้องการจริง ๆ คือ co-working space ในตึก ที่นั่งทำงานได้สบาย มีปลั๊กไฟ มีแอร์ มีไวไฟ เปลี่ยนบรรยากาศจากห้องบ้างจะได้ไม่เบื่อ
คอนโดหลายตึกในกรุงเทพตอนนี้มี co-working space ดี ๆ ให้ลูกบ้านใช้ฟรี เช่น The Line Sukhumvit 101 ใกล้สถานี BTS ปุณณวิถี, Ideo Mobi Sukhumvit 66 ใกล้สถานี BTS อุดมสุข หรือ KnightsBridge Prime Onnut ใกล้สถานี BTS อ่อนนุช ตึกพวกนี้มีห้องประชุมส่วนตัวให้จองด้วย ซึ่งเป็นฟีเจอร์ที่คนทำงานรีโมทจะใช้บ่อยมาก
นอกจาก co-working space แล้ว ฟิตเนสก็จำเป็น เพราะนั่งทำงานทั้งวันถ้าไม่ออกกำลังกายจะพังแน่ ๆ คอนโดที่มีฟิตเนสดี ๆ ในตึกจะช่วยให้คุณเบรกไปออกกำลังกายได้ง่าย ไม่ต้องเสียเวลาเดินทาง
ถ้าทำงานออนไลน์ ไม่ต้องเข้าออฟฟิศทุกวัน ก็ไม่จำเป็นต้องเช่าแพง ๆ ใจกลางเมือง ย่านที่ตอบโจทย์ที่สุดคือย่านที่ค่าเช่าไม่แพงมาก แต่มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบ มีร้านกาแฟนั่งทำงานเพียบ และเดินทางสะดวกถ้าต้องออกไปประชุมนอกบ้านบ้าง
จากข้อมูลของ DDproperty ราคาเช่าคอนโด 1 ห้องนอนในกรุงเทพเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 12,000-25,000 บาทต่อเดือน ขึ้นอยู่กับทำเลและขนาดห้อง แต่ย่านรอบนอกอย่างอ่อนนุชหรือบางนา เริ่มต้นที่ 8,000-12,000 บาทก็มีห้องดี ๆ ให้เลือกเยอะ
คนทำงานออนไลน์อยู่คอนโดจะมีค่าใช้จ่ายบางอย่างที่คนเข้าออฟฟิศไม่ต้องเจอ อย่างแรกเลยคือค่าไฟ เพราะคุณเปิดแอร์ทั้งวัน เปิดคอมพิวเตอร์ทั้งวัน เปิดไฟทั้งวัน ค่าไฟจะสูงกว่าคนที่ออกไปทำงานข้างนอกประมาณ 1,500-3,000 บาทต่อเดือน ขึ้นอยู่กับว่าตึกคิดค่าไฟหน่วยละเท่าไหร่
จุดสำคัญคือ ต้องถามเจ้าของห้องว่าคิดค่าไฟยังไง บางตึกคิดตามหน่วยของ การไฟฟ้านครหลวง ซึ่งอยู่ที่ประมาณ 4-5 บาทต่อหน่วย แต่บางนิติคิดเองหน่วยละ 7-9 บาท ต่างกันเยอะมาก ถ้าคุณใช้ไฟเดือนละ 400 หน่วย ตึกที่คิดหน่วยละ 8 บาทจะทำให้คุณจ่ายค่าไฟ 3,200 บาท ในขณะที่ตึกที่คิดตามมิเตอร์ไฟฟ้าจริงจ่ายแค่ประมาณ 1,800 บาท
ค่าเน็ตอีกเดือนละ 500-900 บาท ค่ากาแฟถ้าชอบไปนั่งร้านเดือนละ 1,500-3,000 บาท รวม ๆ แล้วค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมจากการทำงานออนไลน์อยู่คอนโดประมาณ 3,000-6,000 บาทต่อเดือน ซึ่งก็ยังถูกกว่าค่าเช่า co-working space ข้างนอกที่เดือนละ 5,000-8,000 บาทอยู่ดี
ก่อนเซ็นสัญญา มีเรื่องที่คนทำงานออนไลน์ต้องเช็กเป็นพิเศษ อย่างแรกคือ กฎของตึกเรื่องการใช้ห้องเป็นที่ทำงาน บางตึกไม่อนุญาตให้จดทะเบียนธุรกิจที่อยู่คอนโด หรือห้ามรับพัสดุจำนวนมาก ถ้าคุณขายของออนไลน์ด้วย เรื่องนี้ต้องถามให้ชัด
เรื่องสัญญาเช่าระยะยาวก็ต้องคิดดี ๆ ถ้าคุณเป็นฟรีแลนซ์ที่รายได้ไม่แน่นอน สัญญา 6 เดือนอาจเหมาะกว่า 1 ปี แม้ค่าเช่าจะแพงกว่านิดหน่อย แต่ก็ยืดหยุ่นกว่า สามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับสิทธิผู้เช่าได้ที่เว็บไซต์ กรมที่ดิน
อีกเรื่องที่มองข้ามไม่ได้คือ ขอดูห้องจริงในเวลาที่คุณจะทำงาน คือช่วงกลางวัน ไม่ใช่ช่วงเย็นหรือวันหยุด เพราะเสียงรบกวนจะต่างกันมาก บางห
ช่วงหลังมานี้ คนทำงานออนไลน์อยู่คอนโดในกรุงเทพเยอะขึ้นมาก ไม่ว่าจะเป็นฟรีแลนซ์ คนทำงานรีโมท หรือเจ้าของธุรกิจออนไลน์ หลายคนเปลี่ยนห้องนอนให้กลายเป็นออฟฟิศ แต่ปัญหาคือ ไม่ใช่ทุกคอนโดจะเหมาะกับการนั่งทำงาน 8-10 ชั่วโมงต่อวัน บางห้องเน็ตช้า บางห้องแคบจนวางโต๊ะทำงานไม่ได้ บางตึกเสียงดังจนประชุมออนไลน์ทีไรต้องปิดไมค์ทุกที
ถ้าคุณกำลังหาคอนโดที่เช่าแล้วทำงานออนไลน์ได้จริงจัง บทความนี้จะบอกเลยว่าต้องดูอะไรบ้าง ห้องแบบไหนเวิร์ก ย่านไหนตอบโจทย์ และราคาเท่าไหร่ที่สมเหตุสมผล ข้อมูลจากคนที่คลุกคลีตลาดเช่าคอนโดกรุงเทพมาหลายปี ไม่ได้มั่วเอาเองนะครับ
เรื่องแรกที่ต้องดูคือขนาดห้อง ถ้าคุณทำงานออนไลน์อยู่คอนโดทุกวัน ห้องสตูดิโอ 24-26 ตารางเมตรอาจจะพอไหว แต่ถ้าได้ 30 ตารางเมตรขึ้นไปจะสบายกว่ามาก เพราะคุณต้องมีพื้นที่แยกโซนทำงานกับโซนพักผ่อนให้ชัดเจน ไม่งั้นจะรู้สึกเหมือนอยู่ในออฟฟิศตลอด 24 ชั่วโมง
ห้อง 1 ห้องนอนขนาด 35-45 ตารางเมตร เป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดสำหรับคนทำงานออนไลน์ เพราะคุณจะมีมุมนั่งเล่นที่แยกจากห้องนอนได้ ตั้งโต๊ะทำงาน วางจอมอนิเตอร์ มีพื้นที่ยืดเส้นยืดสาย ที่สำคัญ ดูเลย์เอาต์ให้ดีว่าตรงไหนรับแสงธรรมชาติ เพราะการนั่งทำงานริมหน้าต่างที่มีแสงเข้าจะช่วยเรื่องสมาธิและอารมณ์ได้เยอะ
คอนโดใหม่ ๆ หลายตึกออกแบบมามีมุม working corner มาให้เลย เช่น Life Ladprao Valley ใกล้สถานี BTS ห้าแยกลาดพร้าว หรือ Whizdom Essence Sukhumvit ใกล้สถานี BTS ปุณณวิถี ที่มีเลย์เอาต์เปิดโล่งเหมาะกับการจัดมุมทำงาน
เน็ตช้า เน็ตหลุด คือฝันร้ายของคนทำงานออนไลน์ ก่อนเซ็นสัญญาเช่า ต้องถามให้ชัดว่าตึกนี้มีผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตรายไหนเข้าถึงบ้าง บางตึกผูกขาดกับเจ้าเดียว ซึ่งถ้าเจ้านั้นสัญญาณไม่ดีก็จบเลย แต่ตึกที่ดีจะเปิดให้หลายเจ้าเข้ามาติดตั้งได้
แนะนำเลือกแพ็กเกจไฟเบอร์ออปติกความเร็วไม่ต่ำกว่า 200 Mbps ถ้าต้องประชุมวิดีโอบ่อย ๆ หรืออัปโหลดไฟล์ใหญ่ ควรได้ 500 Mbps ขึ้นไป ค่าใช้จ่ายเดือนละ 500-900 บาทเท่านั้น คุ้มมากเทียบกับความเสี่ยงที่เน็ตจะหลุดกลางประชุม
เทคนิคอีกอย่างคือ ลองไปดูห้องจริงแล้วเปิดเน็ตมือถือเช็กสัญญาณ ถ้าสัญญาณมือถือในห้องแย่มาก แปลว่าตึกบล็อกสัญญาณเยอะ ซึ่งอาจกระทบการโทรศัพท์ทำงานด้วย
คนทำงานออนไลน์อยู่คอนโดต้องให้ความสำคัญกับเรื่องเสียงเป็นพิเศษ ชั้นต่ำ ๆ ใกล้ถนน ใกล้สระว่ายน้ำ หรือใกล้ล็อบบี้ มักจะมีเสียงรบกวนเยอะ โดยเฉพาะช่วงเช้าและเย็น ถ้าเลือกได้ ควรอยู่ชั้น 10 ขึ้นไป เสียงจะเบาลงเยอะ
แต่อย่าลืมว่าชั้นสูงมาก ๆ อาจมีปัญหาเรื่องลมแรง ถ้าเปิดหน้าต่างทำงานแล้วลมพัดจนกระดาษปลิว ก็ไม่สนุกเท่าไหร่ ชั้น 10-20 มักเป็นจุดสมดุลที่ดี ได้ทั้งความเงียบ วิวพอใช้ได้ และไม่โดนลมกระหน่ำ
ทิศของห้องก็สำคัญ ห้องหันทิศตะวันตกจะโดนแดดบ่ายจัดมาก แอร์ทำงานหนัก ค่าไฟแพง และแสงจ้าจนมองจอไม่ค่อยเห็น ห้องทิศเหนือหรือทิศตะวันออกจะได้แสงธรรมชาตินุ่ม ๆ ไม่ร้อนจนเกินไป เหมาะกับการนั่งทำงานทั้งวัน
อย่าไปหลงกับสระว่ายน้ำอินฟินิตี้พูลบนดาดฟ้า ถ้าคุณทำงานออนไลน์ สิ่งที่ต้องการจริง ๆ คือ co-working space ในตึก ที่นั่งทำงานได้สบาย มีปลั๊กไฟ มีแอร์ มีไวไฟ เปลี่ยนบรรยากาศจากห้องบ้างจะได้ไม่เบื่อ
คอนโดหลายตึกในกรุงเทพตอนนี้มี co-working space ดี ๆ ให้ลูกบ้านใช้ฟรี เช่น The Line Sukhumvit 101 ใกล้สถานี BTS ปุณณวิถี, Ideo Mobi Sukhumvit 66 ใกล้สถานี BTS อุดมสุข หรือ KnightsBridge Prime Onnut ใกล้สถานี BTS อ่อนนุช ตึกพวกนี้มีห้องประชุมส่วนตัวให้จองด้วย ซึ่งเป็นฟีเจอร์ที่คนทำงานรีโมทจะใช้บ่อยมาก
นอกจาก co-working space แล้ว ฟิตเนสก็จำเป็น เพราะนั่งทำงานทั้งวันถ้าไม่ออกกำลังกายจะพังแน่ ๆ คอนโดที่มีฟิตเนสดี ๆ ในตึกจะช่วยให้คุณเบรกไปออกกำลังกายได้ง่าย ไม่ต้องเสียเวลาเดินทาง
ถ้าทำงานออนไลน์ ไม่ต้องเข้าออฟฟิศทุกวัน ก็ไม่จำเป็นต้องเช่าแพง ๆ ใจกลางเมือง ย่านที่ตอบโจทย์ที่สุดคือย่านที่ค่าเช่าไม่แพงมาก แต่มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบ มีร้านกาแฟนั่งทำงานเพียบ และเดินทางสะดวกถ้าต้องออกไปประชุมนอกบ้านบ้าง
จากข้อมูลของ DDproperty ราคาเช่าคอนโด 1 ห้องนอนในกรุงเทพเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 12,000-25,000 บาทต่อเดือน ขึ้นอยู่กับทำเลและขนาดห้อง แต่ย่านรอบนอกอย่างอ่อนนุชหรือบางนา เริ่มต้นที่ 8,000-12,000 บาทก็มีห้องดี ๆ ให้เลือกเยอะ
ฝากข้อมูลแล้วอ่านบทความต่อได้เลย ทีมงานจะติดต่อกลับ
คนทำงานออนไลน์อยู่คอนโดจะมีค่าใช้จ่ายบางอย่างที่คนเข้าออฟฟิศไม่ต้องเจอ อย่างแรกเลยคือค่าไฟ เพราะคุณเปิดแอร์ทั้งวัน เปิดคอมพิวเตอร์ทั้งวัน เปิดไฟทั้งวัน ค่าไฟจะสูงกว่าคนที่ออกไปทำงานข้างนอกประมาณ 1,500-3,000 บาทต่อเดือน ขึ้นอยู่กับว่าตึกคิดค่าไฟหน่วยละเท่าไหร่
จุดสำคัญคือ ต้องถามเจ้าของห้องว่าคิดค่าไฟยังไง บางตึกคิดตามหน่วยของ การไฟฟ้านครหลวง ซึ่งอยู่ที่ประมาณ 4-5 บาทต่อหน่วย แต่บางนิติคิดเองหน่วยละ 7-9 บาท ต่างกันเยอะมาก ถ้าคุณใช้ไฟเดือนละ 400 หน่วย ตึกที่คิดหน่วยละ 8 บาทจะทำให้คุณจ่ายค่าไฟ 3,200 บาท ในขณะที่ตึกที่คิดตามมิเตอร์ไฟฟ้าจริงจ่ายแค่ประมาณ 1,800 บาท
ค่าเน็ตอีกเดือนละ 500-900 บาท ค่ากาแฟถ้าชอบไปนั่งร้านเดือนละ 1,500-3,000 บาท รวม ๆ แล้วค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมจากการทำงานออนไลน์อยู่คอนโดประมาณ 3,000-6,000 บาทต่อเดือน ซึ่งก็ยังถูกกว่าค่าเช่า co-working space ข้างนอกที่เดือนละ 5,000-8,000 บาทอยู่ดี
ก่อนเซ็นสัญญา มีเรื่องที่คนทำงานออนไลน์ต้องเช็กเป็นพิเศษ อย่างแรกคือ กฎของตึกเรื่องการใช้ห้องเป็นที่ทำงาน บางตึกไม่อนุญาตให้จดทะเบียนธุรกิจที่อยู่คอนโด หรือห้ามรับพัสดุจำนวนมาก ถ้าคุณขายของออนไลน์ด้วย เรื่องนี้ต้องถามให้ชัด
เรื่องสัญญาเช่าระยะยาวก็ต้องคิดดี ๆ ถ้าคุณเป็นฟรีแลนซ์ที่รายได้ไม่แน่นอน สัญญา 6 เดือนอาจเหมาะกว่า 1 ปี แม้ค่าเช่าจะแพงกว่านิดหน่อย แต่ก็ยืดหยุ่นกว่า สามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับสิทธิผู้เช่าได้ที่เว็บไซต์ กรมที่ดิน
อีกเรื่องที่มองข้ามไม่ได้คือ ขอดูห้องจริงในเวลาที่คุณจะทำงาน คือช่วงกลางวัน ไม่ใช่ช่วงเย็นหรือวันหยุด เพราะเสียงรบกวนจะต่างกันมาก บางห
ฝากข้อมูลแล้วอ่านบทความต่อได้เลย ทีมงานจะติดต่อกลับ