Guides
คู่มือเลือกคอนโดด้วยความเร็วเน็ตที่เหมาะสม เพื่อการทำงานและความบันเทิงที่ไม่มีขัดข้อง

สรุป
ปัญหาเน็ตหลุดและช้าคือสิ่งที่ผู้เช่าคอนโดหลายคนประสบ โดยเฉพาะผู้ที่ทำงานจากบ้านและชอบเล่นเกม บทความนี้จะสอนวิธีดูคุณสมบัติอินเทอร์เน็ตและตรวจสอบก่อนตัดสินใ
ใครเคยเช่าคอนโดแล้วเจอปัญหาเน็ตหลุด เน็ตช้า หรือ Wi-Fi ไม่ถึงห้อง ยกมือขึ้น เชื่อว่าหลายคนเคยผ่านประสบการณ์นี้มาแล้ว โดยเฉพาะคนที่ทำงานจากบ้าน เล่นเกม หรือดูสตรีมมิ่งเป็นชีวิตจิตใจ อินเทอร์เน็ตที่เร็วและเสถียรไม่ใช่แค่ "มีก็ดี" แต่มันคือปัจจัยหลักในการตัดสินใจเช่าคอนโดเลย
ปัญหาคืออินเทอร์เน็ตในคอนโดกรุงเทพมันไม่ได้เท่ากันทุกตึก บางตึกรองรับไฟเบอร์ออปติก 1 Gbps บางตึกยังติดอยู่กับระบบเก่าที่ความเร็วสูงสุดแค่ 100 Mbps บทความนี้จะพาไปดูว่าก่อนเซ็นสัญญาเช่า ต้องเช็กอะไรบ้างเรื่องเน็ต จะได้ไม่ต้องมานั่งเสียใจทีหลัง
หลายคนคิดว่าอยู่กรุงเทพก็ต้องได้เน็ตเร็วเหมือนกันหมด แต่ความจริงไม่ใช่แบบนั้น คอนโดแต่ละตึกมีสัญญากับผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตต่างกัน บางตึกเปิดให้ผู้เช่าเลือกผู้ให้บริการเองได้ แต่บางตึกล็อกไว้แค่เจ้าเดียว ซึ่งถ้าเจ้านั้นบริการไม่ดี คุณก็ติดอยู่กับมัน
ตึกเก่าที่สร้างก่อนปี 2015 หลายแห่งยังใช้ระบบสาย LAN หรือ VDSL ที่ความเร็วจำกัด ในขณะที่คอนโดใหม่ส่วนใหญ่จะเดินสายไฟเบอร์ออปติกถึงห้องเลย ตรงนี้เป็นจุดสำคัญมาก เพราะต่อให้คุณสมัครแพ็กเกจ 1 Gbps แต่ถ้าสายในตึกรองรับแค่ 100 Mbps คุณก็ได้แค่นั้น
นอกจากนี้ยังมีเรื่อง "แบนด์วิดท์รวม" ของตึกด้วย คอนโดบางแห่งแชร์แบนด์วิดท์กันทั้งตึก ช่วงเย็นที่ทุกคนกลับบ้านมาใช้พร้อมกัน เน็ตก็ช้าลงอย่างเห็นได้ชัด ข้อมูลจาก สำนักงาน กสทช. ระบุว่าความเร็วอินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์เฉลี่ยของไทยอยู่ที่ประมาณ 308 Mbps สำหรับดาวน์โหลด แต่ตัวเลขนี้เป็นค่าเฉลี่ยรวม คอนโดเก่าหลายแห่งยังได้ต่ำกว่านี้มาก
ก่อนเซ็นสัญญาเช่า ลองเช็กตามนี้ จะช่วยป้องกันปัญหาเน็ตช้าได้เยอะ
1. ถามว่าตึกรองรับไฟเบอร์ออปติกหรือยัง, ถ้ายังเป็นระบบ VDSL หรือ LAN เก่า ให้คิดหนัก เพราะความเร็วสูงสุดจะจำกัดมาก ไม่ว่าจะสมัครแพ็กเกจแพงแค่ไหน
2. ถามว่ามีผู้ให้บริการกี่เจ้า, คอนโดที่เปิดให้เลือกหลายเจ้า เช่น TRUE, AIS Fibre, 3BB จะดีกว่าตึกที่ล็อกไว้เจ้าเดียว เพราะถ้าเจ้าหนึ่งมีปัญหาคุณยังเปลี่ยนได้
3. ทดสอบความเร็วจริงในห้อง, ตอนไปดูห้อง ขอทดสอบ Speed Test ดูเลย ถ้าเจ้าของห้องไม่ให้ทดสอบ ก็เป็นสัญญาณเตือนได้
4. ถามเรื่อง Wi-Fi ส่วนกลาง, หลายคอนโดมี Wi-Fi ฟรีในพื้นที่ส่วนกลาง แต่ความเร็วมักจะช้ามาก อย่าหวังพึ่งตัวนี้เป็นหลัก
5. เช็กตำแหน่งจุดต่อสายในห้อง, บางห้องมีจุดต่อสายอินเทอร์เน็ตอยู่ไกลจากมุมที่คุณจะวางโต๊ะทำงาน ต้องเดินสายเพิ่มหรือใช้ Wi-Fi Mesh
6. ถามค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม, บางตึกรวมค่าเน็ตในค่าส่วนกลางแล้ว บางตึกต้องสมัครเอง ค่าใช้จ่ายตรงนี้อยู่ที่ประมาณ 400-900 บาทต่อเดือนสำหรับแพ็กเกจ 300 Mbps ถึง 1 Gbps
7. อ่านรีวิวจากผู้เช่าเก่า, ลองเสิร์ชชื่อคอนโดตามด้วยคำว่า "เน็ต" หรือ "อินเทอร์เน็ต" ในกลุ่ม Facebook หรือ Pantip จะได้ข้อมูลจริงจากคนที่อยู่มาก่อน
โดยทั่วไป คอนโดใหม่ในย่านธุรกิจมักจะมีโครงสร้างพื้นฐานอินเทอร์เน็ตที่ดีกว่า เพราะเป็นจุดขายสำคัญสำหรับกลุ่มคนทำงานและชาวต่างชาติ ย่านที่โดดเด่นเรื่องนี้ได้แก่
สีลม-สาทร, คอนโดแถว BTS ศาลาแดง และ BTS ช่องนนทรี ส่วนใหญ่เป็นตึกใหม่ที่รองรับไฟเบอร์ออปติกหมดแล้ว เช่น The Address Sathorn ค่าเช่าห้อง 1 นอน เริ่มต้นประมาณ 20,000-30,000 บาทต่อเดือน
สุขุมวิท (อโศก-เอกมัย), ย่าน BTS อโศก, BTS พร้อมพงษ์, BTS ทองหล่อ เป็นทำเลที่ชาวต่างชาตินิยมอยู่มาก คอนโดในโซนนี้แข่งกันสูง เลยมักจะมีเน็ตเร็วเป็นจุดขาย อย่าง Park 24 ใกล้ BTS พร้อมพงษ์ หรือ Noble Reveal ใกล้ BTS เอกมัย ค่าเช่าห้อง 1 นอน อยู่ที่ 18,000-35,000 บาทต่อเดือน
ลาดพร้าว-รัชดา, โซน MRT ลาดพร้าว, MRT สุทธิสาร, MRT ห้วยขวาง เป็นย่านที่คอนโดใหม่ผุดขึ้นเยอะมากในช่วง 5 ปีหลัง ตึกใหม่เหล่านี้ล้วนรองรับไฟเบอร์ออปติก เช่น Life Ladprao หรือ Chapter One Midtown Ladprao 24 ค่าเช่าห้อง 1 นอน เริ่มต้นประมาณ 12,000-20,000 บาท ถือว่าคุ้มค่ามากสำหรับคนที่ต้องการเน็ตเร็วในงบจำกัด
อารีย์-สะพานควาย, ย่าน BTS อารีย์ และ BTS สะพานควาย เป็นย่านยอดนิยมของคนรุ่นใหม่ คอนโดอย่าง The Line Phahol-Pradipat หรือ Ideo Q Victory ค่าเช่าห้อง 1 นอน ประมาณ 15,000-25,000 บาท ส่วนใหญ่รองรับไฟเบอร์ออปติกและมีผู้ให้บริการเน็ตให้เลือกหลายเจ้า
เรื่องนี้สำคัญมาก เพราะราคาเช่าถูกกว่าไม่ได้แปลว่าคุ้มเสมอไป ถ้าเน็ตช้าจนทำงานไม่ได้ คุณอาจต้องไปนั่งทำงานที่คาเฟ่ทุกวัน ซึ่งค่าใช้จ่ายรวมก็ไม่ได้ถูกลงเลย
คอนโดที่สร้างก่อนปี 2010 หลายแห่งยังใช้ระบบ CAT5 หรือสาย LAN เก่าที่รองรับความเร็วสูงสุดแค่ 100 Mbps และบางตึกมีสัญญาผูกขาดกับผู้ให้บริการเจ้าเดียว ถ้าเจ้านั้นบริการไม่ดี คุณก็ทำอะไรไม่ได้
คอนโดที่สร้างหลังปี 2018 ส่วนใหญ่จะเดินสายไฟเบอร์ออปติกถึงห้อง รองรับความเร็วได้ถึง 1 Gbps หรือมากกว่า และมักเปิดให้เลือกผู้ให้บริการได้อย่างน้อย 2 เจ้า ตรงนี้เป็นข้อได้เปรียบที่ชัดเจนมากของตึกใหม่ ข้อมูลจาก DDproperty ก็แนะนำให้ผู้เช่าเช็กเรื่องโครงสร้างพื้นฐานอินเทอร์เน็ตก่อนตัดสินใจเช่าเสมอ
แต่ก็ไม่ใช่ว่าคอนโดเก่าจะแย่ไปหมด คอนโดเก่าบางแห่งมีการปรับปรุงระบบเน็ตใหม่แล้ว เช่น Waterford Diamond Tower ใกล้ BTS พร้อมพงษ์ ที่แม้จะเป็นตึกเก่า แต่ได้อัปเกรดเป็นไฟเบอร์ออปติกแล้ว ฉะนั้นอย่าตัดตึกเก่าออกไปเลย แต่ต้องถามให้ชัดก่อนเช่า
ถ้าเช่าไปแล้วเจอปัญหาเน็ตไม่ได้ดั่งใจ ก่อนจะโทษผู้ให้บริการ ลองเช็กสิ่งเหล่านี้ก่อน
เช็กเราเตอร์, เราเตอร์ที่ผู้ให้บริการแถมมามักจะเป็นรุ่นราคาถูก สัญญาณ Wi-Fi อ่อน ลองซื้อเราเตอร์ดี ๆ มาเปลี่ยน จะรู้สึกถึงความแตกต่างเลย เราเตอร์ Wi-Fi 6 ราคาประมาณ 1,500-3,000 บาท คุ้มค่ากับการลงทุนมาก
ใช้สาย LAN ตรง, ถ้าทำงานจากบ้าน การเสียบสาย LAN ตรงจากเราเตอร์เข้าคอมพิวเตอร์จะได้ความเร็วเต็มที่ และลดปัญหาสัญญาณไม่เสถียรได้มาก
เปลี่ยนแพ็กเกจหรือผู้ให้บริการ, ถ้าตึกเปิดให้เลือกหลายเจ้า ลองเปลี่ยนผู้ให้บริการดู บางทีปัญหาอยู่ที่ตัวผู้ให้บริการ ไม่ใช่ตัวตึก สามารถดูรายละเอียดแพ็กเกจและความครอบคลุมของผู้ให้บริการแต่ละรายได้ที่เว็บไซต์ของ กสทช.
ใช้ Wi-Fi Mesh, ถ้าห้องใหญ่หรือมีผนังกั้นเยอะ สัญญาณ Wi-Fi จากจุดเดียวอาจไม่ถึง ระบบ Wi-Fi Mesh จะช่วยกระจายสัญญาณให้ครอบคลุมทั่วห้อง ราคาชุดเริ่มต้นประมาณ 3,000-5,000 บาท
อินเทอร์เน็ตเป
ใครเคยเช่าคอนโดแล้วเจอปัญหาเน็ตหลุด เน็ตช้า หรือ Wi-Fi ไม่ถึงห้อง ยกมือขึ้น เชื่อว่าหลายคนเคยผ่านประสบการณ์นี้มาแล้ว โดยเฉพาะคนที่ทำงานจากบ้าน เล่นเกม หรือดูสตรีมมิ่งเป็นชีวิตจิตใจ อินเทอร์เน็ตที่เร็วและเสถียรไม่ใช่แค่ "มีก็ดี" แต่มันคือปัจจัยหลักในการตัดสินใจเช่าคอนโดเลย
ปัญหาคืออินเทอร์เน็ตในคอนโดกรุงเทพมันไม่ได้เท่ากันทุกตึก บางตึกรองรับไฟเบอร์ออปติก 1 Gbps บางตึกยังติดอยู่กับระบบเก่าที่ความเร็วสูงสุดแค่ 100 Mbps บทความนี้จะพาไปดูว่าก่อนเซ็นสัญญาเช่า ต้องเช็กอะไรบ้างเรื่องเน็ต จะได้ไม่ต้องมานั่งเสียใจทีหลัง
หลายคนคิดว่าอยู่กรุงเทพก็ต้องได้เน็ตเร็วเหมือนกันหมด แต่ความจริงไม่ใช่แบบนั้น คอนโดแต่ละตึกมีสัญญากับผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตต่างกัน บางตึกเปิดให้ผู้เช่าเลือกผู้ให้บริการเองได้ แต่บางตึกล็อกไว้แค่เจ้าเดียว ซึ่งถ้าเจ้านั้นบริการไม่ดี คุณก็ติดอยู่กับมัน
ตึกเก่าที่สร้างก่อนปี 2015 หลายแห่งยังใช้ระบบสาย LAN หรือ VDSL ที่ความเร็วจำกัด ในขณะที่คอนโดใหม่ส่วนใหญ่จะเดินสายไฟเบอร์ออปติกถึงห้องเลย ตรงนี้เป็นจุดสำคัญมาก เพราะต่อให้คุณสมัครแพ็กเกจ 1 Gbps แต่ถ้าสายในตึกรองรับแค่ 100 Mbps คุณก็ได้แค่นั้น
นอกจากนี้ยังมีเรื่อง "แบนด์วิดท์รวม" ของตึกด้วย คอนโดบางแห่งแชร์แบนด์วิดท์กันทั้งตึก ช่วงเย็นที่ทุกคนกลับบ้านมาใช้พร้อมกัน เน็ตก็ช้าลงอย่างเห็นได้ชัด ข้อมูลจาก สำนักงาน กสทช. ระบุว่าความเร็วอินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์เฉลี่ยของไทยอยู่ที่ประมาณ 308 Mbps สำหรับดาวน์โหลด แต่ตัวเลขนี้เป็นค่าเฉลี่ยรวม คอนโดเก่าหลายแห่งยังได้ต่ำกว่านี้มาก
ก่อนเซ็นสัญญาเช่า ลองเช็กตามนี้ จะช่วยป้องกันปัญหาเน็ตช้าได้เยอะ
1. ถามว่าตึกรองรับไฟเบอร์ออปติกหรือยัง, ถ้ายังเป็นระบบ VDSL หรือ LAN เก่า ให้คิดหนัก เพราะความเร็วสูงสุดจะจำกัดมาก ไม่ว่าจะสมัครแพ็กเกจแพงแค่ไหน
2. ถามว่ามีผู้ให้บริการกี่เจ้า, คอนโดที่เปิดให้เลือกหลายเจ้า เช่น TRUE, AIS Fibre, 3BB จะดีกว่าตึกที่ล็อกไว้เจ้าเดียว เพราะถ้าเจ้าหนึ่งมีปัญหาคุณยังเปลี่ยนได้
3. ทดสอบความเร็วจริงในห้อง, ตอนไปดูห้อง ขอทดสอบ Speed Test ดูเลย ถ้าเจ้าของห้องไม่ให้ทดสอบ ก็เป็นสัญญาณเตือนได้
4. ถามเรื่อง Wi-Fi ส่วนกลาง, หลายคอนโดมี Wi-Fi ฟรีในพื้นที่ส่วนกลาง แต่ความเร็วมักจะช้ามาก อย่าหวังพึ่งตัวนี้เป็นหลัก
5. เช็กตำแหน่งจุดต่อสายในห้อง, บางห้องมีจุดต่อสายอินเทอร์เน็ตอยู่ไกลจากมุมที่คุณจะวางโต๊ะทำงาน ต้องเดินสายเพิ่มหรือใช้ Wi-Fi Mesh
6. ถามค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม, บางตึกรวมค่าเน็ตในค่าส่วนกลางแล้ว บางตึกต้องสมัครเอง ค่าใช้จ่ายตรงนี้อยู่ที่ประมาณ 400-900 บาทต่อเดือนสำหรับแพ็กเกจ 300 Mbps ถึง 1 Gbps
7. อ่านรีวิวจากผู้เช่าเก่า, ลองเสิร์ชชื่อคอนโดตามด้วยคำว่า "เน็ต" หรือ "อินเทอร์เน็ต" ในกลุ่ม Facebook หรือ Pantip จะได้ข้อมูลจริงจากคนที่อยู่มาก่อน
โดยทั่วไป คอนโดใหม่ในย่านธุรกิจมักจะมีโครงสร้างพื้นฐานอินเทอร์เน็ตที่ดีกว่า เพราะเป็นจุดขายสำคัญสำหรับกลุ่มคนทำงานและชาวต่างชาติ ย่านที่โดดเด่นเรื่องนี้ได้แก่
สีลม-สาทร, คอนโดแถว BTS ศาลาแดง และ BTS ช่องนนทรี ส่วนใหญ่เป็นตึกใหม่ที่รองรับไฟเบอร์ออปติกหมดแล้ว เช่น The Address Sathorn ค่าเช่าห้อง 1 นอน เริ่มต้นประมาณ 20,000-30,000 บาทต่อเดือน
สุขุมวิท (อโศก-เอกมัย), ย่าน BTS อโศก, BTS พร้อมพงษ์, BTS ทองหล่อ เป็นทำเลที่ชาวต่างชาตินิยมอยู่มาก คอนโดในโซนนี้แข่งกันสูง เลยมักจะมีเน็ตเร็วเป็นจุดขาย อย่าง Park 24 ใกล้ BTS พร้อมพงษ์ หรือ Noble Reveal ใกล้ BTS เอกมัย ค่าเช่าห้อง 1 นอน อยู่ที่ 18,000-35,000 บาทต่อเดือน
ลาดพร้าว-รัชดา, โซน MRT ลาดพร้าว, MRT สุทธิสาร, MRT ห้วยขวาง เป็นย่านที่คอนโดใหม่ผุดขึ้นเยอะมากในช่วง 5 ปีหลัง ตึกใหม่เหล่านี้ล้วนรองรับไฟเบอร์ออปติก เช่น Life Ladprao หรือ Chapter One Midtown Ladprao 24 ค่าเช่าห้อง 1 นอน เริ่มต้นประมาณ 12,000-20,000 บาท ถือว่าคุ้มค่ามากสำหรับคนที่ต้องการเน็ตเร็วในงบจำกัด
อารีย์-สะพานควาย, ย่าน BTS อารีย์ และ BTS สะพานควาย เป็นย่านยอดนิยมของคนรุ่นใหม่ คอนโดอย่าง The Line Phahol-Pradipat หรือ Ideo Q Victory ค่าเช่าห้อง 1 นอน ประมาณ 15,000-25,000 บาท ส่วนใหญ่รองรับไฟเบอร์ออปติกและมีผู้ให้บริการเน็ตให้เลือกหลายเจ้า
ฝากข้อมูลแล้วอ่านบทความต่อได้เลย ทีมงานจะติดต่อกลับ
เรื่องนี้สำคัญมาก เพราะราคาเช่าถูกกว่าไม่ได้แปลว่าคุ้มเสมอไป ถ้าเน็ตช้าจนทำงานไม่ได้ คุณอาจต้องไปนั่งทำงานที่คาเฟ่ทุกวัน ซึ่งค่าใช้จ่ายรวมก็ไม่ได้ถูกลงเลย
คอนโดที่สร้างก่อนปี 2010 หลายแห่งยังใช้ระบบ CAT5 หรือสาย LAN เก่าที่รองรับความเร็วสูงสุดแค่ 100 Mbps และบางตึกมีสัญญาผูกขาดกับผู้ให้บริการเจ้าเดียว ถ้าเจ้านั้นบริการไม่ดี คุณก็ทำอะไรไม่ได้
คอนโดที่สร้างหลังปี 2018 ส่วนใหญ่จะเดินสายไฟเบอร์ออปติกถึงห้อง รองรับความเร็วได้ถึง 1 Gbps หรือมากกว่า และมักเปิดให้เลือกผู้ให้บริการได้อย่างน้อย 2 เจ้า ตรงนี้เป็นข้อได้เปรียบที่ชัดเจนมากของตึกใหม่ ข้อมูลจาก DDproperty ก็แนะนำให้ผู้เช่าเช็กเรื่องโครงสร้างพื้นฐานอินเทอร์เน็ตก่อนตัดสินใจเช่าเสมอ
แต่ก็ไม่ใช่ว่าคอนโดเก่าจะแย่ไปหมด คอนโดเก่าบางแห่งมีการปรับปรุงระบบเน็ตใหม่แล้ว เช่น Waterford Diamond Tower ใกล้ BTS พร้อมพงษ์ ที่แม้จะเป็นตึกเก่า แต่ได้อัปเกรดเป็นไฟเบอร์ออปติกแล้ว ฉะนั้นอย่าตัดตึกเก่าออกไปเลย แต่ต้องถามให้ชัดก่อนเช่า
ถ้าเช่าไปแล้วเจอปัญหาเน็ตไม่ได้ดั่งใจ ก่อนจะโทษผู้ให้บริการ ลองเช็กสิ่งเหล่านี้ก่อน
เช็กเราเตอร์, เราเตอร์ที่ผู้ให้บริการแถมมามักจะเป็นรุ่นราคาถูก สัญญาณ Wi-Fi อ่อน ลองซื้อเราเตอร์ดี ๆ มาเปลี่ยน จะรู้สึกถึงความแตกต่างเลย เราเตอร์ Wi-Fi 6 ราคาประมาณ 1,500-3,000 บาท คุ้มค่ากับการลงทุนมาก
ใช้สาย LAN ตรง, ถ้าทำงานจากบ้าน การเสียบสาย LAN ตรงจากเราเตอร์เข้าคอมพิวเตอร์จะได้ความเร็วเต็มที่ และลดปัญหาสัญญาณไม่เสถียรได้มาก
เปลี่ยนแพ็กเกจหรือผู้ให้บริการ, ถ้าตึกเปิดให้เลือกหลายเจ้า ลองเปลี่ยนผู้ให้บริการดู บางทีปัญหาอยู่ที่ตัวผู้ให้บริการ ไม่ใช่ตัวตึก สามารถดูรายละเอียดแพ็กเกจและความครอบคลุมของผู้ให้บริการแต่ละรายได้ที่เว็บไซต์ของ กสทช.
ใช้ Wi-Fi Mesh, ถ้าห้องใหญ่หรือมีผนังกั้นเยอะ สัญญาณ Wi-Fi จากจุดเดียวอาจไม่ถึง ระบบ Wi-Fi Mesh จะช่วยกระจายสัญญาณให้ครอบคลุมทั่วห้อง ราคาชุดเริ่มต้นประมาณ 3,000-5,000 บาท
อินเทอร์เน็ตเป
ฝากข้อมูลแล้วอ่านบทความต่อได้เลย ทีมงานจะติดต่อกลับ