Guides
เรียนรู้เทคนิคการต่อรองค่าเช่าคอนโดที่มีประสิทธิผล เพื่อประหยัดค่าเช่าเดือนละหลายพันบาท

สรุป
ราคาเช่าคอนโดในกรุงเทพเกือบทุกห้องต่อรองได้ เพียงแต่ต้องรู้วิธีและจังหวะที่เหมาะสม บทความนี้จะแนะนำเทคนิคการต่อรองค่าเช่าที่ได้ผลจริง เพื่อให้คุณสามารถประห
ใครเคยเจอสถานการณ์แบบนี้บ้าง, เปิดประกาศเช่าคอนโด เห็นราคาเขียนไว้ แล้วก็จ่ายตามนั้นเลยโดยไม่ได้ต่อรองสักคำ? ถ้าเคย บอกเลยว่าคุณอาจจ่ายแพงกว่าที่ควรจะเป็นอยู่เดือนละหลายพันบาท เพราะจริงๆ แล้วราคาเช่าคอนโดในกรุงเทพเกือบทุกห้องต่อรองได้ แค่ต้องรู้วิธีและจังหวะที่เหมาะสม วันนี้เรามาคุยกันแบบตรงๆ ว่าต่อรองยังไงให้ได้ผล โดยไม่ทำให้เจ้าของห้องหงุดหงิดจนไม่อยากให้เช่าด้วยนะ
กฎข้อแรกของการต่อรองคือ คุณต้องรู้ก่อนว่าราคาที่เหมาะสมของทำเลนั้นอยู่ที่เท่าไหร่ ถ้าไม่รู้ราคาตลาด คุณก็ไม่มีทางรู้ว่าห้องที่ดูอยู่แพงไปหรือถูกอยู่แล้ว ยกตัวอย่างเช่น คอนโดหนึ่งห้องนอนย่าน BTS อ่อนนุช ราคาตลาดอยู่ประมาณ 10,000-15,000 บาทต่อเดือน แต่ถ้าเป็นย่าน BTS ทองหล่อ ห้องขนาดใกล้เคียงกันอาจอยู่ที่ 18,000-30,000 บาทขึ้นไป
ลองเทียบราคาห้องในตึกเดียวกันหรือคอนโดใกล้เคียง เช่น ถ้าคุณดูห้องที่ Lumpini Ville Onnut 46 แล้วเจ้าของตั้งราคา 14,000 บาท ลองเช็คว่าห้องอื่นในตึกเดียวกันหรือ Regent Home Sukhumvit 97/1 ที่อยู่ใกล้กัน ตั้งราคาเท่าไหร่ ถ้าห้องอื่นอยู่ที่ 11,000-12,000 บาท คุณก็มีข้อมูลไปต่อรองได้อย่างมั่นใจ
จังหวะสำคัญมากในการต่อรอง ช่วงที่เจ้าของห้องยอมลดราคาง่ายที่สุดคือตอนที่ห้องว่างมานานแล้ว เพราะทุกเดือนที่ห้องว่าง เจ้าของต้องจ่ายค่าส่วนกลางเองโดยไม่มีรายได้ ห้องที่ลงประกาศมาเกิน 30 วัน มักจะต่อรองได้ง่ายกว่าห้องที่เพิ่งลงใหม่ๆ
ช่วงเดือนที่ต่อรองได้ผลดีที่สุดคือประมาณเดือนพฤษภาคมถึงกรกฎาคม เพราะเป็นช่วงที่ดีมานด์การเช่าน้อยลง ต่างจากช่วงต้นปีหรือปลายปีที่คนย้ายงาน ย้ายเมือง หรือชาวต่างชาติเข้ามาทำงานใหม่เยอะ ถ้าเลือกได้ ลองจับจังหวะช่วงนี้ดู โอกาสที่จะได้ราคาดีสูงขึ้นเยอะเลย
เทคนิคแรกที่แนะนำคือ ขอลดค่าเช่าโดยเสนอสัญญายาว เจ้าของห้องส่วนใหญ่ชอบผู้เช่าที่อยู่ยาว เพราะไม่ต้องเสียเวลาหาคนใหม่ ถ้าปกติสัญญา 1 ปี เจ้าของตั้งไว้ 15,000 บาท ลองเสนอว่าถ้าเซ็นสัญญา 2 ปี ขอลดเหลือ 13,000-13,500 บาทได้ไหม วิธีนี้เจ้าของมักยอมเพราะได้ความมั่นคงของรายได้กลับไป
เทคนิคที่สองคือ ขอแถมแทนการลดราคา บางทีเจ้าของไม่อยากลดค่าเช่าตรงๆ แต่ยินดีแถมสิ่งอื่นให้ เช่น ฟรีค่าเช่าเดือนแรก ติดตั้งเครื่องซักผ้าให้ เปลี่ยนที่นอนใหม่ หรือรวมค่าอินเทอร์เน็ตให้ ถ้าคิดเฉลี่ยแล้ว การได้ฟรีค่าเช่า 1 เดือนจากสัญญา 12 เดือน ก็เท่ากับลดค่าเช่าลงประมาณ 8% เลยนะ
เทคนิคที่สามคือ ชี้ข้อเสียของห้องอย่างสุภาพ ถ้าห้องอยู่ชั้นล่างติดถนน หรือเฟอร์นิเจอร์เก่า หรือวิวไม่ดี ก็พูดตรงๆ ได้ว่า ห้องนี้ชอบนะคะ แต่เห็นว่าเฟอร์นิเจอร์ค่อนข้างเก่าแล้ว ถ้าลดราคาลงมาหน่อยก็พร้อมเซ็นสัญญาเลย อย่าพูดแบบดูถูกห้อง แต่ให้พูดเป็นเหตุผลประกอบการต่อรอง
คำถามยอดฮิตคือ ต่อรองลงกี่บาทถึงจะเหมาะสม จากประสบการณ์จริงในตลาดกรุงเทพ การต่อรองลงประมาณ 5-15% จากราคาตั้งต้นถือว่าอยู่ในโซนที่เจ้าของส่วนใหญ่รับได้ เช่น ห้องตั้งราคา 20,000 บาท ลองขอ 17,000-18,000 บาท มีโอกาสสำเร็จสูง
แต่ถ้าคอนโดอยู่ในทำเลที่ดีมานด์สูงมาก เช่น Ashton Asoke ติด MRT สุขุมวิท หรือ The Line Jatujak-Mochit ติด BTS หมอชิต ห้องพวกนี้มีคนรอเช่าเยอะ เจ้าของอาจไม่ยอมลดมากนัก การต่อรองลง 5% หรือขอแถมเล็กน้อยอาจเป็นทางเลือกที่ดีกว่า อย่าดันทุรังต่อจนเจ้าของปล่อยให้คนอื่นเช่าไปแทน
ในทางกลับกัน ย่านที่ซัพพลายเยอะอย่างรอบ BTS แบริ่ง หรือ MRT ลาดพร้าว ที่มีคอนโดใหม่ผุดขึ้นเยอะมาก เช่น Niche Mono Sukhumvit-Bearing หรือ Life Ladprao ห้องว่างมีให้เลือกเพียบ ต่อรองลง 10-15% ก็มีโอกาสได้ไม่ยาก
หนึ่ง อย่าต่อรองผ่านแชทยาวเหยียดโดยไม่เคยไปดูห้อง เจ้าของจะไม่ค่อยจริงจังกับคนที่ยังไม่ได้มาดูห้อง วิธีที่ดีที่สุดคือไปดูห้องก่อน แสดงให้เห็นว่าสนใจจริง แล้วค่อยเจรจาราคาหลังดูห้องเสร็จ
สอง อย่าเปรียบเทียบห้องของเจ้าของกับห้องที่ถูกกว่าแบบหน้าด้านๆ การพูดว่า ห้องข้างๆ ถูกกว่าตั้งเยอะ ทำไมแพงจัง ไม่ช่วยอะไร แต่การพูดว่า ดูมาหลายห้องแล้ว งบอยู่ที่ประมาณเท่านี้ ถ้าปรับราคาได้ก็พร้อมตัดสินใจเลย ฟังดูดีกว่ามาก
สาม อย่าโกหกว่ามีห้องอื่นรออยู่ถ้าจริงๆ ไม่มี เพราะถ้าเจ้าของบอกว่า งั้นไปเช่าห้องนั้นเลยค่ะ คุณจะไม่มีทางถอยกลับมาได้อย่างสง่างาม
สรุปง่ายๆ คือ ทำการบ้านเรื่องราคาตลาด จับจังหวะให้ถูก ต่อรองด้วยเหตุผล แสดงความจริงใจว่าพร้อมเช่า แค่นี้โอกาสที่จะได้ราคาดีก็สูงขึ้นเยอะแล้ว อย่าลืมว่าการต่อรองไม่ใช่การทะเลาะ แต่เป็นการหาจุดที่ทั้งสองฝ่ายพอใจร่วมกัน
ถ้าอยากเริ่มต้นด้วยการรู้ราคาตลาดจริงๆ ว่าห้องแบบที่คุณต้องการในทำเลที่อยากอยู่ ราคาเท่าไหร่ ลองใช้ Superagent ที่ superagent.co ดู แค่บอกว่าอยากได้ห้องแบบไหน งบเท่าไหร่ อยากอยู่แถวไหน AI จะช่วยหาห้องที่ตรงใจให้ พร้อมข้อมูลราคาเปรียบเทียบ ไม่มีนายหน้าคอยกดดันให้รีบตัดสินใจ คุณมีเวลาเปรียบเทียบและเตรียมข้อมูลสำหรับการต่อรองได้อย่างเต็มที่เลย
ใครเคยเจอสถานการณ์แบบนี้บ้าง, เปิดประกาศเช่าคอนโด เห็นราคาเขียนไว้ แล้วก็จ่ายตามนั้นเลยโดยไม่ได้ต่อรองสักคำ? ถ้าเคย บอกเลยว่าคุณอาจจ่ายแพงกว่าที่ควรจะเป็นอยู่เดือนละหลายพันบาท เพราะจริงๆ แล้วราคาเช่าคอนโดในกรุงเทพเกือบทุกห้องต่อรองได้ แค่ต้องรู้วิธีและจังหวะที่เหมาะสม วันนี้เรามาคุยกันแบบตรงๆ ว่าต่อรองยังไงให้ได้ผล โดยไม่ทำให้เจ้าของห้องหงุดหงิดจนไม่อยากให้เช่าด้วยนะ
กฎข้อแรกของการต่อรองคือ คุณต้องรู้ก่อนว่าราคาที่เหมาะสมของทำเลนั้นอยู่ที่เท่าไหร่ ถ้าไม่รู้ราคาตลาด คุณก็ไม่มีทางรู้ว่าห้องที่ดูอยู่แพงไปหรือถูกอยู่แล้ว ยกตัวอย่างเช่น คอนโดหนึ่งห้องนอนย่าน BTS อ่อนนุช ราคาตลาดอยู่ประมาณ 10,000-15,000 บาทต่อเดือน แต่ถ้าเป็นย่าน BTS ทองหล่อ ห้องขนาดใกล้เคียงกันอาจอยู่ที่ 18,000-30,000 บาทขึ้นไป
ลองเทียบราคาห้องในตึกเดียวกันหรือคอนโดใกล้เคียง เช่น ถ้าคุณดูห้องที่ Lumpini Ville Onnut 46 แล้วเจ้าของตั้งราคา 14,000 บาท ลองเช็คว่าห้องอื่นในตึกเดียวกันหรือ Regent Home Sukhumvit 97/1 ที่อยู่ใกล้กัน ตั้งราคาเท่าไหร่ ถ้าห้องอื่นอยู่ที่ 11,000-12,000 บาท คุณก็มีข้อมูลไปต่อรองได้อย่างมั่นใจ
จังหวะสำคัญมากในการต่อรอง ช่วงที่เจ้าของห้องยอมลดราคาง่ายที่สุดคือตอนที่ห้องว่างมานานแล้ว เพราะทุกเดือนที่ห้องว่าง เจ้าของต้องจ่ายค่าส่วนกลางเองโดยไม่มีรายได้ ห้องที่ลงประกาศมาเกิน 30 วัน มักจะต่อรองได้ง่ายกว่าห้องที่เพิ่งลงใหม่ๆ
ช่วงเดือนที่ต่อรองได้ผลดีที่สุดคือประมาณเดือนพฤษภาคมถึงกรกฎาคม เพราะเป็นช่วงที่ดีมานด์การเช่าน้อยลง ต่างจากช่วงต้นปีหรือปลายปีที่คนย้ายงาน ย้ายเมือง หรือชาวต่างชาติเข้ามาทำงานใหม่เยอะ ถ้าเลือกได้ ลองจับจังหวะช่วงนี้ดู โอกาสที่จะได้ราคาดีสูงขึ้นเยอะเลย
เทคนิคแรกที่แนะนำคือ ขอลดค่าเช่าโดยเสนอสัญญายาว เจ้าของห้องส่วนใหญ่ชอบผู้เช่าที่อยู่ยาว เพราะไม่ต้องเสียเวลาหาคนใหม่ ถ้าปกติสัญญา 1 ปี เจ้าของตั้งไว้ 15,000 บาท ลองเสนอว่าถ้าเซ็นสัญญา 2 ปี ขอลดเหลือ 13,000-13,500 บาทได้ไหม วิธีนี้เจ้าของมักยอมเพราะได้ความมั่นคงของรายได้กลับไป
เทคนิคที่สองคือ ขอแถมแทนการลดราคา บางทีเจ้าของไม่อยากลดค่าเช่าตรงๆ แต่ยินดีแถมสิ่งอื่นให้ เช่น ฟรีค่าเช่าเดือนแรก ติดตั้งเครื่องซักผ้าให้ เปลี่ยนที่นอนใหม่ หรือรวมค่าอินเทอร์เน็ตให้ ถ้าคิดเฉลี่ยแล้ว การได้ฟรีค่าเช่า 1 เดือนจากสัญญา 12 เดือน ก็เท่ากับลดค่าเช่าลงประมาณ 8% เลยนะ
เทคนิคที่สามคือ ชี้ข้อเสียของห้องอย่างสุภาพ ถ้าห้องอยู่ชั้นล่างติดถนน หรือเฟอร์นิเจอร์เก่า หรือวิวไม่ดี ก็พูดตรงๆ ได้ว่า ห้องนี้ชอบนะคะ แต่เห็นว่าเฟอร์นิเจอร์ค่อนข้างเก่าแล้ว ถ้าลดราคาลงมาหน่อยก็พร้อมเซ็นสัญญาเลย อย่าพูดแบบดูถูกห้อง แต่ให้พูดเป็นเหตุผลประกอบการต่อรอง
คำถามยอดฮิตคือ ต่อรองลงกี่บาทถึงจะเหมาะสม จากประสบการณ์จริงในตลาดกรุงเทพ การต่อรองลงประมาณ 5-15% จากราคาตั้งต้นถือว่าอยู่ในโซนที่เจ้าของส่วนใหญ่รับได้ เช่น ห้องตั้งราคา 20,000 บาท ลองขอ 17,000-18,000 บาท มีโอกาสสำเร็จสูง
ฝากข้อมูลแล้วอ่านบทความต่อได้เลย ทีมงานจะติดต่อกลับ
แต่ถ้าคอนโดอยู่ในทำเลที่ดีมานด์สูงมาก เช่น Ashton Asoke ติด MRT สุขุมวิท หรือ The Line Jatujak-Mochit ติด BTS หมอชิต ห้องพวกนี้มีคนรอเช่าเยอะ เจ้าของอาจไม่ยอมลดมากนัก การต่อรองลง 5% หรือขอแถมเล็กน้อยอาจเป็นทางเลือกที่ดีกว่า อย่าดันทุรังต่อจนเจ้าของปล่อยให้คนอื่นเช่าไปแทน
ในทางกลับกัน ย่านที่ซัพพลายเยอะอย่างรอบ BTS แบริ่ง หรือ MRT ลาดพร้าว ที่มีคอนโดใหม่ผุดขึ้นเยอะมาก เช่น Niche Mono Sukhumvit-Bearing หรือ Life Ladprao ห้องว่างมีให้เลือกเพียบ ต่อรองลง 10-15% ก็มีโอกาสได้ไม่ยาก
หนึ่ง อย่าต่อรองผ่านแชทยาวเหยียดโดยไม่เคยไปดูห้อง เจ้าของจะไม่ค่อยจริงจังกับคนที่ยังไม่ได้มาดูห้อง วิธีที่ดีที่สุดคือไปดูห้องก่อน แสดงให้เห็นว่าสนใจจริง แล้วค่อยเจรจาราคาหลังดูห้องเสร็จ
สอง อย่าเปรียบเทียบห้องของเจ้าของกับห้องที่ถูกกว่าแบบหน้าด้านๆ การพูดว่า ห้องข้างๆ ถูกกว่าตั้งเยอะ ทำไมแพงจัง ไม่ช่วยอะไร แต่การพูดว่า ดูมาหลายห้องแล้ว งบอยู่ที่ประมาณเท่านี้ ถ้าปรับราคาได้ก็พร้อมตัดสินใจเลย ฟังดูดีกว่ามาก
สาม อย่าโกหกว่ามีห้องอื่นรออยู่ถ้าจริงๆ ไม่มี เพราะถ้าเจ้าของบอกว่า งั้นไปเช่าห้องนั้นเลยค่ะ คุณจะไม่มีทางถอยกลับมาได้อย่างสง่างาม
สรุปง่ายๆ คือ ทำการบ้านเรื่องราคาตลาด จับจังหวะให้ถูก ต่อรองด้วยเหตุผล แสดงความจริงใจว่าพร้อมเช่า แค่นี้โอกาสที่จะได้ราคาดีก็สูงขึ้นเยอะแล้ว อย่าลืมว่าการต่อรองไม่ใช่การทะเลาะ แต่เป็นการหาจุดที่ทั้งสองฝ่ายพอใจร่วมกัน
ถ้าอยากเริ่มต้นด้วยการรู้ราคาตลาดจริงๆ ว่าห้องแบบที่คุณต้องการในทำเลที่อยากอยู่ ราคาเท่าไหร่ ลองใช้ Superagent ที่ superagent.co ดู แค่บอกว่าอยากได้ห้องแบบไหน งบเท่าไหร่ อยากอยู่แถวไหน AI จะช่วยหาห้องที่ตรงใจให้ พร้อมข้อมูลราคาเปรียบเทียบ ไม่มีนายหน้าคอยกดดันให้รีบตัดสินใจ คุณมีเวลาเปรียบเทียบและเตรียมข้อมูลสำหรับการต่อรองได้อย่างเต็มที่เลย
Guides · โดย ทีมบรรณาธิการ Superagentค่าใช้จ่ายซ่อนเร้นในการเช่าคอนโดกรุงเทพฯ ที่ไม่มีใครบอกคุณค่าเช่าคอนโดกรุงเทพฯ ดูเหมือนไม่แพงจนกว่าจะถึงเดือนแรก นี่คือค่าใช้จ่ายจริงที่อยู่นอกเหนือตัวเลขหลักที่ทำให้ผู้เช่าส่วนใหญ่ตกใจ25 พ.ค. 25691 นาที
Guides · โดย ทีมบรรณาธิการ Superagentคอนโดกรุงเทพฯ ที่ว่างนานบอกอะไรคุณบ้างคอนโดกรุงเทพฯ ที่ว่างนานหลายเดือนอาจบ่งชี้ถึงราคาสูงเกิน ปัญหาเจ้าของ หรือปัญหาจริงในห้อง มาเรียนรู้วิธีอ่านสัญญาณเหล่านี้25 พ.ค. 25691 นาที
Guides · โดย ทีมบรรณาธิการ Superagentสัญญาณอันตรายในสัญญาเช่าคอนโดกรุงเทพฯ ที่ควรระวังสัญญาเช่าในกรุงเทพฯ มักซ่อนข้อกำหนดที่เสี่ยง นี่คือสัญญาณอันตรายที่ผู้เช่าทุกคนต้องตรวจพบก่อนเซ็นสัญญา25 พ.ค. 25691 นาที
Guides · โดย ทีมบรรณาธิการ Superagentทำงานออนไลน์จากคอนโด: เลือกห้องอย่างไรให้ทำงานได้ดีที่สุดการทำงานออนไลน์จากคอนโดต้องเลือกห้องให้ดี เพราะไม่ใช่ทุกห้องเหมาะกับงาน 8-10 ชั่วโมง บทความนี้บอกวิธีเลือกคอนโดมีเน็ตดี พื้นที่กว้าง และเงียบเหมาะสำหรับการ9 พ.ค. 25691 นาที