Guides
เทคนิคการเจรจาต่อรองเพื่อสร้างความสัมพันธ์อันดีงามกับผู้เช่าในระยะยาว

สรุป
เจ้าของคอนโดปล่อยเช่าจำเป็นต้องเรียนรู้การต่อรองกับผู้เช่าเกี่ยวกับค่าเช่า ค่าซ่อมแซม และเงื่อนไขสัญญา บทความนี้จะสอนวิธีต่อรองให้มีประสิทธิภาพพร้อมรักษาคว
ถ้าคุณเป็นเจ้าของคอนโดปล่อยเช่า ไม่ว่าจะเป็นห้องที่ The Base สุขุมวิท 77 ราคา 12,000 บาท/เดือน หรือห้องที่ Ashton Asoke ราคา 35,000 บาท/เดือน สิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้คือการ "ต่อรอง" กับผู้เช่า ไม่ว่าจะเรื่องค่าเช่า ค่าซ่อมแซม หรือเงื่อนไขสัญญา หลายคนกลัวว่าถ้าต่อรองแรงไป ผู้เช่าจะหนีไปเช่าที่อื่น แต่ถ้ายอมทุกอย่าง ก็กลายเป็นเราเองที่เสียเปรียบ บทความนี้จะแชร์วิธีต่อรองกับผู้เช่าอย่างไรให้ได้ผลลัพธ์ที่แฟร์ทั้งสองฝ่าย และยังรักษาความสัมพันธ์ระยะยาวได้ด้วย เพราะผู้เช่าที่ดีและอยู่นานคือทรัพย์สินที่มีค่ามากกว่าค่าเช่าที่แพงขึ้นเดือนละพันสองพันบาท
กฎข้อแรกของการต่อรองกับผู้เช่าอย่างไรให้ได้ผลคือ คุณต้องรู้ราคาตลาดจริงๆ ก่อน ไม่ใช่ตั้งราคาตามความรู้สึก ลองเช็คว่าคอนโดขนาดเดียวกัน ทำเลเดียวกัน เขาปล่อยเช่ากันเท่าไหร่ ตัวอย่างเช่น คอนโด 1 ห้องนอนย่านพระโขนง-อ่อนนุช สถานี BTS อ่อนนุช ราคาเฉลี่ยอยู่ที่ 10,000-18,000 บาท/เดือน ขณะที่ย่านทองหล่อ-เอกมัย ห้องสเปคใกล้เคียงกันอาจอยู่ที่ 20,000-35,000 บาท/เดือน ตามข้อมูลจาก DDproperty
เมื่อคุณมีตัวเลขในมือ การต่อรองจะง่ายขึ้นมาก เพราะคุณสามารถอธิบายได้อย่างมีเหตุผลว่า "ราคานี้เป็นราคาตลาด" หรือถ้าผู้เช่าขอลดราคา คุณก็รู้ว่าลดได้ถึงจุดไหนโดยไม่ขาดทุน อย่าลืมดูด้วยว่าคอนโดของคุณมีจุดแข็งอะไรที่ห้องอื่นไม่มี เช่น วิวดี ชั้นสูง เฟอร์นิเจอร์ครบ หรือเดินจากสถานีรถไฟฟ้าไม่ถึง 5 นาที สิ่งเหล่านี้คือไพ่ในมือที่ใช้ต่อรองได้
เรื่องที่ต่อรองกันบ่อยที่สุดคือค่าเช่า โดยเฉพาะตอนต่อสัญญา ผู้เช่าอาจขอลด หรือคุณอาจอยากขึ้นราคา หลักการสำคัญคือ อย่าทำให้มันกลายเป็นสงคราม ให้มองเป็นการเจรจาธุรกิจที่ทั้งสองฝ่ายต้องรู้สึกว่าแฟร์
ถ้าผู้เช่าขอลดค่าเช่า ลองถามเหตุผลก่อน บางทีเขาอาจเจอคอนโดข้างๆ ราคาถูกกว่าจริง หรืออาจมีปัญหาทางการเงินชั่วคราว ถ้าผู้เช่าคนนี้ดูแลห้องดี จ่ายตรงเวลาตลอด การลดให้ 500-1,000 บาท/เดือน อาจคุ้มกว่าต้องหาผู้เช่าใหม่ เพราะห้องว่างแค่เดือนเดียวก็เสียรายได้หลักหมื่นแล้ว
ในทางกลับกัน ถ้าคุณจะขึ้นค่าเช่า ควรแจ้งล่วงหน้าอย่างน้อย 30-60 วัน และขึ้นในอัตราที่สมเหตุสมผล โดยทั่วไปการขึ้นค่าเช่าประมาณ 5-10% ต่อปีถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ผู้เช่ารับได้ พร้อมอธิบายเหตุผล เช่น ค่าส่วนกลางขึ้น ราคาตลาดปรับตัว หรือคุณเพิ่งซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าใหม่ให้
การต่อรองกับผู้เช่าอย่างไรให้ครอบคลุม ไม่ได้มีแค่เรื่องค่าเช่า ยังมีอีกหลายเรื่องที่ต้องตกลงกันให้ชัดตั้งแต่ต้น เพื่อป้องกันปัญหาในอนาคต
เรื่องค่าซ่อมแซมเป็นปัญหาคลาสสิก หลักง่ายๆ คือ ของที่พังเพราะใช้งานปกตินานๆ เช่น เครื่องปรับอากาศเสื่อมสภาพ ก๊อกน้ำเก่า เจ้าของควรรับผิดชอบ แต่ของที่พังเพราะผู้เช่าใช้งานผิดวิธีหรือประมาท ผู้เช่าต้องรับผิดชอบ ตามหลัก กรมที่ดิน และประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยเรื่องสัญญาเช่า ผู้ให้เช่ามีหน้าที่ส่งมอบทรัพย์สินในสภาพดีและบำรุงรักษาให้ใช้งานได้ตามปกติ
เรื่องสัตว์เลี้ยงก็เป็นประเด็นบ่อย ถ้าคุณไม่อนุญาตตั้งแต่แรก ให้ระบุในสัญญาให้ชัด แต่ถ้าผู้เช่าขอเลี้ยงภายหลัง อาจเจรจาเก็บค่าประกันเพิ่มอีก 5,000-10,000 บาท แทนที่จะปฏิเสธทันที เรื่องการต่อสัญญาก็สำคัญ ควรคุยกันล่วงหน้าอย่างน้อย 2 เดือนก่อนสัญญาหมด เพื่อให้ทั้งสองฝ่ายมีเวลาตัดสินใจ
หลายครั้งที่การต่อรองกลายเป็นทะเลาะกัน เพราะสัญญาเขียนไม่ชัด หรือไม่ได้เขียนเลย สัญญาเช่าที่ดีไม่จำเป็นต้องยาว 20 หน้า แต่ต้องครอบคลุมประเด็นสำคัญ
ข้อที่ต้องมีในสัญญาคือ ค่าเช่าและกำหนดจ่ายที่ชัดเจน ค่าประกัน (ปกติ 2 เดือน) เงื่อนไขการคืนค่าประกัน ใครรับผิดชอบค่าซ่อมอะไรบ้าง เงื่อนไขการบอกเลิกสัญญา และข้อห้ามต่างๆ เช่น ห้ามปล่อยเช่าช่วง ห้ามดัดแปลงห้อง ยิ่งเขียนละเอียดเท่าไหร่ ก็ยิ่งลดโอกาสเกิดข้อพิพาทได้มากเท่านั้น
สำหรับเรื่องภาษีค่าเช่า เจ้าของห้องมีหน้าที่เสียภาษีเงินได้จากค่าเช่าที่ได้รับ สามารถดูรายละเอียดเกณฑ์การเสียภาษีได้ที่เว็บไซต์ กรมสรรพากร ซึ่งเป็นสิ่งที่เจ้าของคอนโดหลายคนมองข้ามไป
ไม่ใช่ผู้เช่าทุกคนที่ควรยอมต่อรองด้วย ลองดูตารางเปรียบเทียบนี้ จะช่วยให้ตัดสินใจง่ายขึ้นว่าควรยืดหยุ่นแค่ไหน
ผู้เช่าที่ดีนั้นหายากกว่าที่คิด ลองคำนวณง่ายๆ ถ้าคอนโดของคุณย่านลาดพร้าว ใกล้สถานี MRT ลาดพร้าว ปล่อยเช่า 15,000 บาท/เดือน ผู้เช่าขอลด 1,000 บาท คุณเสียรายได้ปีละ 12,000 บาท แต่ถ้าปฏิเสธแล้วผู้เช่าย้ายออก ห้องว่าง 2 เดือน คุณเสียรายได้ 30,000 บาท บวกค่าทำความสะอาด ค่าโฆษณาหาผู้เช่าใหม่อีก เห็นภาพชัดเลยว่าบางทียอมลดนิดหน่อยก็คุ้มกว่า
ต่อให้คุณรู้ราคาตลาด มีสัญญาดี มีเหตุผลครบ แต่ถ้าสื่อสารไม่ดี ทุกอย่างก็พังได้ หลักง่ายๆ คือ ตอบเร็ว พูดตรง และเคารพซึ่งกันและกัน อย่าปล่อยให้ผู้เช่าส่งข้อความมาแล้วหายไป 3 วันค่อยตอบ เพราะมันสร้างความรู้สึกไม่ดีมาก
เวลาต่อรอง ให้ใช้ข้อมูลนำ ไม่ใช่อารมณ์นำ แทนที่จะพูดว่า "ลดไม่ได้" ลองพูดว่า "ราคานี้เป็นราคาที่ต่ำกว่าตลาดอยู่แล้ว แต่ถ้าเซ็นสัญญา 2 ปี เราลดให้ได้อีก 500 บาท/เดือน" แบบนี้ผู้เช่ารู้สึกว่าคุณฟังเขา และเสนอทางออกให้จริงๆ
อีกเรื่องที่สำคัญคือการบันทึกทุกอย่างเป็นลายลักษณ์อักษร ไม่ว่าจะคุยอะไรกัน ส่งสรุปทาง Line หรืออีเมลไว้เสมอ เผื่อวันดีคืนดีมีปัญหา จะได้มีหลักฐานอ้างอิง ไม่ต้องมานั่งเถียงว่า "ตอนนั้นคุยกันไว้ยังไง"
การต่อรองกับผู้เช่าอย่างไรให้ได้ผลไม่ใช่เรื่องของการเอาชนะ แต่เป็นเรื่องของการหาจุดที่ทั้งสองฝ่ายรู้สึกว่าแฟร์ เช็คราคาตลาดก่อนเสมอ เขียนสัญญาให้ชัด สื่อสารตรงไปตรงมา ยืดหยุ่นกับผู้เช่าที่ดี และกล้าปล่อยผู้เช่าที่สร้างปัญหา ถ้าทำได้ครบ คุณจะมีรายได้ค่าเช่าสม่ำเสมอ ห้องไม่ว่างนาน และไม่ต้องปวดหัวกับปัญหาจุกจิก
สำหรับใครที่กำลังหาคอนโดเช่าในกรุงเทพ หรือเป็นเจ้าของที่อยากปล่อยเช่าให้เจอผู้เช่าที่ใช่ ลองใช้ Superagent ที่ superagent.co แพลตฟอร์ม AI รายแรกในไทยที่ช่วยจับคู่เจ้าของห้องกับผู้เช่าได้แม่นยำ ไม่มีนายหน้ากดดัน ไม่ต้องเสียเวลานั่งโพสต์ตามกลุ่มต่างๆ แค่บอก AI
ถ้าคุณเป็นเจ้าของคอนโดปล่อยเช่า ไม่ว่าจะเป็นห้องที่ The Base สุขุมวิท 77 ราคา 12,000 บาท/เดือน หรือห้องที่ Ashton Asoke ราคา 35,000 บาท/เดือน สิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้คือการ "ต่อรอง" กับผู้เช่า ไม่ว่าจะเรื่องค่าเช่า ค่าซ่อมแซม หรือเงื่อนไขสัญญา หลายคนกลัวว่าถ้าต่อรองแรงไป ผู้เช่าจะหนีไปเช่าที่อื่น แต่ถ้ายอมทุกอย่าง ก็กลายเป็นเราเองที่เสียเปรียบ บทความนี้จะแชร์วิธีต่อรองกับผู้เช่าอย่างไรให้ได้ผลลัพธ์ที่แฟร์ทั้งสองฝ่าย และยังรักษาความสัมพันธ์ระยะยาวได้ด้วย เพราะผู้เช่าที่ดีและอยู่นานคือทรัพย์สินที่มีค่ามากกว่าค่าเช่าที่แพงขึ้นเดือนละพันสองพันบาท
กฎข้อแรกของการต่อรองกับผู้เช่าอย่างไรให้ได้ผลคือ คุณต้องรู้ราคาตลาดจริงๆ ก่อน ไม่ใช่ตั้งราคาตามความรู้สึก ลองเช็คว่าคอนโดขนาดเดียวกัน ทำเลเดียวกัน เขาปล่อยเช่ากันเท่าไหร่ ตัวอย่างเช่น คอนโด 1 ห้องนอนย่านพระโขนง-อ่อนนุช สถานี BTS อ่อนนุช ราคาเฉลี่ยอยู่ที่ 10,000-18,000 บาท/เดือน ขณะที่ย่านทองหล่อ-เอกมัย ห้องสเปคใกล้เคียงกันอาจอยู่ที่ 20,000-35,000 บาท/เดือน ตามข้อมูลจาก DDproperty
เมื่อคุณมีตัวเลขในมือ การต่อรองจะง่ายขึ้นมาก เพราะคุณสามารถอธิบายได้อย่างมีเหตุผลว่า "ราคานี้เป็นราคาตลาด" หรือถ้าผู้เช่าขอลดราคา คุณก็รู้ว่าลดได้ถึงจุดไหนโดยไม่ขาดทุน อย่าลืมดูด้วยว่าคอนโดของคุณมีจุดแข็งอะไรที่ห้องอื่นไม่มี เช่น วิวดี ชั้นสูง เฟอร์นิเจอร์ครบ หรือเดินจากสถานีรถไฟฟ้าไม่ถึง 5 นาที สิ่งเหล่านี้คือไพ่ในมือที่ใช้ต่อรองได้
เรื่องที่ต่อรองกันบ่อยที่สุดคือค่าเช่า โดยเฉพาะตอนต่อสัญญา ผู้เช่าอาจขอลด หรือคุณอาจอยากขึ้นราคา หลักการสำคัญคือ อย่าทำให้มันกลายเป็นสงคราม ให้มองเป็นการเจรจาธุรกิจที่ทั้งสองฝ่ายต้องรู้สึกว่าแฟร์
ถ้าผู้เช่าขอลดค่าเช่า ลองถามเหตุผลก่อน บางทีเขาอาจเจอคอนโดข้างๆ ราคาถูกกว่าจริง หรืออาจมีปัญหาทางการเงินชั่วคราว ถ้าผู้เช่าคนนี้ดูแลห้องดี จ่ายตรงเวลาตลอด การลดให้ 500-1,000 บาท/เดือน อาจคุ้มกว่าต้องหาผู้เช่าใหม่ เพราะห้องว่างแค่เดือนเดียวก็เสียรายได้หลักหมื่นแล้ว
ในทางกลับกัน ถ้าคุณจะขึ้นค่าเช่า ควรแจ้งล่วงหน้าอย่างน้อย 30-60 วัน และขึ้นในอัตราที่สมเหตุสมผล โดยทั่วไปการขึ้นค่าเช่าประมาณ 5-10% ต่อปีถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ผู้เช่ารับได้ พร้อมอธิบายเหตุผล เช่น ค่าส่วนกลางขึ้น ราคาตลาดปรับตัว หรือคุณเพิ่งซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าใหม่ให้
การต่อรองกับผู้เช่าอย่างไรให้ครอบคลุม ไม่ได้มีแค่เรื่องค่าเช่า ยังมีอีกหลายเรื่องที่ต้องตกลงกันให้ชัดตั้งแต่ต้น เพื่อป้องกันปัญหาในอนาคต
เรื่องค่าซ่อมแซมเป็นปัญหาคลาสสิก หลักง่ายๆ คือ ของที่พังเพราะใช้งานปกตินานๆ เช่น เครื่องปรับอากาศเสื่อมสภาพ ก๊อกน้ำเก่า เจ้าของควรรับผิดชอบ แต่ของที่พังเพราะผู้เช่าใช้งานผิดวิธีหรือประมาท ผู้เช่าต้องรับผิดชอบ ตามหลัก กรมที่ดิน และประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยเรื่องสัญญาเช่า ผู้ให้เช่ามีหน้าที่ส่งมอบทรัพย์สินในสภาพดีและบำรุงรักษาให้ใช้งานได้ตามปกติ
เรื่องสัตว์เลี้ยงก็เป็นประเด็นบ่อย ถ้าคุณไม่อนุญาตตั้งแต่แรก ให้ระบุในสัญญาให้ชัด แต่ถ้าผู้เช่าขอเลี้ยงภายหลัง อาจเจรจาเก็บค่าประกันเพิ่มอีก 5,000-10,000 บาท แทนที่จะปฏิเสธทันที เรื่องการต่อสัญญาก็สำคัญ ควรคุยกันล่วงหน้าอย่างน้อย 2 เดือนก่อนสัญญาหมด เพื่อให้ทั้งสองฝ่ายมีเวลาตัดสินใจ
หลายครั้งที่การต่อรองกลายเป็นทะเลาะกัน เพราะสัญญาเขียนไม่ชัด หรือไม่ได้เขียนเลย สัญญาเช่าที่ดีไม่จำเป็นต้องยาว 20 หน้า แต่ต้องครอบคลุมประเด็นสำคัญ
ข้อที่ต้องมีในสัญญาคือ ค่าเช่าและกำหนดจ่ายที่ชัดเจน ค่าประกัน (ปกติ 2 เดือน) เงื่อนไขการคืนค่าประกัน ใครรับผิดชอบค่าซ่อมอะไรบ้าง เงื่อนไขการบอกเลิกสัญญา และข้อห้ามต่างๆ เช่น ห้ามปล่อยเช่าช่วง ห้ามดัดแปลงห้อง ยิ่งเขียนละเอียดเท่าไหร่ ก็ยิ่งลดโอกาสเกิดข้อพิพาทได้มากเท่านั้น
สำหรับเรื่องภาษีค่าเช่า เจ้าของห้องมีหน้าที่เสียภาษีเงินได้จากค่าเช่าที่ได้รับ สามารถดูรายละเอียดเกณฑ์การเสียภาษีได้ที่เว็บไซต์ กรมสรรพากร ซึ่งเป็นสิ่งที่เจ้าของคอนโดหลายคนมองข้ามไป
ไม่ใช่ผู้เช่าทุกคนที่ควรยอมต่อรองด้วย ลองดูตารางเปรียบเทียบนี้ จะช่วยให้ตัดสินใจง่ายขึ้นว่าควรยืดหยุ่นแค่ไหน
ฝากข้อมูลแล้วอ่านบทความต่อได้เลย ทีมงานจะติดต่อกลับ
ผู้เช่าที่ดีนั้นหายากกว่าที่คิด ลองคำนวณง่ายๆ ถ้าคอนโดของคุณย่านลาดพร้าว ใกล้สถานี MRT ลาดพร้าว ปล่อยเช่า 15,000 บาท/เดือน ผู้เช่าขอลด 1,000 บาท คุณเสียรายได้ปีละ 12,000 บาท แต่ถ้าปฏิเสธแล้วผู้เช่าย้ายออก ห้องว่าง 2 เดือน คุณเสียรายได้ 30,000 บาท บวกค่าทำความสะอาด ค่าโฆษณาหาผู้เช่าใหม่อีก เห็นภาพชัดเลยว่าบางทียอมลดนิดหน่อยก็คุ้มกว่า
ต่อให้คุณรู้ราคาตลาด มีสัญญาดี มีเหตุผลครบ แต่ถ้าสื่อสารไม่ดี ทุกอย่างก็พังได้ หลักง่ายๆ คือ ตอบเร็ว พูดตรง และเคารพซึ่งกันและกัน อย่าปล่อยให้ผู้เช่าส่งข้อความมาแล้วหายไป 3 วันค่อยตอบ เพราะมันสร้างความรู้สึกไม่ดีมาก
เวลาต่อรอง ให้ใช้ข้อมูลนำ ไม่ใช่อารมณ์นำ แทนที่จะพูดว่า "ลดไม่ได้" ลองพูดว่า "ราคานี้เป็นราคาที่ต่ำกว่าตลาดอยู่แล้ว แต่ถ้าเซ็นสัญญา 2 ปี เราลดให้ได้อีก 500 บาท/เดือน" แบบนี้ผู้เช่ารู้สึกว่าคุณฟังเขา และเสนอทางออกให้จริงๆ
อีกเรื่องที่สำคัญคือการบันทึกทุกอย่างเป็นลายลักษณ์อักษร ไม่ว่าจะคุยอะไรกัน ส่งสรุปทาง Line หรืออีเมลไว้เสมอ เผื่อวันดีคืนดีมีปัญหา จะได้มีหลักฐานอ้างอิง ไม่ต้องมานั่งเถียงว่า "ตอนนั้นคุยกันไว้ยังไง"
การต่อรองกับผู้เช่าอย่างไรให้ได้ผลไม่ใช่เรื่องของการเอาชนะ แต่เป็นเรื่องของการหาจุดที่ทั้งสองฝ่ายรู้สึกว่าแฟร์ เช็คราคาตลาดก่อนเสมอ เขียนสัญญาให้ชัด สื่อสารตรงไปตรงมา ยืดหยุ่นกับผู้เช่าที่ดี และกล้าปล่อยผู้เช่าที่สร้างปัญหา ถ้าทำได้ครบ คุณจะมีรายได้ค่าเช่าสม่ำเสมอ ห้องไม่ว่างนาน และไม่ต้องปวดหัวกับปัญหาจุกจิก
สำหรับใครที่กำลังหาคอนโดเช่าในกรุงเทพ หรือเป็นเจ้าของที่อยากปล่อยเช่าให้เจอผู้เช่าที่ใช่ ลองใช้ Superagent ที่ superagent.co แพลตฟอร์ม AI รายแรกในไทยที่ช่วยจับคู่เจ้าของห้องกับผู้เช่าได้แม่นยำ ไม่มีนายหน้ากดดัน ไม่ต้องเสียเวลานั่งโพสต์ตามกลุ่มต่างๆ แค่บอก AI
Guides · โดย ทีมบรรณาธิการ Superagentค่าใช้จ่ายซ่อนเร้นในการเช่าคอนโดกรุงเทพฯ ที่ไม่มีใครบอกคุณค่าเช่าคอนโดกรุงเทพฯ ดูเหมือนไม่แพงจนกว่าจะถึงเดือนแรก นี่คือค่าใช้จ่ายจริงที่อยู่นอกเหนือตัวเลขหลักที่ทำให้ผู้เช่าส่วนใหญ่ตกใจ25 พ.ค. 25691 นาที
Guides · โดย ทีมบรรณาธิการ Superagentคอนโดกรุงเทพฯ ที่ว่างนานบอกอะไรคุณบ้างคอนโดกรุงเทพฯ ที่ว่างนานหลายเดือนอาจบ่งชี้ถึงราคาสูงเกิน ปัญหาเจ้าของ หรือปัญหาจริงในห้อง มาเรียนรู้วิธีอ่านสัญญาณเหล่านี้25 พ.ค. 25691 นาที
Guides · โดย ทีมบรรณาธิการ Superagentสัญญาณอันตรายในสัญญาเช่าคอนโดกรุงเทพฯ ที่ควรระวังสัญญาเช่าในกรุงเทพฯ มักซ่อนข้อกำหนดที่เสี่ยง นี่คือสัญญาณอันตรายที่ผู้เช่าทุกคนต้องตรวจพบก่อนเซ็นสัญญา25 พ.ค. 25691 นาที
Guides · โดย ทีมบรรณาธิการ Superagentทำงานออนไลน์จากคอนโด: เลือกห้องอย่างไรให้ทำงานได้ดีที่สุดการทำงานออนไลน์จากคอนโดต้องเลือกห้องให้ดี เพราะไม่ใช่ทุกห้องเหมาะกับงาน 8-10 ชั่วโมง บทความนี้บอกวิธีเลือกคอนโดมีเน็ตดี พื้นที่กว้าง และเงียบเหมาะสำหรับการ9 พ.ค. 25691 นาที