Guides
เช่าคอนโดระยะยาวในกรุงเทพฯ: วิธีได้ดีลที่คุ้มค่าที่สุด
เคล็ดลับต่อรองราคา เลือกทำเล และทำสัญญาเช่าอย่างมืออาชีพ

สรุป
รวมวิธีเช่าคอนโดระยะยาวในกรุงเทพฯ ให้ได้ราคาดี ตั้งแต่การเลือกทำเล การต่อรองกับเจ้าของห้อง ไปจนถึงข้อควรรู้ก่อนเซ็นสัญญา
ตลาดเช่าคอนโดระยะยาวในกรุงเทพฯ มีชื่อเสียงว่าซับซ้อน , และก็ไม่ผิดนัก เจ้าของห้องประกาศราคาหนึ่งออนไลน์ นายหน้าบอกอีกราคาตอนพาชม และราคาจริงที่ควรได้อยู่ตรงกลางระหว่างนั้น ถ้าคุณรู้ว่าต้องถามอะไร ไม่ว่าจะย้ายมาทำงาน พาครอบครัวมาตั้งรกราก หรือเบื่อชีวิตโรงแรมแล้ว การหาคอนโดเช่าระยะยาวในกรุงเทพฯ ในราคาที่เป็นธรรมนั้นทำได้ , แค่ต้องเข้าใจว่าตลาดทำงานอย่างไร
รู้จักทำเลก่อนค้นหา
ความผิดพลาดแรกที่ผู้เช่าส่วนใหญ่มักทำคือมองกรุงเทพฯ เป็นตลาดเดียว ซึ่งไม่ใช่ Sukhumvit, Silom, Sathorn, Ratchada และ On Nut ต่างมีระดับราคา กลุ่มผู้เช่า และวัฒนธรรมการต่อรองเป็นของตัวเอง ทำความเข้าใจความแตกต่างเหล่านี้ก่อนเริ่มหาห้องจะช่วยประหยัดทั้งเวลาและเงิน
ลองดูที่ On Nut เป็นตัวอย่าง คอนโด 1 ห้องนอนในอาคารระดับดีใกล้ BTS On Nut อย่าง The Base Park East หรือ Ideo Mix 77 จะอยู่ที่ราว 15,000,18,000 บาทต่อเดือน แต่ขนาดเดียวกันในแถว Phrom Phong หรือ Thonglor นั้นเริ่มต้นที่ 25,000,35,000 บาทได้เลย ทั้งสองทำเลอยู่บนสาย BTS Sukhumvit เหมือนกัน เดินทางสะดวกพอๆ กัน แต่ต่างราคากันมาก
ถ้างานหรือชีวิตประจำวันของคุณไม่ได้ผูกติดกับสถานีใดสถานีหนึ่ง การเลื่อนออกไปแค่หนึ่งหรือสองสถานีมักเป็นวิธีที่ง่ายที่สุดในการลดค่าเช่าต่อเดือน
เลือกจังหวะหาห้องให้ได้ราคาดี
กรุงเทพฯ มีฤดูกาลของตลาดเช่า แต่ผู้เช่าส่วนใหญ่ไม่ได้คิดถึงเรื่องนี้จนกว่าจะเซ็นสัญญาไปแล้ว ช่วงนอกฤดูเช่าโดยทั่วไปอยู่ระหว่างเดือนพฤษภาคมถึงกันยายน เมื่อการหมุนเวียนของผู้เช่าชาวต่างชาติลดลงและเจ้าของห้องมีผู้สนใจน้อยลง
เจ้าของห้องบน Sukhumvit Soi 71 ที่ประกาศไว้ที่ 22,000 บาทในเดือนมกราคม อาจยอมรับ 19,500 บาทสำหรับสัญญา 12 เดือนในเดือนกรกฎาคม เพียงเพื่อหลีกเลี่ยงห้องว่างอีกหนึ่งเดือน ผลต่างนั้นรวมกันแล้วประหยัดได้กว่า 30,000 บาทตลอดสัญญา
ถ้าคุณมีความยืดหยุ่นในวันย้ายเข้า การเล็งไปที่เดือนกรกฎาคมหรือสิงหาคมจะให้อำนาจต่อรองที่แท้จริง เจ้าของห้องไม่อยากปล่อยให้ห้องว่างในช่วงหน้าฝน และส่วนใหญ่ยอมลดราคาเล็กน้อยดีกว่าปล่อยว่างไว้อีกหกสัปดาห์
สิ่งที่ต่อรองได้จริงๆ
ผู้เช่าหลายคนคิดว่าราคาประกาศคือราคาจริง แต่ในกรุงเทพฯ ไม่ค่อยเป็นแบบนั้น โดยเฉพาะกับสัญญาเช่าหกเดือนขึ้นไป
ค่าเช่าคือจุดต่อรองที่ชัดเจนที่สุด แต่ยังมีอีกหลายอย่างบนโต๊ะเจรจา ไม่ว่าจะเป็นที่จอดรถฟรี การอัปเกรดเฟอร์นิเจอร์ การยกเว้นเงินประกันหนึ่งเดือน หรือให้เจ้าของรับผิดชอบค่าติดตั้งสาธารณูปโภคครั้งแรก สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นข้อต่อรองที่เจ้าของห้องส่วนใหญ่มักยอมรับได้โดยไม่ต้องถกเถียงมาก
ที่อาคารอย่าง Rhythm Asoke ใกล้ MRT Asoke ห้องที่ประกาศไว้ที่ 28,000 บาทอาจลดลงมาที่ 25,500 บาทสำหรับสัญญา 12 เดือน พร้อมที่จอดรถหนึ่งคัน นี่ไม่ใช่การต่อรองในอุดมคติ แต่เป็นบทสนทนาที่เกิดขึ้นได้จริง...
ตลาดเช่าคอนโดระยะยาวในกรุงเทพฯ มีชื่อเสียงว่าซับซ้อน , และก็ไม่ผิดนัก เจ้าของห้องประกาศราคาหนึ่งออนไลน์ นายหน้าบอกอีกราคาตอนพาชม และราคาจริงที่ควรได้อยู่ตรงกลางระหว่างนั้น ถ้าคุณรู้ว่าต้องถามอะไร ไม่ว่าจะย้ายมาทำงาน พาครอบครัวมาตั้งรกราก หรือเบื่อชีวิตโรงแรมแล้ว การหาคอนโดเช่าระยะยาวในกรุงเทพฯ ในราคาที่เป็นธรรมนั้นทำได้ , แค่ต้องเข้าใจว่าตลาดทำงานอย่างไร
รู้จักทำเลก่อนค้นหา
ความผิดพลาดแรกที่ผู้เช่าส่วนใหญ่มักทำคือมองกรุงเทพฯ เป็นตลาดเดียว ซึ่งไม่ใช่ Sukhumvit, Silom, Sathorn, Ratchada และ On Nut ต่างมีระดับราคา กลุ่มผู้เช่า และวัฒนธรรมการต่อรองเป็นของตัวเอง ทำความเข้าใจความแตกต่างเหล่านี้ก่อนเริ่มหาห้องจะช่วยประหยัดทั้งเวลาและเงิน
ลองดูที่ On Nut เป็นตัวอย่าง คอนโด 1 ห้องนอนในอาคารระดับดีใกล้ BTS On Nut อย่าง The Base Park East หรือ Ideo Mix 77 จะอยู่ที่ราว 15,000,18,000 บาทต่อเดือน แต่ขนาดเดียวกันในแถว Phrom Phong หรือ Thonglor นั้นเริ่มต้นที่ 25,000,35,000 บาทได้เลย ทั้งสองทำเลอยู่บนสาย BTS Sukhumvit เหมือนกัน เดินทางสะดวกพอๆ กัน แต่ต่างราคากันมาก
ถ้างานหรือชีวิตประจำวันของคุณไม่ได้ผูกติดกับสถานีใดสถานีหนึ่ง การเลื่อนออกไปแค่หนึ่งหรือสองสถานีมักเป็นวิธีที่ง่ายที่สุดในการลดค่าเช่าต่อเดือน
เลือกจังหวะหาห้องให้ได้ราคาดี
กรุงเทพฯ มีฤดูกาลของตลาดเช่า แต่ผู้เช่าส่วนใหญ่ไม่ได้คิดถึงเรื่องนี้จนกว่าจะเซ็นสัญญาไปแล้ว ช่วงนอกฤดูเช่าโดยทั่วไปอยู่ระหว่างเดือนพฤษภาคมถึงกันยายน เมื่อการหมุนเวียนของผู้เช่าชาวต่างชาติลดลงและเจ้าของห้องมีผู้สนใจน้อยลง
เจ้าของห้องบน Sukhumvit Soi 71 ที่ประกาศไว้ที่ 22,000 บาทในเดือนมกราคม อาจยอมรับ 19,500 บาทสำหรับสัญญา 12 เดือนในเดือนกรกฎาคม เพียงเพื่อหลีกเลี่ยงห้องว่างอีกหนึ่งเดือน ผลต่างนั้นรวมกันแล้วประหยัดได้กว่า 30,000 บาทตลอดสัญญา
สอบถามเรื่องเช่า
ฝากข้อมูลแล้วอ่านบทความต่อได้เลย ทีมงานจะติดต่อกลับ
ถ้าคุณมีความยืดหยุ่นในวันย้ายเข้า การเล็งไปที่เดือนกรกฎาคมหรือสิงหาคมจะให้อำนาจต่อรองที่แท้จริง เจ้าของห้องไม่อยากปล่อยให้ห้องว่างในช่วงหน้าฝน และส่วนใหญ่ยอมลดราคาเล็กน้อยดีกว่าปล่อยว่างไว้อีกหกสัปดาห์
สิ่งที่ต่อรองได้จริงๆ
ผู้เช่าหลายคนคิดว่าราคาประกาศคือราคาจริง แต่ในกรุงเทพฯ ไม่ค่อยเป็นแบบนั้น โดยเฉพาะกับสัญญาเช่าหกเดือนขึ้นไป
ค่าเช่าคือจุดต่อรองที่ชัดเจนที่สุด แต่ยังมีอีกหลายอย่างบนโต๊ะเจรจา ไม่ว่าจะเป็นที่จอดรถฟรี การอัปเกรดเฟอร์นิเจอร์ การยกเว้นเงินประกันหนึ่งเดือน หรือให้เจ้าของรับผิดชอบค่าติดตั้งสาธารณูปโภคครั้งแรก สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นข้อต่อรองที่เจ้าของห้องส่วนใหญ่มักยอมรับได้โดยไม่ต้องถกเถียงมาก
ที่อาคารอย่าง Rhythm Asoke ใกล้ MRT Asoke ห้องที่ประกาศไว้ที่ 28,000 บาทอาจลดลงมาที่ 25,500 บาทสำหรับสัญญา 12 เดือน พร้อมที่จอดรถหนึ่งคัน นี่ไม่ใช่การต่อรองในอุดมคติ แต่เป็นบทสนทนาที่เกิดขึ้นได้จริง...
แชร์บทความนี้
ทรัพย์ที่คุณอาจสนใจ
บทความที่คล้ายกัน
Guides · โดย ทีมบรรณาธิการ Superagentค่าใช้จ่ายซ่อนเร้นในการเช่าคอนโดกรุงเทพฯ ที่ไม่มีใครบอกคุณค่าเช่าคอนโดกรุงเทพฯ ดูเหมือนไม่แพงจนกว่าจะถึงเดือนแรก นี่คือค่าใช้จ่ายจริงที่อยู่นอกเหนือตัวเลขหลักที่ทำให้ผู้เช่าส่วนใหญ่ตกใจ25 พ.ค. 25691 นาที
Guides · โดย ทีมบรรณาธิการ Superagentคอนโดกรุงเทพฯ ที่ว่างนานบอกอะไรคุณบ้างคอนโดกรุงเทพฯ ที่ว่างนานหลายเดือนอาจบ่งชี้ถึงราคาสูงเกิน ปัญหาเจ้าของ หรือปัญหาจริงในห้อง มาเรียนรู้วิธีอ่านสัญญาณเหล่านี้25 พ.ค. 25691 นาที
Guides · โดย ทีมบรรณาธิการ Superagentสัญญาณอันตรายในสัญญาเช่าคอนโดกรุงเทพฯ ที่ควรระวังสัญญาเช่าในกรุงเทพฯ มักซ่อนข้อกำหนดที่เสี่ยง นี่คือสัญญาณอันตรายที่ผู้เช่าทุกคนต้องตรวจพบก่อนเซ็นสัญญา25 พ.ค. 25691 นาที
Guides · โดย ทีมบรรณาธิการ Superagentทำงานออนไลน์จากคอนโด: เลือกห้องอย่างไรให้ทำงานได้ดีที่สุดการทำงานออนไลน์จากคอนโดต้องเลือกห้องให้ดี เพราะไม่ใช่ทุกห้องเหมาะกับงาน 8-10 ชั่วโมง บทความนี้บอกวิธีเลือกคอนโดมีเน็ตดี พื้นที่กว้าง และเงียบเหมาะสำหรับการ9 พ.ค. 25691 นาที








