Guides
สัญญาณอันตรายในสัญญาเช่าที่พักในกรุงเทพฯ และวิธีสังเกต
รู้เท่าทันข้อสัญญาที่ควรระวังก่อนเซ็นชื่อเช่าคอนโดหรืออพาร์ตเมนต์ในกรุงเทพฯ

สรุป
เรียนรู้วิธีสังเกตสัญญาณอันตรายในสัญญาเช่าที่พักในกรุงเทพฯ เพื่อปกป้องสิทธิ์และเงินของคุณก่อนตัดสินใจเช่า
คุณเจอคอนโดในฝันแล้ว ห้องสองนอน วิวสระน้ำ เดินไม่ถึงห้านาทีจาก BTS พร้อมพงษ์ เอเจนต์น่าคุย เจ้าของห้องดูเป็นคนมีเหตุผล ราคาก็ลงตัวที่ 35,000 บาทต่อเดือน แล้วสัญญาก็มาถึง , สิบสองหน้าเต็มของข้อความภาษาไทย พร้อมเงื่อนไขภาษาอังกฤษไม่กี่ข้อแทรกอยู่กลางเอกสาร ฟังดูคุ้นไหม?
สัญญาเช่าในกรุงเทพฯ ทำให้ผู้เช่าหลายคนประหลาดใจได้ไม่น้อย โดยเฉพาะคนที่เพิ่งย้ายมาครั้งแรกหรือชาวต่างชาติที่คิดว่ากระบวนการคงคล้ายกับที่บ้านเกิด แต่ความเป็นจริงไม่ใช่อย่างนั้น ประเทศไทยไม่มีสัญญาเช่ามาตรฐานที่บังคับใช้ตามกฎหมาย ทำให้เจ้าของห้องและนายหน้าแต่ละรายเขียนสัญญาขึ้นมาเอง บางฉบับยุติธรรม บางฉบับไม่ใช่
นี่คือสิ่งที่ต้องตรวจให้ดีก่อนเซ็นชื่อ
ข้อกำหนดการซ่อมบำรุงที่คลุมเครือ จนคุณต้องรับภาระคนเดียว
ปัญหาที่พบบ่อยที่สุดในสัญญาเช่ากรุงเทพฯ คือภาษาเกี่ยวกับการบำรุงรักษาที่ฟังดูสมเหตุสมผล จนกว่าจะมีอะไรพัง ประโยคอย่าง "ผู้เช่ามีหน้าที่ดูแลรักษาสภาพห้อง" หรือ "ความเสียหายตามปกติจากการใช้งานไม่อยู่ในเงื่อนไขคืนเงินประกัน" ล้วนเป็นสัญญาณอันตราย เพราะไม่มีนิยามที่ชัดเจนแนบมาด้วย
อะไรถือว่าเป็นความเสียหายตามปกติ? รอยขีดข่วนบนผนังหลังอยู่มาสองปี? บานพับประตูที่หัก? ถ้าสัญญาไม่ระบุให้ชัด เจ้าของห้องจะเป็นคนตัดสิน และคำตัดสินนั้นมักหมายถึงเงินประกันของคุณ
ผู้เช่าที่ Ideo Mobi Asoke ใกล้ BTS Asok รายหนึ่งเคยเสียเงิน 8,000 บาทจากเงินประกัน 70,000 บาท เพียงเพราะค่าทาสีที่สัญญาไม่ได้กำหนดความรับผิดชอบไว้ วิธีแก้ไม่ซับซ้อน: ขอรายการตรวจสภาพห้องอย่างละเอียดตอน check-in และยืนกรานให้ระบุความรับผิดชอบด้านการซ่อมบำรุงเป็นรายการข้อๆ ไม่ใช่ปล่อยให้ตีความเอาเอง
กับดักต่อสัญญาอัตโนมัติ
สัญญาบางฉบับมีข้อกำหนดต่อสัญญาอัตโนมัติซ่อนอยู่ท้ายเอกสาร มักเขียนทำนองว่า: หากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่แจ้งเป็นลายลักษณ์อักษรภายใน 30 หรือ 60 วันก่อนสัญญาสิ้นสุด สัญญาจะต่ออัตโนมัติอีกหนึ่งปีในเงื่อนไขเดิมทุกประการ
ฟังดูไม่น่ากลัว แต่ถ้าแผนเปลี่ยน หรือคุณหาห้องที่ดีกว่าใกล้ On Nut ได้ คุณอาจติดสัญญาอยู่ หรือต้องจ่ายค่าปรับจากการเลิกสัญญาที่ไม่รู้ตัวว่าต่อไปแล้ว
ผู้เช่าย่าน Silom MRT รายหนึ่งพลาดช่วงเวลาแจ้ง 30 วัน และต้องจ่ายค่าเช่าสองเดือนเป็นค่าเลิกสัญญา เพราะสัญญาต่ออัตโนมัติโดยไม่ทันสังเกต อ่านเงื่อนไขการต่อสัญญาให้ถี่ถ้วน และตั้งการแจ้งเตือนในปฏิทินก่อนสัญญาหมดประมาณสามเดือน เพื่อให้มีเวลาตัดสินใจไม่ว่าจะทางไหน
ภาษาคืนเงินประกันที่มีช่องโหว่ซ่อนอยู่
เงินประกันในกรุงเทพฯ โดยทั่วไปคือสองเดือนของค่าเช่า สำหรับคอนโดราคา 25,000 บาทต่อเดือนใกล้ BTS Udom Suk นั่นหมายถึง 50,000 บาทที่ฝากไว้กับเจ้าของห้องตลอดระยะเวลาเช่า การได้เงินคืนควรจะตรงไปตรงมา แต่ในทางปฏิบัติมักไม่ใช่อย่างนั้น
ระวังสัญญาที่ให้เวลาเจ้าของห้องคืนเงินประกันนานถึง 45 หรือ 60 วัน โดยไม่มีบทลงโทษหากเกินกำหนด และให้สังเกตประโยคแบบ "เงินประกันอาจถูกหักตามดุลยพินิจของเจ้าของห้องสำหรับความเสียหายใดๆ" ส่วนหลังนั้นแทบจะเป็น...
คุณเจอคอนโดในฝันแล้ว ห้องสองนอน วิวสระน้ำ เดินไม่ถึงห้านาทีจาก BTS พร้อมพงษ์ เอเจนต์น่าคุย เจ้าของห้องดูเป็นคนมีเหตุผล ราคาก็ลงตัวที่ 35,000 บาทต่อเดือน แล้วสัญญาก็มาถึง , สิบสองหน้าเต็มของข้อความภาษาไทย พร้อมเงื่อนไขภาษาอังกฤษไม่กี่ข้อแทรกอยู่กลางเอกสาร ฟังดูคุ้นไหม?
สัญญาเช่าในกรุงเทพฯ ทำให้ผู้เช่าหลายคนประหลาดใจได้ไม่น้อย โดยเฉพาะคนที่เพิ่งย้ายมาครั้งแรกหรือชาวต่างชาติที่คิดว่ากระบวนการคงคล้ายกับที่บ้านเกิด แต่ความเป็นจริงไม่ใช่อย่างนั้น ประเทศไทยไม่มีสัญญาเช่ามาตรฐานที่บังคับใช้ตามกฎหมาย ทำให้เจ้าของห้องและนายหน้าแต่ละรายเขียนสัญญาขึ้นมาเอง บางฉบับยุติธรรม บางฉบับไม่ใช่
นี่คือสิ่งที่ต้องตรวจให้ดีก่อนเซ็นชื่อ
ข้อกำหนดการซ่อมบำรุงที่คลุมเครือ จนคุณต้องรับภาระคนเดียว
ปัญหาที่พบบ่อยที่สุดในสัญญาเช่ากรุงเทพฯ คือภาษาเกี่ยวกับการบำรุงรักษาที่ฟังดูสมเหตุสมผล จนกว่าจะมีอะไรพัง ประโยคอย่าง "ผู้เช่ามีหน้าที่ดูแลรักษาสภาพห้อง" หรือ "ความเสียหายตามปกติจากการใช้งานไม่อยู่ในเงื่อนไขคืนเงินประกัน" ล้วนเป็นสัญญาณอันตราย เพราะไม่มีนิยามที่ชัดเจนแนบมาด้วย
อะไรถือว่าเป็นความเสียหายตามปกติ? รอยขีดข่วนบนผนังหลังอยู่มาสองปี? บานพับประตูที่หัก? ถ้าสัญญาไม่ระบุให้ชัด เจ้าของห้องจะเป็นคนตัดสิน และคำตัดสินนั้นมักหมายถึงเงินประกันของคุณ
ผู้เช่าที่ Ideo Mobi Asoke ใกล้ BTS Asok รายหนึ่งเคยเสียเงิน 8,000 บาทจากเงินประกัน 70,000 บาท เพียงเพราะค่าทาสีที่สัญญาไม่ได้กำหนดความรับผิดชอบไว้ วิธีแก้ไม่ซับซ้อน: ขอรายการตรวจสภาพห้องอย่างละเอียดตอน check-in และยืนกรานให้ระบุความรับผิดชอบด้านการซ่อมบำรุงเป็นรายการข้อๆ ไม่ใช่ปล่อยให้ตีความเอาเอง
กับดักต่อสัญญาอัตโนมัติ
สัญญาบางฉบับมีข้อกำหนดต่อสัญญาอัตโนมัติซ่อนอยู่ท้ายเอกสาร มักเขียนทำนองว่า: หากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่แจ้งเป็นลายลักษณ์อักษรภายใน 30 หรือ 60 วันก่อนสัญญาสิ้นสุด สัญญาจะต่ออัตโนมัติอีกหนึ่งปีในเงื่อนไขเดิมทุกประการ
สอบถามเรื่องเช่า
ฝากข้อมูลแล้วอ่านบทความต่อได้เลย ทีมงานจะติดต่อกลับ
ฟังดูไม่น่ากลัว แต่ถ้าแผนเปลี่ยน หรือคุณหาห้องที่ดีกว่าใกล้ On Nut ได้ คุณอาจติดสัญญาอยู่ หรือต้องจ่ายค่าปรับจากการเลิกสัญญาที่ไม่รู้ตัวว่าต่อไปแล้ว
ผู้เช่าย่าน Silom MRT รายหนึ่งพลาดช่วงเวลาแจ้ง 30 วัน และต้องจ่ายค่าเช่าสองเดือนเป็นค่าเลิกสัญญา เพราะสัญญาต่ออัตโนมัติโดยไม่ทันสังเกต อ่านเงื่อนไขการต่อสัญญาให้ถี่ถ้วน และตั้งการแจ้งเตือนในปฏิทินก่อนสัญญาหมดประมาณสามเดือน เพื่อให้มีเวลาตัดสินใจไม่ว่าจะทางไหน
ภาษาคืนเงินประกันที่มีช่องโหว่ซ่อนอยู่
เงินประกันในกรุงเทพฯ โดยทั่วไปคือสองเดือนของค่าเช่า สำหรับคอนโดราคา 25,000 บาทต่อเดือนใกล้ BTS Udom Suk นั่นหมายถึง 50,000 บาทที่ฝากไว้กับเจ้าของห้องตลอดระยะเวลาเช่า การได้เงินคืนควรจะตรงไปตรงมา แต่ในทางปฏิบัติมักไม่ใช่อย่างนั้น
ระวังสัญญาที่ให้เวลาเจ้าของห้องคืนเงินประกันนานถึง 45 หรือ 60 วัน โดยไม่มีบทลงโทษหากเกินกำหนด และให้สังเกตประโยคแบบ "เงินประกันอาจถูกหักตามดุลยพินิจของเจ้าของห้องสำหรับความเสียหายใดๆ" ส่วนหลังนั้นแทบจะเป็น...
แชร์บทความนี้
ทรัพย์ที่คุณอาจสนใจ
บทความที่คล้ายกัน
Guides · โดย ทีมบรรณาธิการ Superagentค่าใช้จ่ายซ่อนเร้นในการเช่าคอนโดกรุงเทพฯ ที่ไม่มีใครบอกคุณค่าเช่าคอนโดกรุงเทพฯ ดูเหมือนไม่แพงจนกว่าจะถึงเดือนแรก นี่คือค่าใช้จ่ายจริงที่อยู่นอกเหนือตัวเลขหลักที่ทำให้ผู้เช่าส่วนใหญ่ตกใจ25 พ.ค. 25691 นาที
Guides · โดย ทีมบรรณาธิการ Superagentคอนโดกรุงเทพฯ ที่ว่างนานบอกอะไรคุณบ้างคอนโดกรุงเทพฯ ที่ว่างนานหลายเดือนอาจบ่งชี้ถึงราคาสูงเกิน ปัญหาเจ้าของ หรือปัญหาจริงในห้อง มาเรียนรู้วิธีอ่านสัญญาณเหล่านี้25 พ.ค. 25691 นาที
Guides · โดย ทีมบรรณาธิการ Superagentสัญญาณอันตรายในสัญญาเช่าคอนโดกรุงเทพฯ ที่ควรระวังสัญญาเช่าในกรุงเทพฯ มักซ่อนข้อกำหนดที่เสี่ยง นี่คือสัญญาณอันตรายที่ผู้เช่าทุกคนต้องตรวจพบก่อนเซ็นสัญญา25 พ.ค. 25691 นาที
Guides · โดย ทีมบรรณาธิการ Superagentทำงานออนไลน์จากคอนโด: เลือกห้องอย่างไรให้ทำงานได้ดีที่สุดการทำงานออนไลน์จากคอนโดต้องเลือกห้องให้ดี เพราะไม่ใช่ทุกห้องเหมาะกับงาน 8-10 ชั่วโมง บทความนี้บอกวิธีเลือกคอนโดมีเน็ตดี พื้นที่กว้าง และเงียบเหมาะสำหรับการ9 พ.ค. 25691 นาที








