Guides
กฎเกณฑ์เงินประกันในไทย: สิ่งที่เจ้าของบ้านเก็บได้และเก็บไม่ได้
รู้สิทธิ์ของคุณก่อนเซ็นสัญญาเช่า เพื่อป้องกันปัญหาเงินประกันเมื่อครบกำหนดสัญญา

สรุป
ทำความเข้าใจกฎหมายเงินประกันการเช่าในประเทศไทย เจ้าของบ้านมีสิทธิ์หักเงินประกันได้ในกรณีใด และผู้เช่าสามารถเรียกคืนเงินประกันได้อย่างไร
คุณจ่ายเงินประกัน 2 เดือน ย้ายเข้าคอนโดบน Sukhumvit Soi 31 แล้วอีก 9 เดือนต่อมาก็แพ็คของย้ายออก เจ้าของห้องเดินตรวจห้อง แล้วบอกว่าเงินประกัน "หมด" ไปกับค่าทาสีใหม่ รอยขีดข่วนที่เคาน์เตอร์ครัว และฝักบัวที่คุณไม่เคยรู้ว่ามันพัง เรื่องแบบนี้เคยเกิดกับคุณไหม?
ข้อพิพาทเรื่องเงินประกันคือปัญหาที่ผู้เช่าในกรุงเทพเจอบ่อยที่สุด และส่วนใหญ่เกิดขึ้นเพราะผู้เช่าไม่รู้สิทธิของตัวเองตั้งแต่แรก ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ของไทยครอบคลุมเรื่องนี้ไว้ และแม้กฎหมายผู้เช่าไทยจะไม่ละเอียดเท่าของอังกฤษหรือเยอรมนี แต่ก็มีกรอบชัดเจนว่าเจ้าของห้องทำอะไรได้และทำอะไรไม่ได้
นี่คือสิ่งที่คุณต้องรู้ก่อนเซ็นสัญญาเช่า
เจ้าของห้องเรียกเงินประกันได้เท่าไหร่?
ไทยไม่มีกฎหมายกำหนดเพดานเงินประกันไว้ตายตัว แต่มาตรฐานในกรุงเทพคือ 2 เดือนของค่าเช่า สำหรับห้องราคา 15,000 บาท/เดือนแถว BTS Phrom Phong หมายความว่าคุณต้องจ่าย 30,000 บาทล่วงหน้า บวกกับค่าเช่าเดือนแรกอีก
เจ้าของห้องบางราย โดยเฉพาะในคอนโดใหม่อย่าง The ESSE Sukhumvit 36 หรือ Hyde Sukhumvit 13 อาจเรียกถึง 3 เดือนสำหรับห้องที่มีเฟอร์นิเจอร์และเครื่องใช้ไฟฟ้าระดับสูง ซึ่งไม่ผิดกฎหมาย แต่ต่อรองได้ ถ้าเจ้าของห้องเรียก 3 เดือนสำหรับห้องพื้นฐาน ลองต่อรองดู
สำคัญมาก: ให้ระบุจำนวนเงินประกันในสัญญาเช่าเป็นลายลักษณ์อักษรเสมอ แม้การตกลงด้วยวาจาจะมีผลทางกฎหมายในไทย แต่พิสูจน์แทบไม่ได้เมื่อเกิดข้อพิพาท
เจ้าของห้องหักเงินประกันได้เพื่ออะไรบ้าง?
เจ้าของห้องมีสิทธิหักเงินประกันสำหรับความเสียหายที่เกินกว่า "การสึกหรอตามปกติ" ตามที่กฎหมายกำหนด ซึ่งคำนี้ตีความได้กว้าง จึงขอยกตัวอย่างที่ชัดเจน
การหักเงินที่ชอบด้วยกฎหมาย ได้แก่ แอร์เสียเพราะไม่ล้างฟิลเตอร์ตามกำหนด คราบสกปรกฝังลึกบนพรมหรือโซฟา สิ่งของสูญหายหรือเสียหายตามรายการใน checklist ตอนรับมอบห้อง รวมถึงค่าสาธารณูปโภคหรือค่าเช่าที่ค้างจ่าย
ยกตัวอย่างให้เห็นภาพ: ถ้าคุณเช่าที่ Rhythm Ekkamai แถว BTS Ekkamai แล้วย้ายออกพร้อมกระเบื้องห้องน้ำแตกที่ไม่เคยแจ้งเจ้าของ การหักค่าซ่อมถือว่าสมเหตุสมผล แต่ถ้ากระเบื้องแตกเพราะอาคารทรุดหรือเสื่อมตามอายุ นั่นเป็นความรับผิดชอบของเจ้าของห้อง
สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ checklist ตรวจรับห้อง ถ้าไม่มีเอกสารนี้ที่เซ็นร่วมกันตอนย้ายเข้า เจ้าของห้องแทบไม่มีข้อโต้แย้งที่แข็งแกร่งพอสำหรับการหักเงินใดๆ
สิ่งที่เจ้าของห้องไม่มีสิทธิเก็บไว้
นี่คือจุดที่ผู้เช่าในกรุงเทพโดนเอาเปรียบบ่อยที่สุด เพียงเพราะไม่กล้าโต้แย้ง
เจ้าของห้องไม่สามารถเรียกเก็บค่าทาสีทั้งห้องเพียงเพราะคุณอยู่มา 1-2 ปี สีย่อมซีดและผนังย่อมมีรอยจากเฟอร์นิเจอร์ตามธรรมชาติ นั่นคือการสึกหรอปกติตามกฎหมายไทย
เคยมีกรณีในคอนโดแถว MRT Thailand Cultural Centre บน Ratchadaphisek ที่เจ้าของพยายามเรียกเก็บ 12,000 บาทสำหรับค่าทาสีใหม่ทั้งห้องหลังสัญญา 1 ปี ผู้เช่าโต้แย้งเป็นลายลักษณ์อักษรและได้รับเงินประกันคืนเต็มจำนวน
นอกจากนี้เจ้าของห้องยังไม่มีสิทธิกันเงินประกันไว้เป็น "ค่าเช่าเดือนสุดท้าย"
คุณจ่ายเงินประกัน 2 เดือน ย้ายเข้าคอนโดบน Sukhumvit Soi 31 แล้วอีก 9 เดือนต่อมาก็แพ็คของย้ายออก เจ้าของห้องเดินตรวจห้อง แล้วบอกว่าเงินประกัน "หมด" ไปกับค่าทาสีใหม่ รอยขีดข่วนที่เคาน์เตอร์ครัว และฝักบัวที่คุณไม่เคยรู้ว่ามันพัง เรื่องแบบนี้เคยเกิดกับคุณไหม?
ข้อพิพาทเรื่องเงินประกันคือปัญหาที่ผู้เช่าในกรุงเทพเจอบ่อยที่สุด และส่วนใหญ่เกิดขึ้นเพราะผู้เช่าไม่รู้สิทธิของตัวเองตั้งแต่แรก ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ของไทยครอบคลุมเรื่องนี้ไว้ และแม้กฎหมายผู้เช่าไทยจะไม่ละเอียดเท่าของอังกฤษหรือเยอรมนี แต่ก็มีกรอบชัดเจนว่าเจ้าของห้องทำอะไรได้และทำอะไรไม่ได้
นี่คือสิ่งที่คุณต้องรู้ก่อนเซ็นสัญญาเช่า
เจ้าของห้องเรียกเงินประกันได้เท่าไหร่?
ไทยไม่มีกฎหมายกำหนดเพดานเงินประกันไว้ตายตัว แต่มาตรฐานในกรุงเทพคือ 2 เดือนของค่าเช่า สำหรับห้องราคา 15,000 บาท/เดือนแถว BTS Phrom Phong หมายความว่าคุณต้องจ่าย 30,000 บาทล่วงหน้า บวกกับค่าเช่าเดือนแรกอีก
เจ้าของห้องบางราย โดยเฉพาะในคอนโดใหม่อย่าง The ESSE Sukhumvit 36 หรือ Hyde Sukhumvit 13 อาจเรียกถึง 3 เดือนสำหรับห้องที่มีเฟอร์นิเจอร์และเครื่องใช้ไฟฟ้าระดับสูง ซึ่งไม่ผิดกฎหมาย แต่ต่อรองได้ ถ้าเจ้าของห้องเรียก 3 เดือนสำหรับห้องพื้นฐาน ลองต่อรองดู
สำคัญมาก: ให้ระบุจำนวนเงินประกันในสัญญาเช่าเป็นลายลักษณ์อักษรเสมอ แม้การตกลงด้วยวาจาจะมีผลทางกฎหมายในไทย แต่พิสูจน์แทบไม่ได้เมื่อเกิดข้อพิพาท
เจ้าของห้องหักเงินประกันได้เพื่ออะไรบ้าง?
เจ้าของห้องมีสิทธิหักเงินประกันสำหรับความเสียหายที่เกินกว่า "การสึกหรอตามปกติ" ตามที่กฎหมายกำหนด ซึ่งคำนี้ตีความได้กว้าง จึงขอยกตัวอย่างที่ชัดเจน
การหักเงินที่ชอบด้วยกฎหมาย ได้แก่ แอร์เสียเพราะไม่ล้างฟิลเตอร์ตามกำหนด คราบสกปรกฝังลึกบนพรมหรือโซฟา สิ่งของสูญหายหรือเสียหายตามรายการใน checklist ตอนรับมอบห้อง รวมถึงค่าสาธารณูปโภคหรือค่าเช่าที่ค้างจ่าย
ยกตัวอย่างให้เห็นภาพ: ถ้าคุณเช่าที่ Rhythm Ekkamai แถว BTS Ekkamai แล้วย้ายออกพร้อมกระเบื้องห้องน้ำแตกที่ไม่เคยแจ้งเจ้าของ การหักค่าซ่อมถือว่าสมเหตุสมผล แต่ถ้ากระเบื้องแตกเพราะอาคารทรุดหรือเสื่อมตามอายุ นั่นเป็นความรับผิดชอบของเจ้าของห้อง
สอบถามเรื่องเช่า
ฝากข้อมูลแล้วอ่านบทความต่อได้เลย ทีมงานจะติดต่อกลับ
สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ checklist ตรวจรับห้อง ถ้าไม่มีเอกสารนี้ที่เซ็นร่วมกันตอนย้ายเข้า เจ้าของห้องแทบไม่มีข้อโต้แย้งที่แข็งแกร่งพอสำหรับการหักเงินใดๆ
สิ่งที่เจ้าของห้องไม่มีสิทธิเก็บไว้
นี่คือจุดที่ผู้เช่าในกรุงเทพโดนเอาเปรียบบ่อยที่สุด เพียงเพราะไม่กล้าโต้แย้ง
เจ้าของห้องไม่สามารถเรียกเก็บค่าทาสีทั้งห้องเพียงเพราะคุณอยู่มา 1-2 ปี สีย่อมซีดและผนังย่อมมีรอยจากเฟอร์นิเจอร์ตามธรรมชาติ นั่นคือการสึกหรอปกติตามกฎหมายไทย
เคยมีกรณีในคอนโดแถว MRT Thailand Cultural Centre บน Ratchadaphisek ที่เจ้าของพยายามเรียกเก็บ 12,000 บาทสำหรับค่าทาสีใหม่ทั้งห้องหลังสัญญา 1 ปี ผู้เช่าโต้แย้งเป็นลายลักษณ์อักษรและได้รับเงินประกันคืนเต็มจำนวน
นอกจากนี้เจ้าของห้องยังไม่มีสิทธิกันเงินประกันไว้เป็น "ค่าเช่าเดือนสุดท้าย"
แชร์บทความนี้
ทรัพย์ที่คุณอาจสนใจ
บทความที่คล้ายกัน
Guides · โดย ทีมบรรณาธิการ Superagentค่าใช้จ่ายซ่อนเร้นในการเช่าคอนโดกรุงเทพฯ ที่ไม่มีใครบอกคุณค่าเช่าคอนโดกรุงเทพฯ ดูเหมือนไม่แพงจนกว่าจะถึงเดือนแรก นี่คือค่าใช้จ่ายจริงที่อยู่นอกเหนือตัวเลขหลักที่ทำให้ผู้เช่าส่วนใหญ่ตกใจ25 พ.ค. 25691 นาที
Guides · โดย ทีมบรรณาธิการ Superagentคอนโดกรุงเทพฯ ที่ว่างนานบอกอะไรคุณบ้างคอนโดกรุงเทพฯ ที่ว่างนานหลายเดือนอาจบ่งชี้ถึงราคาสูงเกิน ปัญหาเจ้าของ หรือปัญหาจริงในห้อง มาเรียนรู้วิธีอ่านสัญญาณเหล่านี้25 พ.ค. 25691 นาที
Guides · โดย ทีมบรรณาธิการ Superagentสัญญาณอันตรายในสัญญาเช่าคอนโดกรุงเทพฯ ที่ควรระวังสัญญาเช่าในกรุงเทพฯ มักซ่อนข้อกำหนดที่เสี่ยง นี่คือสัญญาณอันตรายที่ผู้เช่าทุกคนต้องตรวจพบก่อนเซ็นสัญญา25 พ.ค. 25691 นาที
Guides · โดย ทีมบรรณาธิการ Superagentทำงานออนไลน์จากคอนโด: เลือกห้องอย่างไรให้ทำงานได้ดีที่สุดการทำงานออนไลน์จากคอนโดต้องเลือกห้องให้ดี เพราะไม่ใช่ทุกห้องเหมาะกับงาน 8-10 ชั่วโมง บทความนี้บอกวิธีเลือกคอนโดมีเน็ตดี พื้นที่กว้าง และเงียบเหมาะสำหรับการ9 พ.ค. 25691 นาที








