Guides
สัญญาเช่าคอนโด ภาษาไทย vs ภาษาอังกฤษ: อันไหนผูกพันกว่า
เข้าใจความแตกต่างเพื่อปกป้องสิทธิของคุณอย่างแท้จริง

สรุป
สัญญาเช่าภาษาไทยกับภาษาอังกฤษมีความแตกต่างในการผูกพันทางกฎหมาย ศึกษาข้อดีข้อเสีย
ถ้าเคยเช่าคอนโดในกรุงเทพ โดยเฉพาะตามแนว BTS สุขุมวิท ย่านอโศก พร้อมพงษ์ หรือทองหล่อ จะรู้ว่าสัญญาเช่ามักมาเป็นสองภาษา, ไทยและอังกฤษ คู่กัน บางทีก็แค่ภาษาอังกฤษล้วน บางทีก็ภาษาไทยล้วน แล้วก็เกิดคำถามตามมาว่า "ถ้าสองฉบับเขียนไม่ตรงกัน ยึดฉบับไหน?" หรือ "สัญญาภาษาอังกฤษผูกพันทางกฎหมายไทยจริงไหม?" วันนี้มาคุยเรื่องนี้กันแบบตรงๆ ไม่อ้อมค้อม เพราะเรื่องสัญญาเช่าเป็นเรื่องที่ทั้งคนไทยและชาวต่างชาติต้องเข้าใจก่อนเซ็นปากกา
กฎหมายไทยยึดภาษาอะไรเป็นหลัก?
ตอบสั้นๆ เลย, กฎหมายไทยไม่ได้บังคับว่าสัญญาเช่าต้องเขียนเป็นภาษาไทยเท่านั้น สัญญาภาษาอังกฤษก็มีผลบังคับใช้ได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ เพราะหลักสำคัญคือ "เจตนาของคู่สัญญา" ไม่ใช่ภาษาที่ใช้เขียน
แต่ถ้าเรื่องขึ้นศาลไทย ศาลจะใช้ภาษาไทยเป็นภาษาราชการ ดังนั้นสัญญาภาษาอังกฤษจะต้องถูกแปลเป็นภาษาไทยโดยนักแปลที่ได้รับรอง แล้วศาลก็จะพิจารณาจากฉบับแปลนั้น ซึ่งตรงนี้แหละที่ปัญหาชอบเกิด เพราะการแปลอาจทำให้ความหมายเปลี่ยนไปได้
สมมติเช่าคอนโดที่ The Lumpini 24 ใกล้ BTS พร้อมพงษ์ ราคาเช่าประมาณ 35,000-55,000 บาท/เดือน สัญญามาเป็นภาษาอังกฤษอย่างเดียว ก็ใช้ได้ครับ แต่ถ้ามีปัญหาฟ้องร้อง กระบวนการจะยุ่งยากกว่าเพราะต้องแปลทุกหน้า
สัญญาสองภาษา, ฉบับไหนผูกพันมากกว่า?
คอนโดหลายแห่งในย่าน Expat อย่างสุขุมวิท ซอย 24, ซอย 39 หรือสาทร มักทำสัญญาแบบ bilingual คือมีทั้งไทยและอังกฤษอยู่ในเอกสารเดียวกัน ซึ่งสัญญาประเภทนี้มักจะมีข้อความว่า "ในกรณีที่ข้อความภาษาไทยและภาษาอังกฤษขัดแย้งกัน ให้ยึดฉบับภาษา___เป็นหลัก"
ตรงช่องว่างนั้นสำคัญมาก ถ้าเขียนว่ายึดภาษาไทย ก็ยึดภาษาไทย ถ้าเขียนว่ายึดภาษาอังกฤษ ก็ยึดภาษาอังกฤษ แต่ถ้าไม่มีข้อความนี้เลย ศาลไทยมีแนวโน้มจะยึดฉบับภาษาไทยเป็นหลัก เพราะเป็นภาษาราชการ
เพราะฉะนั้น ก่อนเซ็นสัญญา ไม่ว่าจะเช่าห้องที่ Ideo Q สุขุมวิท 36 ใกล้ BTS ทองหล่อ ราคาเช่า 20,000-30,000 บาท หรือ Ashton Asoke ใกล้ MRT สุขุมวิท ราคาเช่า 25,000-45,000 บาท ให้ดูข้อกำหนดเรื่อง "ภาษาที่มีผลบังคับ" ให้ชัดเจนก่อนเสมอ
จุดที่ชาวต่างชาติต้องระวังเป็นพิเศษ
สำหรับชาวต่างชาติที่เช่าคอนโดในกรุงเทพ ปัญหาที่เจอบ่อยคือ สัญญาภาษาอังกฤษเขียนง่ายๆ สั้นๆ ดูเป็นมิตร แต่ฉบับภาษาไทยมีรายละเอียดเพิ่มเติมที่ไม่ได้แปลมา เช่น เงื่อนไขการหักค่าประกัน ค่าปรับกรณีย้ายออกก่อนครบสัญญา หรือข้อห้ามเรื่องสัตว์เลี้ยง
เคยมีกรณีที่ผู้เช่าชาวต่างชาติเช่าคอนโดย่านสีลม ใกล้ BTS ช่องนนทรี สัญญาภาษาอังกฤษเขียนว่า "deposit refundable upon move-out" แต่ฉบับภาษาไทยมีเงื่อนไขว่าต้องแจ้งล่วงหน้า 60 วัน ไม่ใช่ 30 วันตามที่เข้าใจกัน ผลคือโดนหักเงินประกันไปสองเดือน
วิธีป้องกันง่ายๆ คือ ให้คนไทยที่ไว้ใจได้อ่านฉบับภาษาไทยให้ หรือจ้างทนายตรวจสัญญา ซึ่งค่าใช้จ่ายประมาณ 3,000-5,000 บาท คุ้มกว่าเสียเงินประกันทั้งก้อนแน่นอน
เช็กลิสต์ก่อนเซ็นสัญญาเช่าคอนโด
ไม่ว่าสัญญาจะเป็นภาษาอะไร สิ่งที่ต้องเช็กมีเหมือนกันหมด ลองดูรายการนี้:
1. ระยะเวลาเช่า, ส่วนใหญ่ 1 ปี ถ้าเกิน 3 ปีต้องจดทะเบียนที่กรมที่ดิน ไม่งั้นบังคับได้แค่ 3 ปี
2. ค่าประกัน, ปกติ 2 เดือน เงื่อนไขการคืนเขียนไว้ชัดไหม
3. ค่าส่วนกลาง ค่าน้ำ ค่าไฟ, ใครจ่าย คิดอัตราเท่าไหร่ คอนโดบางที่คิดค่าไฟ 8-9 บาท/หน่วย แพงกว่าการไฟฟ้าเกือบเท่าตัว
4. การต่อสัญญา, ต่ออัตโนมัติหรือต้องแจ้ง ถ้าค่าเช่าขึ้น มีเพดานไหม
5. เงื่อนไขยกเลิกก่อนกำหนด, ค่าปรับเท่าไหร่ แจ้งล่วงหน้ากี่วัน
6. ข้อกำหนดเรื่องภาษาที่มีผลบังคับ, ถ้าเป็นสัญญาสองภาษา ยึดฉบับไหน
เช่าคอนโดย่านไหน สัญญาแบบไหนเจอบ่อย?
จากประสบการณ์ คอนโดย่านที่มีชาวต่างชาติเยอะอย่าง สุขุมวิทตอนต้น (นานา-เอกมัย) สาทร สีลม และรัชดา มักจะมีสัญญาสองภาษาหรือภาษาอังกฤษล้วน เช่น Park 24 ใกล้ BTS พร้อมพงษ์ ค่าเช่า 22,000-40,000 บาท หรือ Siamese Exclusive ราชเทวี ใกล้ BTS ราชเทวี ค่าเช่า 18,000-28,000 บาท
ส่วนคอนโดย่านที่คนไทยเช่าเป็นหลัก เช่น แถว BTS วุฒากาศ ตลาดพลู หรือ MRT ลาดพร้าว ห้วยขวาง สัญญามักเป็นภาษาไทยล้วน ราคาเช่าประมาณ 8,000-15,000 บาท อย่าง Lumpini Park พระราม 9 หรือ The Base พระราม 9 สัญญาภาษาไทยล้วนเป็นเรื่องปกติ
สรุป, ภาษาไม่สำคัญเท่าความเข้าใจ
จะภาษาไทยหรือภาษาอังกฤษ สัญญาเช่าก็มีผลบังคับได้เหมือนกันตามกฎหมายไทย แต่สิ่งที่สำคัญกว่าภาษาคือความเข้าใจในเนื้อหา อ่านให้ครบทุกข้อ ถามให้ชัดทุกเงื่อนไข และถ้าเป็นสัญญาสองภาษา ให้เช็กว่ายึดฉบับไหนเป็นหลัก อย่าเซ็นเพราะเกรงใจเจ้าของห้อง อย่าเซ็นเพราะนายหน้ารีบเร่ง สัญญาคือสิ่งที่ปกป้องทั้งผู้เช่าและเจ้าของ ต้องให้เวลากับมัน
ถ้ากำลังหาคอนโดเช่าในกรุงเทพและไม่อยากปวดหัวกับกระบวนการยุ่งยาก ลองใช้ Superagent ดูได้ครับ แพลตฟอร์มเช่าคอนโดที่ใช้ AI ช่วยหาห้องที่ตรงใจ ไม่มีนายหน้ากดดัน ไม่ต้องนัดดูห้องทีละสิบที่ แค่บอกความต้องการ ระบบจัดการให้หมด ประหยัดเวลาไปทำเรื่องสำคัญอย่างอื่น อย่างเช่น นั่งอ่านสัญญาเช่าให้ละเอียดก่อนเซ็นนั่นแหละครับ
ถ้าเคยเช่าคอนโดในกรุงเทพ โดยเฉพาะตามแนว BTS สุขุมวิท ย่านอโศก พร้อมพงษ์ หรือทองหล่อ จะรู้ว่าสัญญาเช่ามักมาเป็นสองภาษา, ไทยและอังกฤษ คู่กัน บางทีก็แค่ภาษาอังกฤษล้วน บางทีก็ภาษาไทยล้วน แล้วก็เกิดคำถามตามมาว่า "ถ้าสองฉบับเขียนไม่ตรงกัน ยึดฉบับไหน?" หรือ "สัญญาภาษาอังกฤษผูกพันทางกฎหมายไทยจริงไหม?" วันนี้มาคุยเรื่องนี้กันแบบตรงๆ ไม่อ้อมค้อม เพราะเรื่องสัญญาเช่าเป็นเรื่องที่ทั้งคนไทยและชาวต่างชาติต้องเข้าใจก่อนเซ็นปากกา
กฎหมายไทยยึดภาษาอะไรเป็นหลัก?
ตอบสั้นๆ เลย, กฎหมายไทยไม่ได้บังคับว่าสัญญาเช่าต้องเขียนเป็นภาษาไทยเท่านั้น สัญญาภาษาอังกฤษก็มีผลบังคับใช้ได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ เพราะหลักสำคัญคือ "เจตนาของคู่สัญญา" ไม่ใช่ภาษาที่ใช้เขียน
แต่ถ้าเรื่องขึ้นศาลไทย ศาลจะใช้ภาษาไทยเป็นภาษาราชการ ดังนั้นสัญญาภาษาอังกฤษจะต้องถูกแปลเป็นภาษาไทยโดยนักแปลที่ได้รับรอง แล้วศาลก็จะพิจารณาจากฉบับแปลนั้น ซึ่งตรงนี้แหละที่ปัญหาชอบเกิด เพราะการแปลอาจทำให้ความหมายเปลี่ยนไปได้
สมมติเช่าคอนโดที่ The Lumpini 24 ใกล้ BTS พร้อมพงษ์ ราคาเช่าประมาณ 35,000-55,000 บาท/เดือน สัญญามาเป็นภาษาอังกฤษอย่างเดียว ก็ใช้ได้ครับ แต่ถ้ามีปัญหาฟ้องร้อง กระบวนการจะยุ่งยากกว่าเพราะต้องแปลทุกหน้า
สัญญาสองภาษา, ฉบับไหนผูกพันมากกว่า?
คอนโดหลายแห่งในย่าน Expat อย่างสุขุมวิท ซอย 24, ซอย 39 หรือสาทร มักทำสัญญาแบบ bilingual คือมีทั้งไทยและอังกฤษอยู่ในเอกสารเดียวกัน ซึ่งสัญญาประเภทนี้มักจะมีข้อความว่า "ในกรณีที่ข้อความภาษาไทยและภาษาอังกฤษขัดแย้งกัน ให้ยึดฉบับภาษา___เป็นหลัก"
ตรงช่องว่างนั้นสำคัญมาก ถ้าเขียนว่ายึดภาษาไทย ก็ยึดภาษาไทย ถ้าเขียนว่ายึดภาษาอังกฤษ ก็ยึดภาษาอังกฤษ แต่ถ้าไม่มีข้อความนี้เลย ศาลไทยมีแนวโน้มจะยึดฉบับภาษาไทยเป็นหลัก เพราะเป็นภาษาราชการ
เพราะฉะนั้น ก่อนเซ็นสัญญา ไม่ว่าจะเช่าห้องที่ Ideo Q สุขุมวิท 36 ใกล้ BTS ทองหล่อ ราคาเช่า 20,000-30,000 บาท หรือ Ashton Asoke ใกล้ MRT สุขุมวิท ราคาเช่า 25,000-45,000 บาท ให้ดูข้อกำหนดเรื่อง "ภาษาที่มีผลบังคับ" ให้ชัดเจนก่อนเสมอ
จุดที่ชาวต่างชาติต้องระวังเป็นพิเศษ
สำหรับชาวต่างชาติที่เช่าคอนโดในกรุงเทพ ปัญหาที่เจอบ่อยคือ สัญญาภาษาอังกฤษเขียนง่ายๆ สั้นๆ ดูเป็นมิตร แต่ฉบับภาษาไทยมีรายละเอียดเพิ่มเติมที่ไม่ได้แปลมา เช่น เงื่อนไขการหักค่าประกัน ค่าปรับกรณีย้ายออกก่อนครบสัญญา หรือข้อห้ามเรื่องสัตว์เลี้ยง
เคยมีกรณีที่ผู้เช่าชาวต่างชาติเช่าคอนโดย่านสีลม ใกล้ BTS ช่องนนทรี สัญญาภาษาอังกฤษเขียนว่า "deposit refundable upon move-out" แต่ฉบับภาษาไทยมีเงื่อนไขว่าต้องแจ้งล่วงหน้า 60 วัน ไม่ใช่ 30 วันตามที่เข้าใจกัน ผลคือโดนหักเงินประกันไปสองเดือน
วิธีป้องกันง่ายๆ คือ ให้คนไทยที่ไว้ใจได้อ่านฉบับภาษาไทยให้ หรือจ้างทนายตรวจสัญญา ซึ่งค่าใช้จ่ายประมาณ 3,000-5,000 บาท คุ้มกว่าเสียเงินประกันทั้งก้อนแน่นอน
เช็กลิสต์ก่อนเซ็นสัญญาเช่าคอนโด
ไม่ว่าสัญญาจะเป็นภาษาอะไร สิ่งที่ต้องเช็กมีเหมือนกันหมด ลองดูรายการนี้:
สอบถามเรื่องเช่า
ฝากข้อมูลแล้วอ่านบทความต่อได้เลย ทีมงานจะติดต่อกลับ
1. ระยะเวลาเช่า, ส่วนใหญ่ 1 ปี ถ้าเกิน 3 ปีต้องจดทะเบียนที่กรมที่ดิน ไม่งั้นบังคับได้แค่ 3 ปี
2. ค่าประกัน, ปกติ 2 เดือน เงื่อนไขการคืนเขียนไว้ชัดไหม
3. ค่าส่วนกลาง ค่าน้ำ ค่าไฟ, ใครจ่าย คิดอัตราเท่าไหร่ คอนโดบางที่คิดค่าไฟ 8-9 บาท/หน่วย แพงกว่าการไฟฟ้าเกือบเท่าตัว
4. การต่อสัญญา, ต่ออัตโนมัติหรือต้องแจ้ง ถ้าค่าเช่าขึ้น มีเพดานไหม
5. เงื่อนไขยกเลิกก่อนกำหนด, ค่าปรับเท่าไหร่ แจ้งล่วงหน้ากี่วัน
6. ข้อกำหนดเรื่องภาษาที่มีผลบังคับ, ถ้าเป็นสัญญาสองภาษา ยึดฉบับไหน
เช่าคอนโดย่านไหน สัญญาแบบไหนเจอบ่อย?
จากประสบการณ์ คอนโดย่านที่มีชาวต่างชาติเยอะอย่าง สุขุมวิทตอนต้น (นานา-เอกมัย) สาทร สีลม และรัชดา มักจะมีสัญญาสองภาษาหรือภาษาอังกฤษล้วน เช่น Park 24 ใกล้ BTS พร้อมพงษ์ ค่าเช่า 22,000-40,000 บาท หรือ Siamese Exclusive ราชเทวี ใกล้ BTS ราชเทวี ค่าเช่า 18,000-28,000 บาท
ส่วนคอนโดย่านที่คนไทยเช่าเป็นหลัก เช่น แถว BTS วุฒากาศ ตลาดพลู หรือ MRT ลาดพร้าว ห้วยขวาง สัญญามักเป็นภาษาไทยล้วน ราคาเช่าประมาณ 8,000-15,000 บาท อย่าง Lumpini Park พระราม 9 หรือ The Base พระราม 9 สัญญาภาษาไทยล้วนเป็นเรื่องปกติ
สรุป, ภาษาไม่สำคัญเท่าความเข้าใจ
จะภาษาไทยหรือภาษาอังกฤษ สัญญาเช่าก็มีผลบังคับได้เหมือนกันตามกฎหมายไทย แต่สิ่งที่สำคัญกว่าภาษาคือความเข้าใจในเนื้อหา อ่านให้ครบทุกข้อ ถามให้ชัดทุกเงื่อนไข และถ้าเป็นสัญญาสองภาษา ให้เช็กว่ายึดฉบับไหนเป็นหลัก อย่าเซ็นเพราะเกรงใจเจ้าของห้อง อย่าเซ็นเพราะนายหน้ารีบเร่ง สัญญาคือสิ่งที่ปกป้องทั้งผู้เช่าและเจ้าของ ต้องให้เวลากับมัน
ถ้ากำลังหาคอนโดเช่าในกรุงเทพและไม่อยากปวดหัวกับกระบวนการยุ่งยาก ลองใช้ Superagent ดูได้ครับ แพลตฟอร์มเช่าคอนโดที่ใช้ AI ช่วยหาห้องที่ตรงใจ ไม่มีนายหน้ากดดัน ไม่ต้องนัดดูห้องทีละสิบที่ แค่บอกความต้องการ ระบบจัดการให้หมด ประหยัดเวลาไปทำเรื่องสำคัญอย่างอื่น อย่างเช่น นั่งอ่านสัญญาเช่าให้ละเอียดก่อนเซ็นนั่นแหละครับ
แชร์บทความนี้
ทรัพย์ที่คุณอาจสนใจ
บทความที่คล้ายกัน
Guides · โดย ทีมบรรณาธิการ SuperagentTM30 ในไทย: สิ่งที่เจ้าของที่พักในกรุงเทพฯ ทุกคนต้องรู้และวิธีการยื่นแบบเจ้าของที่พักในกรุงเทพฯ มีหน้าที่ตามกฎหมายต้องยื่น ตม.30 ภายใน 24 ชั่วโมง เมื่อรับผู้เช่าชาวต่างชาติ พร้อมขั้นตอนและบทลงโทษที่ต้องรู้22 เม.ย. 25691 นาที
Guides · โดย ทีมบรรณาธิการ Superagentการแจ้ง TM30 ในกรุงเทพฯ: คู่มือทีละขั้นตอนสำหรับเจ้าของคอนโดรู้จัก TM30 คืออะไร ใครต้องแจ้ง แจ้งที่ไหน และทำอย่างไรให้ถูกต้องตามกฎหมายตรวจคนเข้าเมืองไทย21 เม.ย. 25691 นาที
Guides · โดย ทีมบรรณาธิการ Superagentสัญญาเช่าในกรุงเทพฯ: ทำไมส่วนใหญ่ถึงอ่อนแอจนน่าเป็นห่วง (และควรระบุอะไรบ้าง)สัญญาเช่าคอนโดในกรุงเทพฯ ส่วนใหญ่มีช่องโหว่ที่เป็นอันตรายต่อผู้เช่า เรียนรู้ว่าต้องระบุเงื่อนไขอะไรบ้างก่อนเซ็นสัญญาเพื่อปกป้องสิทธิ์ของคุณ20 เม.ย. 25691 นาที
Guides · โดย ทีมบรรณาธิการ Superagentสิทธิ์ของเจ้าของที่พักในไทย: กฎหมายคุ้มครองอะไรบ้างเจ้าของที่พักในไทยมีสิทธิ์อะไรบ้าง? สรุปข้อกฎหมายที่คุ้มครองผู้ให้เช่า ตั้งแต่การเก็บค่าเช่า การขับไล่ผู้เช่า ไปจนถึงความรับผิดชอบด้านการซ่อมแซม19 เม.ย. 25691 นาที![[ให้เช่า] คอนโด | เดอะนิชไพรด์ ทองหล่อ-เพรชบุรี | 1 ห้องนอน | 1 ห้องน้ำ | 18,900 บาท/เดือน](/_next/image?url=https%3A%2F%2Fstorage.googleapis.com%2Fsuperagent-web%2Fattachments%2Flistings%2F1558%2Fd3e56787-193a-4e87-8d64-87d015892698-489-3.jpg&w=3840&q=75)
![[ให้เช่า] คอนโด เดอะ เพรสซิเดนท์ สุขุมวิท 81 | 2 ห้องนอน | 1 ห้องน้ำ | 30,000 บาท/เดือน](/_next/image?url=https%3A%2F%2Fstorage.googleapis.com%2Fsuperagent-web%2Fattachments%2Flistings%2F1422%2F830a3cd0-1c1a-45b5-a99d-e5e673418af8-345-1.jpg&w=3840&q=75)
![[ให้เช่า] คอนโด | คัลเจอร์ จุฬา | 2 ห้องนอน | 2 ห้องน้ำ | 56,000 บาท/เดือน](/_next/image?url=https%3A%2F%2Fstorage.googleapis.com%2Fsuperagent-web%2Fattachments%2Flistings%2F1559%2F7fcba4ab-5f29-4ba4-9ced-adbe6a562a89-490-2.jpg&w=3840&q=75)
![[ให้เช่า] คอนโด | สิริ แอท สุขุมวิท | 1 ห้องนอน | 1 ห้องน้ำ | 38,000 บาท/เดือน](/_next/image?url=https%3A%2F%2Fstorage.googleapis.com%2Fsuperagent-web%2Fattachments%2Flistings%2F1557%2F8951b2e8-0d27-4c90-8742-ce6a7e5fbaf2-488-10.jpg&w=3840&q=75)
![[ให้เช่า] คอนโด | แอชตัน อโศก | 1 ห้องนอน | 1 ห้องน้ำ | 35,000 บาท/เดือน](/_next/image?url=https%3A%2F%2Fstorage.googleapis.com%2Fsuperagent-web%2Fattachments%2Flistings%2F1556%2F4ba884b5-fffb-4aba-a494-668c6dd5f22e-487-1.jpg&w=3840&q=75)
![[For Rent] CONDO I The Four Wings Residence Srinakarin I Duplex Penthouse I 3 Beds I 4 Baths I 130,000 THB/mo](/_next/image?url=https%3A%2F%2Fstorage.googleapis.com%2Fsuperagent-web%2Fattachments%2Flistings%2F1555%2F9eaa6738-7090-4faa-9c14-0fabfe4ac3fd-486-4.jpg&w=3840&q=75)
![[ให้เช่า] คอนโด | แอชตัน อโศก| 1 ห้องนอน | 1 ห้องน้ำ | 33,000 บาท/เดือน](/_next/image?url=https%3A%2F%2Fstorage.googleapis.com%2Fsuperagent-web%2Fattachments%2Flistings%2F1554%2F783b036d-7aa8-4f8d-a9ff-7f1fa209dcec-485-1.jpg&w=3840&q=75)
![[ให้เช่า] คอนโด | พาร์ควิวคอนโด | 1 ห้องนอน | 1 ห้องน้ำ | 15,000 บาท/เดือน](/_next/image?url=https%3A%2F%2Fstorage.googleapis.com%2Fsuperagent-web%2Fattachments%2Flistings%2F1550%2F678cf122-cfa0-4e26-a946-797ced55b472-img_9092.jpeg&w=3840&q=75)
![[ให้เช่า] คอนโด | เดอะฟายน์ แบงค็อค ทองหล่อ-เอกมัย | 1 ห้องนอน | 1 ห้องน้ำ | 35,000 บาท/เดือน](/_next/image?url=https%3A%2F%2Fstorage.googleapis.com%2Fsuperagent-web%2Fattachments%2Flistings%2F1553%2Fc303dce9-e77f-499b-924a-fc34990c37a6-483-4.jpg&w=3840&q=75)
![[ให้เช่า] คอนโด Runesu Thonglor 5 | 1 ห้องนอน | 1 ห้องน้ำ | 25,000 บาท/เดือน](/_next/image?url=https%3A%2F%2Fstorage.googleapis.com%2Fsuperagent-web%2Fattachments%2Flistings%2F1412%2Fa90e7c80-0dc6-49b0-bb6e-16393ec80052-337-5.png&w=3840&q=75)