Guides
คู่มือฉบับสมบูรณ์สำหรับการย้ายเข้าคอนโด ตั้งแต่เอกสาร ของใช้ จนถึงการตรวจสอบห้องพัก

สรุป
ย้ายเข้าคอนโดใหม่ไม่รู้จะเตรียมอะไร? บทความนี้ช่วยแก้ปัญหาด้วย Checklist ครบถ้วนเกี่ยวกับเอกสารที่จำเป็น ของใช้ในบ้านที่ต้องซื้อ และสิ่งที่ต้องเช็คในห้องก่
ได้คอนโดที่ถูกใจแล้ว เซ็นสัญญาเรียบร้อย รอวันย้ายเข้า, ตอนนี้แหละที่หลายคนเริ่มงง ว่าต้องเตรียมอะไรบ้าง ของที่ต้องซื้อมีอะไร เอกสารอะไรต้องเตรียม แล้วก่อนรับกุญแจต้องเช็คอะไรในห้องบ้าง
ไม่ว่าจะเป็นมือใหม่ย้ายเข้าคอนโดครั้งแรก หรือเคยย้ายมาแล้วหลายรอบ บทความนี้รวม checklist ครบจบในที่เดียว ตั้งแต่ก่อนรับกุญแจไปจนถึงคืนแรกที่นอนในห้องใหม่ เอาแบบไม่ต้องไปหาเพิ่มที่ไหนอีก
ก่อนจะรับกุญแจได้ นิติบุคคลหรือเจ้าของห้องจะให้เตรียมเอกสารหลายอย่าง ถ้าเตรียมไว้ก่อนจะได้ไม่ต้องวิ่งไปวิ่งมา เอกสารหลัก ๆ ที่ต้องมีคือ บัตรประชาชน (ชาวต่างชาติใช้พาสปอร์ต) สำเนาสัญญาเช่า และรูปถ่ายสำหรับทำบัตรผ่านอาคาร
เรื่องเงินก็ต้องเตรียมให้พร้อม ค่าใช้จ่ายตอนเข้าอยู่มักประกอบด้วย ค่าประกันความเสียหาย (มักเท่ากับค่าเช่า 2 เดือน) ค่าเช่าล่วงหน้า 1 เดือน ค่าทำบัตรจอดรถ และค่ามัดจำคีย์การ์ด ตามข้อมูลจาก DDproperty ค่าเช่าคอนโด 1 ห้องนอนในกรุงเทพเฉลี่ยอยู่ที่ 12,000-25,000 บาทต่อเดือน ขึ้นอยู่กับทำเลและขนาดห้อง
เช็คลิสต์เอกสารที่ต้องเตรียม:
- บัตรประชาชน หรือพาสปอร์ต พร้อมสำเนา 2-3 ชุด
- สำเนาสัญญาเช่า
- รูปถ่ายขนาด 1-2 นิ้ว สำหรับบัตรอาคาร
- สำเนาทะเบียนรถ (ถ้ามีที่จอดรถ)
- เงินสดหรือเตรียมโอน สำหรับค่าประกัน ค่าเช่าล่วงหน้า และค่ามัดจำต่าง ๆ
ขั้นตอนนี้สำคัญมากและหลายคนข้ามไป ก่อนเซ็นรับห้อง ต้องตรวจสภาพห้องอย่างละเอียด แล้วถ่ายรูปหรือถ่ายวิดีโอเก็บไว้ทุกจุด เพราะตอนคืนห้อง ถ้ามีรอยเสียหายที่เราไม่ได้ทำ จะได้มีหลักฐานยืนยัน
จุดที่ต้องเช็คมีดังนี้:
- ผนังและพื้น: ดูรอยแตก รอยขูดขีด คราบสกปรก รอยบุบ
- หน้าต่างและประตู: เปิดปิดได้สนิทไหม ล็อคได้ไหม ยางขอบหน้าต่างมีรั่วไหม
- ก๊อกน้ำและสุขภัณฑ์: เปิดน้ำดูแรงดัน เช็คว่าท่อไม่รั่ว ชักโครกกดแล้วน้ำไหลปกติ
- แอร์: เปิดทดสอบว่าเย็นปกติ มีกลิ่นเหม็นไหม น้ำหยดไหม
- เครื่องใช้ไฟฟ้า: เช็คทุกชิ้นที่มาพร้อมห้อง ไมโครเวฟ เครื่องซักผ้า ตู้เย็น ทีวี
- ปลั๊กไฟ: ลองเสียบทุกจุดว่าใช้งานได้ไหม
เอารอยตำหนิทุกอย่างที่เจอ จดลงในใบตรวจรับห้อง (inspection report) ที่นิติบุคคลให้ แล้วถ่ายรูปส่งให้เจ้าของห้องทางไลน์หรืออีเมลด้วย เก็บไว้เป็นหลักฐาน
คอนโดเช่าส่วนใหญ่มาพร้อมเฟอร์นิเจอร์พื้นฐาน เตียง ตู้เสื้อผ้า โต๊ะ แต่ของใช้ส่วนตัวและของจุกจิกต้องซื้อเอง ลองเช็คตามห้องแบบนี้:
ห้องนอน: ชุดเครื่องนอน (ผ้าปูที่นอน ปลอกหมอน ผ้าห่ม) หมอน ผ้าม่านกันแสง (ถ้าไม่มีมาให้) ไม้แขวนเสื้อ
ห้องน้ำ: ผ้าเช็ดตัว แชมพู สบู่ ยาสีฟัน แปรงสีฟัน ไดร์เป่าผม ที่วางของในห้องน้ำ แผ่นกันลื่น ไม้ถูพื้น
ห้องครัว: น้ำยาล้างจาน ฟองน้ำ ถังขยะ ถุงขยะ หม้อ กระทะ จาน ชาม ช้อนส้อม แก้วน้ำ กระดาษทิชชู่ ที่กรองน้ำ (ถ้าต้องการ)
ทั่วไป: รองเท้าแตะใส่ในห้อง ปลั๊กพ่วง (มอก.) หลอดไฟสำรอง น้ำยาทำความสะอาด ไม้กวาด ที่โกยผง ผ้าถูพื้น
ถ้าอยู่ย่านที่เข้าถึงง่ายอย่างใกล้ BTS พร้อมพงษ์ หรือ MRT พระราม 9 จะมี IKEA หรือ HomePro ให้ช้อปได้สะดวก แต่ถ้าไม่อยากขนของเยอะ สั่งออนไลน์ให้ส่งมาที่คอนโดเลยก็ได้ ตอนนี้คอนโดส่วนใหญ่รับพัสดุที่ล็อบบี้อยู่แล้ว
เรื่องน้ำไฟในคอนโดส่วนใหญ่ไม่ยุ่งยาก เพราะนิติบุคคลมักจัดการให้ แต่ต้องเช็คให้ชัดว่าค่าน้ำค่าไฟคิดยังไง
คอนโดบางที่คิดค่าไฟตามหน่วยของ การไฟฟ้านครหลวง (MEA) คือประมาณ 4-5 บาทต่อหน่วย แต่บางที่นิติบุคคลบวกเพิ่มเป็น 7-8 บาทต่อหน่วย ส่วนค่าน้ำก็เช่นกัน บางที่คิดตามจริง บางที่บวกเพิ่ม ต้องถามให้ชัดก่อนย้ายเข้า
เรื่องอินเทอร์เน็ต ถ้าคอนโดไม่ได้รวมค่าเน็ตในค่าส่วนกลาง ต้องติดต่อผู้ให้บริการเอง ปกติใช้เวลานัดช่างติดตั้งประมาณ 3-7 วัน แนะนำให้โทรจองคิวล่วงหน้าก่อนย้ายเข้า จะได้ไม่ต้องนั่งรอเน็ตอีกหลายวัน เช็คกับนิติบุคคลด้วยว่าอนุญาตให้ผู้ให้บริการรายไหนเข้าติดตั้งได้บ้าง
คอนโดแต่ละที่มีกฎระเบียบไม่เหมือนกัน และหลายข้อเป็นเรื่องที่คนมักไม่รู้จนโดนเตือนหรือโดนปรับ กฎที่พบบ่อยมีดังนี้:
- เวลาขนของ: ส่วนใหญ่กำหนดให้ขนของได้เฉพาะวันและเวลาที่นิติบุคคลอนุญาต เช่น 9:00-17:00 และต้องจองลิฟต์ขนของล่วงหน้า
- เสียงดัง: หลังเวลา 22:00 ต้องเบาเสียง บางที่เข้มงวดมาก
- สัตว์เลี้ยง: หลายคอนโดไม่อนุญาตให้เลี้ยงสัตว์ ต้องเช็คให้แน่ใจก่อนเซ็นสัญญา
- การรับแขก: บางคอนโดต้องลงทะเบียนแขกที่จะเข้ามาค้างคืน
- ที่จอดรถ: ถ้ามีรถต้องลงทะเบียนกับนิติบุคคลและทำสติ๊กเกอร์จอดรถ
ตัวอย่างเช่น คอนโดย่าน BTS อ่อนนุช อย่าง Ideo Mobi Sukhumvit หรือ The Base Sukhumvit 77 จะมีกฎเรื่องขนของค่อนข้างเข้มงวด ต้องจองลิฟต์ล่วงหน้าอย่างน้อย 1 วัน และวางเงินประกันพื้นที่ส่วนกลางอีกต่างหาก
เพื่อให้เห็นภาพชัด ๆ ว่าเตรียมเงินเท่าไหร่ ลองดูตารางเปรียบเทียบนี้:
ตัวอย่างทำเล: คอนโดราคาประหยัดหาได้แถว BTS แบริ่ง หรือ MRT ลาดพร้าว เช่น Lumpini Ville Sukhumvit 77 หรือ Regent Home Bangson ส่วนระดับกลางหาได้แถว BTS เอกมัย หรือ MRT สุขุมวิท เช่น Noble Reveal หรือ Life Asoke-Rama 9 และระดับบนก็เช่น Muniq Sukhumvit 23 ใกล้ BTS อโศก หรือ 28 Chidlom ใกล้ BTS ชิดลม
วันย้ายเข้าจริง ๆ มักจะวุ่นกว่าที่คิด เรียงลำดับสิ่งที่ต้องทำแบบนี้จะช่วยได้มาก:
1. ไปรับกุญแจและคีย์การ์ดที่นิติบุคคล พร้อมเซ็นเอกสารรับมอบห้อง
2. ถ่ายรูปมิเตอร์น้ำและมิเตอร์ไฟ จดเลขไว้ เผื่อมีปัญหาเรื่องค่าใช้จ่ายทีหลัง
3. ทำความสะอาดห้องก่อนจัดของ ถูพื้น เช็ดโต๊ะ เคาน์เตอร์ครัว ห้องน้ำ
4. จัดของที่จำเป็นก่อน: เครื่องนอน ผ้าเช็ดตัว ของใช้ห้องน้ำ
5. ลองเปิดแอร์ เปิดน้ำ เช็คว่าทุกอย่างทำงานปกติ
6. ตั้งรหัส Wi-Fi (ถ้าติดตั้งแล้ว) และทดสอบสัญญาณ
7. แนะนำตัวกับเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยและแม่บ้านส่วนกลาง
อีกเรื่องที่ลืมไม่ได้คือ การแจ้งย้ายทะเบียนบ้าน ถ้าจะย้ายทะเบียนบ้านมาที่คอนโด ต้องไปแจ้งที่สำนักงานเขตภายใน 15 วันหลังย้ายเข้า แต่ถ้าเช่าอยู่ไม่นาน หลายคนเลือกไม่ย้ายทะเบียนบ้าน ซึ่งก็ไม่มีปัญหาอะไร
ได้คอนโดที่ถูกใจแล้ว เซ็นสัญญาเรียบร้อย รอวันย้ายเข้า, ตอนนี้แหละที่หลายคนเริ่มงง ว่าต้องเตรียมอะไรบ้าง ของที่ต้องซื้อมีอะไร เอกสารอะไรต้องเตรียม แล้วก่อนรับกุญแจต้องเช็คอะไรในห้องบ้าง
ไม่ว่าจะเป็นมือใหม่ย้ายเข้าคอนโดครั้งแรก หรือเคยย้ายมาแล้วหลายรอบ บทความนี้รวม checklist ครบจบในที่เดียว ตั้งแต่ก่อนรับกุญแจไปจนถึงคืนแรกที่นอนในห้องใหม่ เอาแบบไม่ต้องไปหาเพิ่มที่ไหนอีก
ก่อนจะรับกุญแจได้ นิติบุคคลหรือเจ้าของห้องจะให้เตรียมเอกสารหลายอย่าง ถ้าเตรียมไว้ก่อนจะได้ไม่ต้องวิ่งไปวิ่งมา เอกสารหลัก ๆ ที่ต้องมีคือ บัตรประชาชน (ชาวต่างชาติใช้พาสปอร์ต) สำเนาสัญญาเช่า และรูปถ่ายสำหรับทำบัตรผ่านอาคาร
เรื่องเงินก็ต้องเตรียมให้พร้อม ค่าใช้จ่ายตอนเข้าอยู่มักประกอบด้วย ค่าประกันความเสียหาย (มักเท่ากับค่าเช่า 2 เดือน) ค่าเช่าล่วงหน้า 1 เดือน ค่าทำบัตรจอดรถ และค่ามัดจำคีย์การ์ด ตามข้อมูลจาก DDproperty ค่าเช่าคอนโด 1 ห้องนอนในกรุงเทพเฉลี่ยอยู่ที่ 12,000-25,000 บาทต่อเดือน ขึ้นอยู่กับทำเลและขนาดห้อง
เช็คลิสต์เอกสารที่ต้องเตรียม:
- บัตรประชาชน หรือพาสปอร์ต พร้อมสำเนา 2-3 ชุด
- สำเนาสัญญาเช่า
- รูปถ่ายขนาด 1-2 นิ้ว สำหรับบัตรอาคาร
- สำเนาทะเบียนรถ (ถ้ามีที่จอดรถ)
- เงินสดหรือเตรียมโอน สำหรับค่าประกัน ค่าเช่าล่วงหน้า และค่ามัดจำต่าง ๆ
ขั้นตอนนี้สำคัญมากและหลายคนข้ามไป ก่อนเซ็นรับห้อง ต้องตรวจสภาพห้องอย่างละเอียด แล้วถ่ายรูปหรือถ่ายวิดีโอเก็บไว้ทุกจุด เพราะตอนคืนห้อง ถ้ามีรอยเสียหายที่เราไม่ได้ทำ จะได้มีหลักฐานยืนยัน
จุดที่ต้องเช็คมีดังนี้:
- ผนังและพื้น: ดูรอยแตก รอยขูดขีด คราบสกปรก รอยบุบ
- หน้าต่างและประตู: เปิดปิดได้สนิทไหม ล็อคได้ไหม ยางขอบหน้าต่างมีรั่วไหม
- ก๊อกน้ำและสุขภัณฑ์: เปิดน้ำดูแรงดัน เช็คว่าท่อไม่รั่ว ชักโครกกดแล้วน้ำไหลปกติ
- แอร์: เปิดทดสอบว่าเย็นปกติ มีกลิ่นเหม็นไหม น้ำหยดไหม
- เครื่องใช้ไฟฟ้า: เช็คทุกชิ้นที่มาพร้อมห้อง ไมโครเวฟ เครื่องซักผ้า ตู้เย็น ทีวี
- ปลั๊กไฟ: ลองเสียบทุกจุดว่าใช้งานได้ไหม
เอารอยตำหนิทุกอย่างที่เจอ จดลงในใบตรวจรับห้อง (inspection report) ที่นิติบุคคลให้ แล้วถ่ายรูปส่งให้เจ้าของห้องทางไลน์หรืออีเมลด้วย เก็บไว้เป็นหลักฐาน
คอนโดเช่าส่วนใหญ่มาพร้อมเฟอร์นิเจอร์พื้นฐาน เตียง ตู้เสื้อผ้า โต๊ะ แต่ของใช้ส่วนตัวและของจุกจิกต้องซื้อเอง ลองเช็คตามห้องแบบนี้:
ห้องนอน: ชุดเครื่องนอน (ผ้าปูที่นอน ปลอกหมอน ผ้าห่ม) หมอน ผ้าม่านกันแสง (ถ้าไม่มีมาให้) ไม้แขวนเสื้อ
ห้องน้ำ: ผ้าเช็ดตัว แชมพู สบู่ ยาสีฟัน แปรงสีฟัน ไดร์เป่าผม ที่วางของในห้องน้ำ แผ่นกันลื่น ไม้ถูพื้น
ห้องครัว: น้ำยาล้างจาน ฟองน้ำ ถังขยะ ถุงขยะ หม้อ กระทะ จาน ชาม ช้อนส้อม แก้วน้ำ กระดาษทิชชู่ ที่กรองน้ำ (ถ้าต้องการ)
ทั่วไป: รองเท้าแตะใส่ในห้อง ปลั๊กพ่วง (มอก.) หลอดไฟสำรอง น้ำยาทำความสะอาด ไม้กวาด ที่โกยผง ผ้าถูพื้น
ถ้าอยู่ย่านที่เข้าถึงง่ายอย่างใกล้ BTS พร้อมพงษ์ หรือ MRT พระราม 9 จะมี IKEA หรือ HomePro ให้ช้อปได้สะดวก แต่ถ้าไม่อยากขนของเยอะ สั่งออนไลน์ให้ส่งมาที่คอนโดเลยก็ได้ ตอนนี้คอนโดส่วนใหญ่รับพัสดุที่ล็อบบี้อยู่แล้ว
เรื่องน้ำไฟในคอนโดส่วนใหญ่ไม่ยุ่งยาก เพราะนิติบุคคลมักจัดการให้ แต่ต้องเช็คให้ชัดว่าค่าน้ำค่าไฟคิดยังไง
คอนโดบางที่คิดค่าไฟตามหน่วยของ การไฟฟ้านครหลวง (MEA) คือประมาณ 4-5 บาทต่อหน่วย แต่บางที่นิติบุคคลบวกเพิ่มเป็น 7-8 บาทต่อหน่วย ส่วนค่าน้ำก็เช่นกัน บางที่คิดตามจริง บางที่บวกเพิ่ม ต้องถามให้ชัดก่อนย้ายเข้า
เรื่องอินเทอร์เน็ต ถ้าคอนโดไม่ได้รวมค่าเน็ตในค่าส่วนกลาง ต้องติดต่อผู้ให้บริการเอง ปกติใช้เวลานัดช่างติดตั้งประมาณ 3-7 วัน แนะนำให้โทรจองคิวล่วงหน้าก่อนย้ายเข้า จะได้ไม่ต้องนั่งรอเน็ตอีกหลายวัน เช็คกับนิติบุคคลด้วยว่าอนุญาตให้ผู้ให้บริการรายไหนเข้าติดตั้งได้บ้าง
คอนโดแต่ละที่มีกฎระเบียบไม่เหมือนกัน และหลายข้อเป็นเรื่องที่คนมักไม่รู้จนโดนเตือนหรือโดนปรับ กฎที่พบบ่อยมีดังนี้:
ฝากข้อมูลแล้วอ่านบทความต่อได้เลย ทีมงานจะติดต่อกลับ
- เวลาขนของ: ส่วนใหญ่กำหนดให้ขนของได้เฉพาะวันและเวลาที่นิติบุคคลอนุญาต เช่น 9:00-17:00 และต้องจองลิฟต์ขนของล่วงหน้า
- เสียงดัง: หลังเวลา 22:00 ต้องเบาเสียง บางที่เข้มงวดมาก
- สัตว์เลี้ยง: หลายคอนโดไม่อนุญาตให้เลี้ยงสัตว์ ต้องเช็คให้แน่ใจก่อนเซ็นสัญญา
- การรับแขก: บางคอนโดต้องลงทะเบียนแขกที่จะเข้ามาค้างคืน
- ที่จอดรถ: ถ้ามีรถต้องลงทะเบียนกับนิติบุคคลและทำสติ๊กเกอร์จอดรถ
ตัวอย่างเช่น คอนโดย่าน BTS อ่อนนุช อย่าง Ideo Mobi Sukhumvit หรือ The Base Sukhumvit 77 จะมีกฎเรื่องขนของค่อนข้างเข้มงวด ต้องจองลิฟต์ล่วงหน้าอย่างน้อย 1 วัน และวางเงินประกันพื้นที่ส่วนกลางอีกต่างหาก
เพื่อให้เห็นภาพชัด ๆ ว่าเตรียมเงินเท่าไหร่ ลองดูตารางเปรียบเทียบนี้:
ตัวอย่างทำเล: คอนโดราคาประหยัดหาได้แถว BTS แบริ่ง หรือ MRT ลาดพร้าว เช่น Lumpini Ville Sukhumvit 77 หรือ Regent Home Bangson ส่วนระดับกลางหาได้แถว BTS เอกมัย หรือ MRT สุขุมวิท เช่น Noble Reveal หรือ Life Asoke-Rama 9 และระดับบนก็เช่น Muniq Sukhumvit 23 ใกล้ BTS อโศก หรือ 28 Chidlom ใกล้ BTS ชิดลม
วันย้ายเข้าจริง ๆ มักจะวุ่นกว่าที่คิด เรียงลำดับสิ่งที่ต้องทำแบบนี้จะช่วยได้มาก:
1. ไปรับกุญแจและคีย์การ์ดที่นิติบุคคล พร้อมเซ็นเอกสารรับมอบห้อง
2. ถ่ายรูปมิเตอร์น้ำและมิเตอร์ไฟ จดเลขไว้ เผื่อมีปัญหาเรื่องค่าใช้จ่ายทีหลัง
3. ทำความสะอาดห้องก่อนจัดของ ถูพื้น เช็ดโต๊ะ เคาน์เตอร์ครัว ห้องน้ำ
4. จัดของที่จำเป็นก่อน: เครื่องนอน ผ้าเช็ดตัว ของใช้ห้องน้ำ
5. ลองเปิดแอร์ เปิดน้ำ เช็คว่าทุกอย่างทำงานปกติ
6. ตั้งรหัส Wi-Fi (ถ้าติดตั้งแล้ว) และทดสอบสัญญาณ
7. แนะนำตัวกับเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยและแม่บ้านส่วนกลาง
อีกเรื่องที่ลืมไม่ได้คือ การแจ้งย้ายทะเบียนบ้าน ถ้าจะย้ายทะเบียนบ้านมาที่คอนโด ต้องไปแจ้งที่สำนักงานเขตภายใน 15 วันหลังย้ายเข้า แต่ถ้าเช่าอยู่ไม่นาน หลายคนเลือกไม่ย้ายทะเบียนบ้าน ซึ่งก็ไม่มีปัญหาอะไร
ฝากข้อมูลแล้วอ่านบทความต่อได้เลย ทีมงานจะติดต่อกลับ