Guides
ค้นหาพื้นที่พักอาศัยแบบใหม่ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนมิลเลนเนียลและเจนเซด

สรุป
โคลิฟวิ่งเป็นแนวคิดใหม่ในการพักอาศัยของคนรุ่นใหม่ที่รวมที่พักและพื้นที่ใช้งานร่วมกัน เหมาะสำหรับคนย้ายมาใหม่ และฟรีแลนซ์ บทความนี้อธิบายความแตกต่าง ราคา แล
ถ้าคุณเป็นคนรุ่นใหม่ที่เพิ่งย้ายมาทำงานในกรุงเทพ หรือเป็นฟรีแลนซ์ที่อยากได้พื้นที่ทำงานและที่พักในที่เดียวกัน คุณอาจเคยได้ยินคำว่า "โคลิฟวิ่ง" มาบ้าง แต่มันคืออะไรกันแน่? แตกต่างจากการเช่าคอนโดหรือหอพักยังไง? แล้วมันเหมาะกับใคร? บทความนี้จะพาไปรู้จักโคลิฟวิ่งในกรุงเทพแบบละเอียด ตั้งแต่ราคา ทำเล ข้อดีข้อเสีย ไปจนถึงวิธีเลือกที่พักแบบนี้ให้ตรงกับไลฟ์สไตล์ของคุณมากที่สุด
โคลิฟวิ่งคือรูปแบบที่พักที่ผสมผสานพื้นที่ส่วนตัวเข้ากับพื้นที่ใช้สอยร่วมกัน คุณจะได้ห้องนอนส่วนตัว แต่ใช้ครัว ห้องนั่งเล่น พื้นที่ทำงาน และสิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆ ร่วมกับผู้อยู่อาศัยคนอื่น คล้ายๆ กับแชร์บ้านหรือแชร์คอนโด แต่มีการจัดการอย่างเป็นระบบ มีแม่บ้าน มีอินเทอร์เน็ตแรงๆ และมีคอมมูนิตี้ให้เข้าร่วม
ในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา โคลิฟวิ่งในกรุงเทพเติบโตขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะหลังยุคโควิดที่คนทำงานรีโมทมากขึ้น ข้อมูลจาก DDproperty ระบุว่าความต้องการที่พักแบบยืดหยุ่นในกรุงเทพเพิ่มขึ้นกว่า 30% ในปี 2023 เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ทั้งจากกลุ่มคนไทยรุ่นใหม่และชาวต่างชาติที่เข้ามาทำงานหรือเป็นดิจิทัลโนแมด
สาเหตุหลักที่โคลิฟวิ่งมาแรงก็ง่ายๆ เลย ราคาค่าเช่าคอนโดในกรุงเทพสูงขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะทำเลใกล้รถไฟฟ้า ห้องสตูดิโอในย่าน BTS อโศก หรือ BTS พร้อมพงษ์ เริ่มต้นที่ 15,000-25,000 บาทต่อเดือน ในขณะที่โคลิฟวิ่งอาจให้คุณได้ที่พักในทำเลเดียวกันในราคาที่ถูกกว่า พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบกว่า
ปัจจุบันโคลิฟวิ่งในกรุงเทพกระจายตัวอยู่หลายย่าน แต่ส่วนใหญ่จะเกาะแนวรถไฟฟ้า BTS และ MRT เพื่อความสะดวกในการเดินทาง ย่านที่มีโคลิฟวิ่งเปิดให้บริการเยอะที่สุดคือแถวสุขุมวิท ตั้งแต่ BTS เอกมัย BTS พระโขนง ไปจนถึง BTS อ่อนนุช ซึ่งเป็นทำเลที่ราคาเช่ายังไม่แพงจนเกินไป แต่เดินทางเข้าเมืองสะดวก
แบรนด์โคลิฟวิ่งที่รู้จักกันดีในกรุงเทพ เช่น Lyf Sukhumvit 8 ของ Ascott ตั้งอยู่ใกล้ BTS นานา เน้นกลุ่มคนทำงานรุ่นใหม่และดิจิทัลโนแมด มี Co-Working Space ในตัว หรือ HIVE Coliving ย่านลาดพร้าว ใกล้ MRT ลาดพร้าว ที่ราคาเข้าถึงง่ายกว่า เหมาะกับนักศึกษาจบใหม่หรือคนที่เพิ่งเริ่มทำงาน
นอกจากนี้ยังมีโคลิฟวิ่งแบบบ้านเดี่ยวหรือทาวน์เฮาส์ดัดแปลง ซึ่งมักพบในย่านเอกมัย-ทองหล่อ แถวซอยเอกมัย 12 หรือซอยทองหล่อ 25 ที่พักแบบนี้จะให้บรรยากาศแบบบ้าน มีสวน มีพื้นที่เปิดโล่ง เหมาะกับคนที่อยากหนีจากความอึดอัดของตึกสูง
คำถามที่ทุกคนอยากรู้คือ โคลิฟวิ่งถูกกว่าเช่าคอนโดจริงหรือเปล่า? คำตอบคือ ขึ้นอยู่กับทำเลและสิ่งที่คุณได้รับ ลองดูตารางเปรียบเทียบด้านล่างนี้เพื่อให้เห็นภาพชัดขึ้น
จากตารางจะเห็นว่า ถ้าคิดค่าใช้จ่ายรวมทั้งหมด โคลิฟวิ่งอาจถูกกว่าเช่าคอนโดสตูดิโอในทำเลเดียวกัน เพราะไม่ต้องจ่ายค่าน้ำค่าไฟเพิ่ม ไม่ต้องซื้อเฟอร์นิเจอร์ ไม่ต้องจ้างแม่บ้านเอง และสัญญาเช่ายืดหยุ่นกว่ามาก
ข้อดีของโคลิฟวิ่งชัดเจนมาก ข้อแรกคือเรื่องความยืดหยุ่น สัญญาเช่าส่วนใหญ่เริ่มต้นแค่ 1 เดือน เหมาะกับคนที่ยังไม่แน่ใจว่าจะอยู่กรุงเทพนานแค่ไหน ข้อสองคือเรื่องคอมมูนิตี้ คุณจะได้เจอคนหลากหลาย ทั้งคนไทยและต่างชาติ ได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์ ได้เพื่อนใหม่ บางที่จัดกิจกรรมร่วมกันทุกสัปดาห์ ข้อสามคือเข้าอยู่ได้ทันที ไม่ต้องซื้อของ ไม่ต้องต่อเน็ต ไม่ต้องทำอะไรเลย แค่หิ้วกระเป๋ามา
แต่ข้อเสียก็มีเหมือนกัน ข้อแรกคือเรื่องความเป็นส่วนตัว ถึงจะมีห้องนอนส่วนตัว แต่คุณต้องแชร์ครัว ห้องน้ำ (บางที่) และพื้นที่ส่วนกลางกับคนอื่น ถ้าเป็นคนชอบอยู่คนเดียว เงียบๆ อาจไม่เหมาะ ข้อสองคือเรื่องกฎระเบียบ โคลิฟวิ่งส่วนใหญ่มีกฎเรื่องเวลาเงียบ การพาแขกมาค้างคืน และการใช้พื้นที่ส่วนกลาง ข้อสามคือพื้นที่ห้องนอนมักจะเล็กกว่าคอนโดสตูดิโอ เพราะพื้นที่หลักถูกจัดสรรให้เป็นพื้นที่ส่วนกลางแทน
จากประสบการณ์ที่เห็นมา โคลิฟวิ่งเหมาะกับกลุ่มคนเหล่านี้มากที่สุด กลุ่มแรกคือคนทำงานรุ่นใหม่อายุ 22-35 ปี ที่เพิ่งเริ่มทำงานในกรุงเทพ ยังไม่มีของเยอะ และอยากประหยัดเงินในช่วงเริ่มต้น
กลุ่มที่สองคือดิจิทัลโนแมดและชาวต่างชาติที่มาอยู่กรุงเทพชั่วคราว 1-6 เดือน ไม่อยากผูกมัดสัญญาเช่ายาว และอยากมีสังคม โคลิฟวิ่งตอบโจทย์กลุ่มนี้แบบสุดๆ เพราะทุกอย่างจัดการให้หมด ข้อมูลจาก FazWaz ระบุว่าชาวต่างชาติที่เช่าที่พักในกรุงเทพกว่า 25% เลือกที่พักแบบมีเฟอร์นิเจอร์ครบและสัญญาระยะสั้น ซึ่งตรงกับรูปแบบโคลิฟวิ่งพอดี
กลุ่มที่สามคือคนที่ย้ายงานบ่อย หรืออยู่ระหว่างเปลี่ยนงาน ต้องการที่พักชั่วคราวโดยไม่ต้องจ่ายเงินก้อนใหญ่สำหรับค่ามัดจำและเฟอร์นิเจอร์ และกลุ่มสุดท้ายคือคนที่เพิ่งย้ายมากรุงเทพแล้วอยากสำรวจย่านต่างๆ ก่อนตัดสินใจเช่าคอนโดระยะยาว
ก่อนจะตัดสินใจเลือกโคลิฟวิ่ง มีสิ่งที่ควรพิจารณาหลายอย่าง อันดับแรกคือทำเลและการเดินทาง ลองดูว่าที่ทำงานอยู่ใกล้สถานีไหน แล้วเลือกโคลิฟวิ่งที่เดินทางสะดวก เช็กเส้นทาง BTS และ MRT ให้ดีก่อนตัดสินใจ เพราะถ้าต้องต่อรถหลายต่อ ค่าเดินทางรายเดือนอาจพอกพูนจนไม่คุ้ม
อันดับสองคือดูรีวิวจากผู้เคยอยู่จริง ทั้งเรื่องความสะอาด ความเป็นมิตรของผู้ร่วมอยู่อาศัย และการตอบสนองของฝ่ายจัดการเมื่อมีปัญหา อันดับสามคืออ่านสัญญาให้ละเอียด โดยเฉพาะเรื่องค่ามัดจำ เงื่อนไขการยกเลิก และค่าปรับต่างๆ
อันดับสี่คือไปดูสถานที่จริงก่อนเซ็นสัญญา อย่าดูแค่รูปในเว็บ ลองไปเดินดู ลองนั่งทำงานในพื้นที่ส่วนกลาง ลองคุยกับคนที่อยู่อาศัย คุณจะรู้เลยว่าบรรยากาศเข้ากับตัวเองไหม
จริงๆ แล้วโคลิฟวิ่งไม่ใช่คำตอบสำหรับทุกคน บางคนอาจพบว่าการเช่าคอนโดสตูดิโอราคาไม่แพงในย่านที่ไกลออกไปสักหน่อย เช่น แถว BTS แบริ่ง BTS สำโรง หรือ MRT ห้วยขวาง ก็ให้ความคุ้มค่าที่ดีกว่า โดยเฉพาะถ้าคุณเป็นคนที่ต้องการความเป็นส่วนตัวสูงและมีของเยอะ
สิ่งสำคัญคือต้องเปรียบเทียบตัวเลือกให้รอบด้าน อย่ามองแค่ค่าเช่ารายเดือน แต่ให้คิดรวมค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าเน็ต ค่าเดินทาง ค่าทำความสะอาด และค่าเสียเวลา ถ้าคิดทุกอย่างรวมกันแล้ว คุณอาจพบว่าคำตอบที่ดีที่สุดไม่ใช่แบบที่คิดไว้ตอนแรก
ไม่ว่าจะเลือกโคลิฟวิ่งหรือเช่าคอนโดแบบปกติ สิ่งที่ยากที่สุดคือการหาที่พักที่ตรงกับความต้องการจริงๆ ท่ามกลางตัวเลือกที่มีเป็นพันๆ รายการในกรุงเทพ ถ้าคุณไม่อยากเสียเวลาเลื่อนดูประกาศเป็นร้อยๆ รายการ หรือไม่อยากถูกนายหน้ากดดันให้ตัดสินใจเร็วๆ ลองใช้ Superagent ที่ superagent.co ดู แค
ถ้าคุณเป็นคนรุ่นใหม่ที่เพิ่งย้ายมาทำงานในกรุงเทพ หรือเป็นฟรีแลนซ์ที่อยากได้พื้นที่ทำงานและที่พักในที่เดียวกัน คุณอาจเคยได้ยินคำว่า "โคลิฟวิ่ง" มาบ้าง แต่มันคืออะไรกันแน่? แตกต่างจากการเช่าคอนโดหรือหอพักยังไง? แล้วมันเหมาะกับใคร? บทความนี้จะพาไปรู้จักโคลิฟวิ่งในกรุงเทพแบบละเอียด ตั้งแต่ราคา ทำเล ข้อดีข้อเสีย ไปจนถึงวิธีเลือกที่พักแบบนี้ให้ตรงกับไลฟ์สไตล์ของคุณมากที่สุด
โคลิฟวิ่งคือรูปแบบที่พักที่ผสมผสานพื้นที่ส่วนตัวเข้ากับพื้นที่ใช้สอยร่วมกัน คุณจะได้ห้องนอนส่วนตัว แต่ใช้ครัว ห้องนั่งเล่น พื้นที่ทำงาน และสิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆ ร่วมกับผู้อยู่อาศัยคนอื่น คล้ายๆ กับแชร์บ้านหรือแชร์คอนโด แต่มีการจัดการอย่างเป็นระบบ มีแม่บ้าน มีอินเทอร์เน็ตแรงๆ และมีคอมมูนิตี้ให้เข้าร่วม
ในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา โคลิฟวิ่งในกรุงเทพเติบโตขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะหลังยุคโควิดที่คนทำงานรีโมทมากขึ้น ข้อมูลจาก DDproperty ระบุว่าความต้องการที่พักแบบยืดหยุ่นในกรุงเทพเพิ่มขึ้นกว่า 30% ในปี 2023 เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ทั้งจากกลุ่มคนไทยรุ่นใหม่และชาวต่างชาติที่เข้ามาทำงานหรือเป็นดิจิทัลโนแมด
สาเหตุหลักที่โคลิฟวิ่งมาแรงก็ง่ายๆ เลย ราคาค่าเช่าคอนโดในกรุงเทพสูงขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะทำเลใกล้รถไฟฟ้า ห้องสตูดิโอในย่าน BTS อโศก หรือ BTS พร้อมพงษ์ เริ่มต้นที่ 15,000-25,000 บาทต่อเดือน ในขณะที่โคลิฟวิ่งอาจให้คุณได้ที่พักในทำเลเดียวกันในราคาที่ถูกกว่า พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบกว่า
ปัจจุบันโคลิฟวิ่งในกรุงเทพกระจายตัวอยู่หลายย่าน แต่ส่วนใหญ่จะเกาะแนวรถไฟฟ้า BTS และ MRT เพื่อความสะดวกในการเดินทาง ย่านที่มีโคลิฟวิ่งเปิดให้บริการเยอะที่สุดคือแถวสุขุมวิท ตั้งแต่ BTS เอกมัย BTS พระโขนง ไปจนถึง BTS อ่อนนุช ซึ่งเป็นทำเลที่ราคาเช่ายังไม่แพงจนเกินไป แต่เดินทางเข้าเมืองสะดวก
แบรนด์โคลิฟวิ่งที่รู้จักกันดีในกรุงเทพ เช่น Lyf Sukhumvit 8 ของ Ascott ตั้งอยู่ใกล้ BTS นานา เน้นกลุ่มคนทำงานรุ่นใหม่และดิจิทัลโนแมด มี Co-Working Space ในตัว หรือ HIVE Coliving ย่านลาดพร้าว ใกล้ MRT ลาดพร้าว ที่ราคาเข้าถึงง่ายกว่า เหมาะกับนักศึกษาจบใหม่หรือคนที่เพิ่งเริ่มทำงาน
นอกจากนี้ยังมีโคลิฟวิ่งแบบบ้านเดี่ยวหรือทาวน์เฮาส์ดัดแปลง ซึ่งมักพบในย่านเอกมัย-ทองหล่อ แถวซอยเอกมัย 12 หรือซอยทองหล่อ 25 ที่พักแบบนี้จะให้บรรยากาศแบบบ้าน มีสวน มีพื้นที่เปิดโล่ง เหมาะกับคนที่อยากหนีจากความอึดอัดของตึกสูง
คำถามที่ทุกคนอยากรู้คือ โคลิฟวิ่งถูกกว่าเช่าคอนโดจริงหรือเปล่า? คำตอบคือ ขึ้นอยู่กับทำเลและสิ่งที่คุณได้รับ ลองดูตารางเปรียบเทียบด้านล่างนี้เพื่อให้เห็นภาพชัดขึ้น
จากตารางจะเห็นว่า ถ้าคิดค่าใช้จ่ายรวมทั้งหมด โคลิฟวิ่งอาจถูกกว่าเช่าคอนโดสตูดิโอในทำเลเดียวกัน เพราะไม่ต้องจ่ายค่าน้ำค่าไฟเพิ่ม ไม่ต้องซื้อเฟอร์นิเจอร์ ไม่ต้องจ้างแม่บ้านเอง และสัญญาเช่ายืดหยุ่นกว่ามาก
ข้อดีของโคลิฟวิ่งชัดเจนมาก ข้อแรกคือเรื่องความยืดหยุ่น สัญญาเช่าส่วนใหญ่เริ่มต้นแค่ 1 เดือน เหมาะกับคนที่ยังไม่แน่ใจว่าจะอยู่กรุงเทพนานแค่ไหน ข้อสองคือเรื่องคอมมูนิตี้ คุณจะได้เจอคนหลากหลาย ทั้งคนไทยและต่างชาติ ได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์ ได้เพื่อนใหม่ บางที่จัดกิจกรรมร่วมกันทุกสัปดาห์ ข้อสามคือเข้าอยู่ได้ทันที ไม่ต้องซื้อของ ไม่ต้องต่อเน็ต ไม่ต้องทำอะไรเลย แค่หิ้วกระเป๋ามา
แต่ข้อเสียก็มีเหมือนกัน ข้อแรกคือเรื่องความเป็นส่วนตัว ถึงจะมีห้องนอนส่วนตัว แต่คุณต้องแชร์ครัว ห้องน้ำ (บางที่) และพื้นที่ส่วนกลางกับคนอื่น ถ้าเป็นคนชอบอยู่คนเดียว เงียบๆ อาจไม่เหมาะ ข้อสองคือเรื่องกฎระเบียบ โคลิฟวิ่งส่วนใหญ่มีกฎเรื่องเวลาเงียบ การพาแขกมาค้างคืน และการใช้พื้นที่ส่วนกลาง ข้อสามคือพื้นที่ห้องนอนมักจะเล็กกว่าคอนโดสตูดิโอ เพราะพื้นที่หลักถูกจัดสรรให้เป็นพื้นที่ส่วนกลางแทน
ฝากข้อมูลแล้วอ่านบทความต่อได้เลย ทีมงานจะติดต่อกลับ
จากประสบการณ์ที่เห็นมา โคลิฟวิ่งเหมาะกับกลุ่มคนเหล่านี้มากที่สุด กลุ่มแรกคือคนทำงานรุ่นใหม่อายุ 22-35 ปี ที่เพิ่งเริ่มทำงานในกรุงเทพ ยังไม่มีของเยอะ และอยากประหยัดเงินในช่วงเริ่มต้น
กลุ่มที่สองคือดิจิทัลโนแมดและชาวต่างชาติที่มาอยู่กรุงเทพชั่วคราว 1-6 เดือน ไม่อยากผูกมัดสัญญาเช่ายาว และอยากมีสังคม โคลิฟวิ่งตอบโจทย์กลุ่มนี้แบบสุดๆ เพราะทุกอย่างจัดการให้หมด ข้อมูลจาก FazWaz ระบุว่าชาวต่างชาติที่เช่าที่พักในกรุงเทพกว่า 25% เลือกที่พักแบบมีเฟอร์นิเจอร์ครบและสัญญาระยะสั้น ซึ่งตรงกับรูปแบบโคลิฟวิ่งพอดี
กลุ่มที่สามคือคนที่ย้ายงานบ่อย หรืออยู่ระหว่างเปลี่ยนงาน ต้องการที่พักชั่วคราวโดยไม่ต้องจ่ายเงินก้อนใหญ่สำหรับค่ามัดจำและเฟอร์นิเจอร์ และกลุ่มสุดท้ายคือคนที่เพิ่งย้ายมากรุงเทพแล้วอยากสำรวจย่านต่างๆ ก่อนตัดสินใจเช่าคอนโดระยะยาว
ก่อนจะตัดสินใจเลือกโคลิฟวิ่ง มีสิ่งที่ควรพิจารณาหลายอย่าง อันดับแรกคือทำเลและการเดินทาง ลองดูว่าที่ทำงานอยู่ใกล้สถานีไหน แล้วเลือกโคลิฟวิ่งที่เดินทางสะดวก เช็กเส้นทาง BTS และ MRT ให้ดีก่อนตัดสินใจ เพราะถ้าต้องต่อรถหลายต่อ ค่าเดินทางรายเดือนอาจพอกพูนจนไม่คุ้ม
อันดับสองคือดูรีวิวจากผู้เคยอยู่จริง ทั้งเรื่องความสะอาด ความเป็นมิตรของผู้ร่วมอยู่อาศัย และการตอบสนองของฝ่ายจัดการเมื่อมีปัญหา อันดับสามคืออ่านสัญญาให้ละเอียด โดยเฉพาะเรื่องค่ามัดจำ เงื่อนไขการยกเลิก และค่าปรับต่างๆ
อันดับสี่คือไปดูสถานที่จริงก่อนเซ็นสัญญา อย่าดูแค่รูปในเว็บ ลองไปเดินดู ลองนั่งทำงานในพื้นที่ส่วนกลาง ลองคุยกับคนที่อยู่อาศัย คุณจะรู้เลยว่าบรรยากาศเข้ากับตัวเองไหม
จริงๆ แล้วโคลิฟวิ่งไม่ใช่คำตอบสำหรับทุกคน บางคนอาจพบว่าการเช่าคอนโดสตูดิโอราคาไม่แพงในย่านที่ไกลออกไปสักหน่อย เช่น แถว BTS แบริ่ง BTS สำโรง หรือ MRT ห้วยขวาง ก็ให้ความคุ้มค่าที่ดีกว่า โดยเฉพาะถ้าคุณเป็นคนที่ต้องการความเป็นส่วนตัวสูงและมีของเยอะ
สิ่งสำคัญคือต้องเปรียบเทียบตัวเลือกให้รอบด้าน อย่ามองแค่ค่าเช่ารายเดือน แต่ให้คิดรวมค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าเน็ต ค่าเดินทาง ค่าทำความสะอาด และค่าเสียเวลา ถ้าคิดทุกอย่างรวมกันแล้ว คุณอาจพบว่าคำตอบที่ดีที่สุดไม่ใช่แบบที่คิดไว้ตอนแรก
ไม่ว่าจะเลือกโคลิฟวิ่งหรือเช่าคอนโดแบบปกติ สิ่งที่ยากที่สุดคือการหาที่พักที่ตรงกับความต้องการจริงๆ ท่ามกลางตัวเลือกที่มีเป็นพันๆ รายการในกรุงเทพ ถ้าคุณไม่อยากเสียเวลาเลื่อนดูประกาศเป็นร้อยๆ รายการ หรือไม่อยากถูกนายหน้ากดดันให้ตัดสินใจเร็วๆ ลองใช้ Superagent ที่ superagent.co ดู แค
ฝากข้อมูลแล้วอ่านบทความต่อได้เลย ทีมงานจะติดต่อกลับ