Guides
เข้าใจสิทธิและหน้าที่เมื่อเกิดน้ำท่วมในคอนโดมิเนียม พร้อมวิธีเตรียมตัวและแก้ไขปัญหาอย่างถูกต้อง

สรุป
หน้าฝนจึงมาถึง ปัญหาน้ำท่วมในคอนโดกลับมาทำให้ผู้เช่าหลายคนกังวล ไม่ว่าจะเป็นน้ำรั่วจากเพดาน น้ำท่วมในชั้นจอดรถ หรือน้ำทะลักเข้าลอบบี้ แต่เมื่อเกิดปัญหาจริง
ช่วงหน้าฝนทีไร คนเช่าคอนโดในกรุงเทพหลายคนเริ่มลุ้นระทึก โดยเฉพาะถ้าอยู่ชั้นล่าง ๆ หรือคอนโดที่อยู่ในทำเลลุ่มต่ำ น้ำท่วมคอนโดไม่ใช่เรื่องไกลตัวเลย ไม่ว่าจะเป็นน้ำรั่วจากเพดาน น้ำท่วมชั้นจอดรถ หรือน้ำทะลักเข้าล็อบบี้ แต่พอเกิดเรื่องจริง ๆ หลายคนงงว่า "แล้วใครจะรับผิดชอบค่าเสียหาย?" เจ้าของห้อง? นิติบุคคล? หรือเราในฐานะผู้เช่าต้องแบกเอง?
บทความนี้จะพาไปดูทุกมุมที่ต้องรู้ ตั้งแต่สาเหตุ ความรับผิดชอบตามกฎหมาย วิธีเตรียมรับมือ ไปจนถึงเรื่องประกันที่หลายคนมองข้าม พร้อมบอกทำเลไหนเสี่ยง ทำเลไหนปลอดภัย เพื่อให้เพื่อน ๆ ตัดสินใจเช่าคอนโดได้อย่างมั่นใจมากขึ้น
หลายคนคิดว่าคอนโดสูง ๆ ไม่มีทางโดนน้ำท่วม แต่จริง ๆ แล้วปัญหาน้ำท่วมในคอนโดมีหลายรูปแบบมากกว่าที่คิด สาเหตุหลัก ๆ ที่เจอบ่อยมีดังนี้
น้ำท่วมชั้นจอดรถและชั้นล่าง, อันนี้คลาสสิกเลย โดยเฉพาะคอนโดที่มีชั้นจอดรถใต้ดิน ฝนตกหนักแบบกรุงเทพ 2-3 ชั่วโมง ระบบสูบน้ำทำงานไม่ทัน น้ำก็เข้าไปท่วมได้ง่ายมาก ปี 2554 เป็นบทเรียนใหญ่ที่หลายคอนโดย่านแจ้งวัฒนะ รังสิต พระราม 2 โดนหนัก
น้ำรั่วจากห้องข้างบนหรือท่อรั่ว, อันนี้เจอได้ทุกชั้น ท่อน้ำเสื่อมสภาพ ข้อต่อหลุด หรือเพื่อนบ้านชั้นบนลืมปิดน้ำ แล้วน้ำก็ซึมลงมาเพดานห้องเรา คอนโดเก่าอายุ 15-20 ปีขึ้นไปเจอปัญหานี้บ่อย
ระบบระบายน้ำของตัวอาคาร, บางคอนโดระบบท่อระบายน้ำฝนบนดาดฟ้าอุดตัน รางน้ำตัน ฝนตกหนักทีก็ล้นเข้าตัวอาคาร หรือบางทีระบบ waterproofing เสื่อมสภาพ น้ำก็ซึมผ่านผนังเข้ามาได้
เรื่องนี้ต้องแยกเป็นกรณี ๆ เพราะความรับผิดชอบขึ้นอยู่กับว่าน้ำมาจากไหนและสัญญาเช่าเขียนไว้ยังไง
นิติบุคคลรับผิดชอบ, ถ้าน้ำท่วมเกิดจากพื้นที่ส่วนกลาง เช่น ท่อส่วนกลางแตก ระบบสูบน้ำไม่ทำงาน หรือน้ำท่วมล็อบบี้และชั้นจอดรถ ตาม พ.ร.บ. อาคารชุด พ.ศ. 2522 นิติบุคคลมีหน้าที่ดูแลทรัพย์ส่วนกลาง ถ้าพิสูจน์ได้ว่าบกพร่อง สามารถเรียกร้องค่าเสียหายได้
เจ้าของห้องรับผิดชอบ, ถ้าความเสียหายเกิดจากโครงสร้างของห้อง เช่น ท่อภายในห้องรั่ว ผนังซึม หรืออุปกรณ์ในห้องชำรุด เจ้าของห้อง (ผู้ให้เช่า) ต้องรับผิดชอบซ่อมแซม เพราะตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 550 ผู้ให้เช่ามีหน้าที่ส่งมอบทรัพย์ในสภาพเหมาะแก่การใช้งาน
ผู้เช่ารับผิดชอบ, ถ้าความเสียหายเกิดจากทรัพย์สินส่วนตัวของผู้เช่า เช่น โน้ตบุ๊ก เสื้อผ้า เฟอร์นิเจอร์ที่เราซื้อมาเอง ส่วนนี้ส่วนใหญ่ผู้เช่าต้องดูแลเอง ยกเว้นจะพิสูจน์ได้ว่าเกิดจากความประมาทของเจ้าของหรือนิติฯ
เคล็ดลับสำคัญคือ ก่อนเซ็นสัญญาเช่า ให้อ่านข้อสัญญาเรื่องความรับผิดชอบในกรณีภัยธรรมชาติและการชำรุดบกพร่องให้ดี ถ่ายรูปสภาพห้องไว้ทุกมุมตอนรับมอบห้อง เวลามีปัญหาจะได้มีหลักฐาน
กรุงเทพเป็นเมืองที่ต่ำกว่าระดับน้ำทะเลเฉลี่ยเพียง 0.5-2 เมตรเท่านั้น ตามข้อมูลของ กรุงเทพมหานคร พื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมซ้ำซากมีอยู่หลายจุด การรู้ทำเลช่วยให้เลือกคอนโดได้อุ่นใจขึ้นมาก
จะเห็นว่าทำเลที่มีราคาเช่าถูกกว่ามักอยู่ในพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วม ไม่ได้หมายความว่าห้ามเช่านะ แต่ต้องเช็กเพิ่มเติมว่าคอนโดนั้น ๆ มีระบบป้องกันน้ำท่วมดีแค่ไหน
เช็กระบบป้องกันน้ำท่วมของคอนโด, ก่อนเซ็นสัญญาเช่า ถามนิติบุคคลตรง ๆ เลยว่ามีระบบสูบน้ำกี่ตัว มีกำแพงกั้นน้ำไหม ชั้นจอดรถใต้ดินมีระบบป้องกันอย่างไร คอนโดดี ๆ อย่าง Ideo Mobi สุขุมวิท, Life Asoke Hype หรือ The Base พระราม 9 จะมีระบบป้องกันน้ำท่วมชั้นใต้ดินค่อนข้างดี
ถ่ายรูปสภาพห้องก่อนเข้าอยู่, ถ่ายให้หมดทุกมุม โดยเฉพาะเพดาน ผนัง ใต้อ่างล้างหน้า ใต้ซิงค์ รอยน้ำเก่า ๆ บอกได้เยอะมากว่าห้องนี้เคยมีปัญหาน้ำรั่วหรือเปล่า
ยกของสำคัญขึ้นที่สูง, ช่วงหน้าฝน อย่าวางของมีค่าไว้บนพื้นโดยเฉพาะถ้าอยู่ชั้นล่าง โน้ตบุ๊ก เอกสารสำคัญ กระเป๋าแบรนด์เนม ยกขึ้นชั้นวางหรือโต๊ะเสมอ
เตรียมอุปกรณ์ฉุกเฉิน, ไฟฉาย แบตเตอรี่สำรอง ถุงพลาสติกขนาดใหญ่สำหรับห่อของ และที่สำคัญคือเบอร์นิติบุคคลต้องเซฟไว้ในมือถือให้พร้อม
หลายคนเช่าคอนโดแล้วไม่เคยคิดเรื่องประกัน แต่จริง ๆ แล้วประกันอัคคีภัยและภัยธรรมชาติสำหรับทรัพย์สินผู้เช่ามีราคาไม่แพงเลย เริ่มต้นประมาณ 1,000-3,000 บาทต่อปี คุ้มครองทรัพย์สินภายในห้องสูงสุด 200,000-500,000 บาท
ประกันประเภทนี้มักครอบคลุม น้ำท่วม ไฟไหม้ ท่อแตก รวมถึงภัยธรรมชาติอื่น ๆ ตาม สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ผู้เช่าสามารถทำประกันคุ้มครองทรัพย์สินส่วนตัวได้ด้วยตัวเอง ไม่ต้องรอเจ้าของห้อง
แนะนำให้ทำเลยตั้งแต่วันแรกที่เข้าอยู่ คิดง่าย ๆ ว่าเดือนละไม่ถึง 300 บาท แลกกับความอุ่นใจว่าถ้าเกิดอะไรขึ้น ไม่ต้องควักกระเป๋าจ่ายเองทั้งหมด
แจ้งนิติบุคคลทันที, อย่ารอ อย่าคิดว่าเดี๋ยวมันก็หาย โทรหรือแชทแจ้งนิติฯ พร้อมถ่ายรูปและวิดีโอความเสียหายไว้เป็นหลักฐานทุกจุด
แจ้งเจ้าของห้อง, ส่งรูปให้เจ้าของเห็นสถานการณ์ทันที พร้อมแจ้งว่าต้องการให้ซ่อมแซมส่วนไหน ถ้าเจ้าของไม่ตอบหรือไม่ยอมซ่อม ผู้เช่ามีสิทธิ์ซ่อมเองแล้วหักค่าเช่าได้ตามกฎหมาย (มาตรา 547 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์)
ตัดไฟ, ถ้าน้ำท่วมถึงระดับเต้ารับไฟฟ้าหรือมีน้ำขังในห้อง ให้ตัดไฟที่เบรกเกอร์ทันที ความปลอดภัยต้องมาก่อนเสมอ
ทำรายการทรัพย์สินเสียหาย, จดรายการของเสียหายพร้อมมูลค่าประมาณ ถ่ายรูปประกอบ สิ่งนี้จำเป็นมากถ้าจะเคลมประกันหรือเจรจากับเจ้าของห้อง
อย่าลืมดูสัญญาเช่า, เปิดสัญญาอ่านข้อที่เกี่ยวกับเหตุสุดวิสัยและการซ่อมแซม บางสัญญาเขียนชัดว่าเจ้าของรับผิดชอบซ่อมโครงสร้าง บางสัญญาไม่ได้เขียน ถ้าไม่มีระบุ ให้ยึดตามกฎหมายเป็นหลัก
น้ำท่วมคอนโดเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้จริงในกรุงเทพ ไม่ว่าจะอยู่คอนโดหรู 50,000 บาทต่อเดือน หรือคอนโดราคาเบา ๆ 8,000 บาท สิ่งสำคัญคือการเลือกทำเลและคอนโดที่มีระบบป้องกันดี อ่านสัญญาเช่าให้ละเอียด ถ่ายรูปสภาพห้องก่อนเข้า
ช่วงหน้าฝนทีไร คนเช่าคอนโดในกรุงเทพหลายคนเริ่มลุ้นระทึก โดยเฉพาะถ้าอยู่ชั้นล่าง ๆ หรือคอนโดที่อยู่ในทำเลลุ่มต่ำ น้ำท่วมคอนโดไม่ใช่เรื่องไกลตัวเลย ไม่ว่าจะเป็นน้ำรั่วจากเพดาน น้ำท่วมชั้นจอดรถ หรือน้ำทะลักเข้าล็อบบี้ แต่พอเกิดเรื่องจริง ๆ หลายคนงงว่า "แล้วใครจะรับผิดชอบค่าเสียหาย?" เจ้าของห้อง? นิติบุคคล? หรือเราในฐานะผู้เช่าต้องแบกเอง?
บทความนี้จะพาไปดูทุกมุมที่ต้องรู้ ตั้งแต่สาเหตุ ความรับผิดชอบตามกฎหมาย วิธีเตรียมรับมือ ไปจนถึงเรื่องประกันที่หลายคนมองข้าม พร้อมบอกทำเลไหนเสี่ยง ทำเลไหนปลอดภัย เพื่อให้เพื่อน ๆ ตัดสินใจเช่าคอนโดได้อย่างมั่นใจมากขึ้น
หลายคนคิดว่าคอนโดสูง ๆ ไม่มีทางโดนน้ำท่วม แต่จริง ๆ แล้วปัญหาน้ำท่วมในคอนโดมีหลายรูปแบบมากกว่าที่คิด สาเหตุหลัก ๆ ที่เจอบ่อยมีดังนี้
น้ำท่วมชั้นจอดรถและชั้นล่าง, อันนี้คลาสสิกเลย โดยเฉพาะคอนโดที่มีชั้นจอดรถใต้ดิน ฝนตกหนักแบบกรุงเทพ 2-3 ชั่วโมง ระบบสูบน้ำทำงานไม่ทัน น้ำก็เข้าไปท่วมได้ง่ายมาก ปี 2554 เป็นบทเรียนใหญ่ที่หลายคอนโดย่านแจ้งวัฒนะ รังสิต พระราม 2 โดนหนัก
น้ำรั่วจากห้องข้างบนหรือท่อรั่ว, อันนี้เจอได้ทุกชั้น ท่อน้ำเสื่อมสภาพ ข้อต่อหลุด หรือเพื่อนบ้านชั้นบนลืมปิดน้ำ แล้วน้ำก็ซึมลงมาเพดานห้องเรา คอนโดเก่าอายุ 15-20 ปีขึ้นไปเจอปัญหานี้บ่อย
ระบบระบายน้ำของตัวอาคาร, บางคอนโดระบบท่อระบายน้ำฝนบนดาดฟ้าอุดตัน รางน้ำตัน ฝนตกหนักทีก็ล้นเข้าตัวอาคาร หรือบางทีระบบ waterproofing เสื่อมสภาพ น้ำก็ซึมผ่านผนังเข้ามาได้
เรื่องนี้ต้องแยกเป็นกรณี ๆ เพราะความรับผิดชอบขึ้นอยู่กับว่าน้ำมาจากไหนและสัญญาเช่าเขียนไว้ยังไง
นิติบุคคลรับผิดชอบ, ถ้าน้ำท่วมเกิดจากพื้นที่ส่วนกลาง เช่น ท่อส่วนกลางแตก ระบบสูบน้ำไม่ทำงาน หรือน้ำท่วมล็อบบี้และชั้นจอดรถ ตาม พ.ร.บ. อาคารชุด พ.ศ. 2522 นิติบุคคลมีหน้าที่ดูแลทรัพย์ส่วนกลาง ถ้าพิสูจน์ได้ว่าบกพร่อง สามารถเรียกร้องค่าเสียหายได้
เจ้าของห้องรับผิดชอบ, ถ้าความเสียหายเกิดจากโครงสร้างของห้อง เช่น ท่อภายในห้องรั่ว ผนังซึม หรืออุปกรณ์ในห้องชำรุด เจ้าของห้อง (ผู้ให้เช่า) ต้องรับผิดชอบซ่อมแซม เพราะตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 550 ผู้ให้เช่ามีหน้าที่ส่งมอบทรัพย์ในสภาพเหมาะแก่การใช้งาน
ผู้เช่ารับผิดชอบ, ถ้าความเสียหายเกิดจากทรัพย์สินส่วนตัวของผู้เช่า เช่น โน้ตบุ๊ก เสื้อผ้า เฟอร์นิเจอร์ที่เราซื้อมาเอง ส่วนนี้ส่วนใหญ่ผู้เช่าต้องดูแลเอง ยกเว้นจะพิสูจน์ได้ว่าเกิดจากความประมาทของเจ้าของหรือนิติฯ
เคล็ดลับสำคัญคือ ก่อนเซ็นสัญญาเช่า ให้อ่านข้อสัญญาเรื่องความรับผิดชอบในกรณีภัยธรรมชาติและการชำรุดบกพร่องให้ดี ถ่ายรูปสภาพห้องไว้ทุกมุมตอนรับมอบห้อง เวลามีปัญหาจะได้มีหลักฐาน
กรุงเทพเป็นเมืองที่ต่ำกว่าระดับน้ำทะเลเฉลี่ยเพียง 0.5-2 เมตรเท่านั้น ตามข้อมูลของ กรุงเทพมหานคร พื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมซ้ำซากมีอยู่หลายจุด การรู้ทำเลช่วยให้เลือกคอนโดได้อุ่นใจขึ้นมาก
จะเห็นว่าทำเลที่มีราคาเช่าถูกกว่ามักอยู่ในพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วม ไม่ได้หมายความว่าห้ามเช่านะ แต่ต้องเช็กเพิ่มเติมว่าคอนโดนั้น ๆ มีระบบป้องกันน้ำท่วมดีแค่ไหน
เช็กระบบป้องกันน้ำท่วมของคอนโด, ก่อนเซ็นสัญญาเช่า ถามนิติบุคคลตรง ๆ เลยว่ามีระบบสูบน้ำกี่ตัว มีกำแพงกั้นน้ำไหม ชั้นจอดรถใต้ดินมีระบบป้องกันอย่างไร คอนโดดี ๆ อย่าง Ideo Mobi สุขุมวิท, Life Asoke Hype หรือ The Base พระราม 9 จะมีระบบป้องกันน้ำท่วมชั้นใต้ดินค่อนข้างดี
ฝากข้อมูลแล้วอ่านบทความต่อได้เลย ทีมงานจะติดต่อกลับ
ถ่ายรูปสภาพห้องก่อนเข้าอยู่, ถ่ายให้หมดทุกมุม โดยเฉพาะเพดาน ผนัง ใต้อ่างล้างหน้า ใต้ซิงค์ รอยน้ำเก่า ๆ บอกได้เยอะมากว่าห้องนี้เคยมีปัญหาน้ำรั่วหรือเปล่า
ยกของสำคัญขึ้นที่สูง, ช่วงหน้าฝน อย่าวางของมีค่าไว้บนพื้นโดยเฉพาะถ้าอยู่ชั้นล่าง โน้ตบุ๊ก เอกสารสำคัญ กระเป๋าแบรนด์เนม ยกขึ้นชั้นวางหรือโต๊ะเสมอ
เตรียมอุปกรณ์ฉุกเฉิน, ไฟฉาย แบตเตอรี่สำรอง ถุงพลาสติกขนาดใหญ่สำหรับห่อของ และที่สำคัญคือเบอร์นิติบุคคลต้องเซฟไว้ในมือถือให้พร้อม
หลายคนเช่าคอนโดแล้วไม่เคยคิดเรื่องประกัน แต่จริง ๆ แล้วประกันอัคคีภัยและภัยธรรมชาติสำหรับทรัพย์สินผู้เช่ามีราคาไม่แพงเลย เริ่มต้นประมาณ 1,000-3,000 บาทต่อปี คุ้มครองทรัพย์สินภายในห้องสูงสุด 200,000-500,000 บาท
ประกันประเภทนี้มักครอบคลุม น้ำท่วม ไฟไหม้ ท่อแตก รวมถึงภัยธรรมชาติอื่น ๆ ตาม สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ผู้เช่าสามารถทำประกันคุ้มครองทรัพย์สินส่วนตัวได้ด้วยตัวเอง ไม่ต้องรอเจ้าของห้อง
แนะนำให้ทำเลยตั้งแต่วันแรกที่เข้าอยู่ คิดง่าย ๆ ว่าเดือนละไม่ถึง 300 บาท แลกกับความอุ่นใจว่าถ้าเกิดอะไรขึ้น ไม่ต้องควักกระเป๋าจ่ายเองทั้งหมด
แจ้งนิติบุคคลทันที, อย่ารอ อย่าคิดว่าเดี๋ยวมันก็หาย โทรหรือแชทแจ้งนิติฯ พร้อมถ่ายรูปและวิดีโอความเสียหายไว้เป็นหลักฐานทุกจุด
แจ้งเจ้าของห้อง, ส่งรูปให้เจ้าของเห็นสถานการณ์ทันที พร้อมแจ้งว่าต้องการให้ซ่อมแซมส่วนไหน ถ้าเจ้าของไม่ตอบหรือไม่ยอมซ่อม ผู้เช่ามีสิทธิ์ซ่อมเองแล้วหักค่าเช่าได้ตามกฎหมาย (มาตรา 547 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์)
ตัดไฟ, ถ้าน้ำท่วมถึงระดับเต้ารับไฟฟ้าหรือมีน้ำขังในห้อง ให้ตัดไฟที่เบรกเกอร์ทันที ความปลอดภัยต้องมาก่อนเสมอ
ทำรายการทรัพย์สินเสียหาย, จดรายการของเสียหายพร้อมมูลค่าประมาณ ถ่ายรูปประกอบ สิ่งนี้จำเป็นมากถ้าจะเคลมประกันหรือเจรจากับเจ้าของห้อง
อย่าลืมดูสัญญาเช่า, เปิดสัญญาอ่านข้อที่เกี่ยวกับเหตุสุดวิสัยและการซ่อมแซม บางสัญญาเขียนชัดว่าเจ้าของรับผิดชอบซ่อมโครงสร้าง บางสัญญาไม่ได้เขียน ถ้าไม่มีระบุ ให้ยึดตามกฎหมายเป็นหลัก
น้ำท่วมคอนโดเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้จริงในกรุงเทพ ไม่ว่าจะอยู่คอนโดหรู 50,000 บาทต่อเดือน หรือคอนโดราคาเบา ๆ 8,000 บาท สิ่งสำคัญคือการเลือกทำเลและคอนโดที่มีระบบป้องกันดี อ่านสัญญาเช่าให้ละเอียด ถ่ายรูปสภาพห้องก่อนเข้า
ฝากข้อมูลแล้วอ่านบทความต่อได้เลย ทีมงานจะติดต่อกลับ