Guides
คำแนะนำการเลือกประกันภัยที่เหมาะสมสำหรับเจ้าของคอนโดโครงการต่างๆ

สรุป
เจ้าของคอนโดให้เช่าควรซื้อประกันภัยเพื่อปกป้องทรัพย์สินและลดความเสี่ยง บทความนี้อธิบายประเภทประกันภัยที่เหมาะสม ตั้งแต่การเสียหายของอาคาร ความรับผิดต่อบุคค
ถ้าคุณเป็นเจ้าของคอนโดที่ปล่อยเช่าอยู่ ไม่ว่าจะเป็นห้องที่ The Base พระราม 9 ราคาเช่าเดือนละ 12,000 บาท หรือห้องหรูที่ Esse Asoke ปล่อยเช่า 45,000 บาท มีคำถามหนึ่งที่หลายคนมักมองข้าม, "เราควรซื้อประกันภัยคอนโดไหม?" คำตอบสั้นๆ คือ ควรมาก และบทความนี้จะอธิบายให้ฟังว่าทำไม ประกันภัยแบบไหนที่เหมาะกับคอนโดให้เช่า คุ้มไม่คุ้ม แล้วต้องจ่ายเท่าไหร่กันแน่
หลายคนคิดว่าคอนโดมีนิติบุคคลดูแลอยู่แล้ว มีประกันส่วนกลางอยู่แล้ว ไม่ต้องซื้อเพิ่มก็ได้ แต่ความจริงก็คือ ประกันภัยส่วนกลางของนิติบุคคลคุ้มครองแค่พื้นที่ส่วนกลาง เช่น ล็อบบี้ ลิฟต์ สระว่ายน้ำ ฟิตเนส แต่ไม่ได้คุ้มครองภายในห้องของคุณเลย
ลองนึกภาพดู ผู้เช่าทำน้ำรั่วซึมจนพื้นลามิเนตบวม เฟอร์นิเจอร์บิลท์อินพัง หรือแอร์ไฟไหม้ลามไปถึงผนัง ค่าซ่อมอาจพุ่งไปหลักหมื่นถึงหลักแสน ถ้าไม่มีประกัน คุณต้องควักกระเป๋าเองทั้งหมด แม้ว่าจะเก็บเงินมัดจำไว้ 2 เดือน สมมติเช่าเดือนละ 15,000 บาท มัดจำก็แค่ 30,000 บาท ซึ่งอาจไม่พอกับค่าเสียหายจริง
ยิ่งถ้าคอนโดอยู่ในทำเลที่ผู้เช่าหมุนเวียนบ่อย อย่างย่านอโศก พร้อมพงษ์ หรือทองหล่อ ที่มีทั้งชาวต่างชาติและคนไทยเช่าระยะสั้น ความเสี่ยงก็ยิ่งมากขึ้น
ประกันภัยที่เกี่ยวกับคอนโดแบ่งได้คร่าวๆ 3 ประเภทหลัก ซึ่งเจ้าของควรรู้จักทั้งหมด
1. ประกันอัคคีภัย (Fire Insurance), เป็นประกันพื้นฐานที่สุด คุ้มครองความเสียหายจากไฟไหม้ ฟ้าผ่า ภัยระเบิด เบี้ยประกันถูกมาก ประมาณ 800-2,000 บาทต่อปี ขึ้นอยู่กับทุนประกัน ถ้าห้องคุณมีเฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งรวมประมาณ 300,000-500,000 บาท เบี้ยก็จะอยู่ในช่วงนี้
2. ประกันภัยคอนโดแบบครอบคลุม (Condo All-in-One / Comprehensive), อันนี้แนะนำมากสำหรับเจ้าของที่ปล่อยเช่า เพราะคุ้มครองทั้งไฟไหม้ น้ำท่วม ท่อน้ำแตก โจรกรรม ทรัพย์สินภายในห้อง รวมถึงความรับผิดต่อบุคคลภายนอก เบี้ยประกันประมาณ 2,000-5,000 บาทต่อปี บริษัทประกันหลายเจ้าเสนอแพ็คเกจนี้ เช่น วิริยะ ทิพย กรุงเทพประกันภัย เมืองไทยประกันภัย
3. ประกันความรับผิดชอบต่อบุคคลภายนอก (Liability Insurance), คุ้มครองกรณีที่มีคนอื่นได้รับบาดเจ็บหรือทรัพย์สินเสียหายเพราะห้องคุณ เช่น น้ำรั่วจากห้องคุณไปห้องข้างล่าง ประกันแบบครอบคลุมมักรวมส่วนนี้ไว้แล้ว แต่ถ้าซื้อประกันอัคคีภัยอย่างเดียว อาจต้องซื้อเพิ่มแยก
มาลองคิดเลขจริงกัน สมมติคุณมีคอนโดที่ Lumpini Suite เพชรบุรี-มักกะสัน ใกล้สถานี Airport Rail Link มักกะสัน ปล่อยเช่าเดือนละ 13,000 บาท รายได้ค่าเช่าต่อปีก็ 156,000 บาท ถ้าซื้อประกันแบบครอบคลุมปีละ 3,000 บาท คิดเป็นแค่ 1.9% ของรายได้ค่าเช่า
แต่ถ้าเกิดเหตุท่อน้ำแตกจนพื้นเสียหาย ค่าซ่อมอาจ 50,000-80,000 บาท หรือถ้าแอร์ลัดวงจรไฟไหม้ ค่าเสียหายอาจถึง 100,000 บาทขึ้นไป เทียบกับเบี้ยประกันปีละ 3,000 บาท มันคุ้มมากจริงๆ ไม่ต้องคิดเยอะ
ยิ่งถ้าคอนโดของคุณเป็นห้องตกแต่งครบ ห้องสวยพร้อมอยู่ อย่างห้องที่ Ideo Q Siam-Ratchathewi ใกล้สถานี BTS ราชเทวี หรือ Noble Revolve รัชดา ใกล้ MRT ศูนย์วัฒนธรรม ที่เฟอร์นิเจอร์และเครื่องใช้ไฟฟ้ารวมกันมูลค่าหลายแสน ยิ่งต้องมีประกันไว้
เรื่องแรกที่ต้องรู้ ประกันภัยคอนโดของเจ้าของไม่ได้คุ้มครองทรัพย์สินของผู้เช่า ถ้าผู้เช่าเอาทีวีหรือโน้ตบุ๊คมาเอง แล้วเกิดเสียหาย ประกันของเจ้าของไม่ครอบคลุม ผู้เช่าต้องซื้อประกันของตัวเองแยก ซึ่งเรียกว่า Tenant Insurance หรือ Renter's Insurance
เรื่องที่สอง หลายคนเข้าใจผิดว่าประกันคุ้มครองความเสียหายจาก "การใช้งานปกติ" หรือ wear and tear ไม่ใช่นะครับ พื้นไม้ที่ซีดเพราะใช้งานมาหลายปี สีผนังที่เก่า เครื่องซักผ้าที่หมดอายุ พวกนี้ประกันไม่จ่าย ประกันจ่ายเฉพาะ "เหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด" เท่านั้น
เรื่องที่สาม อย่าลืมแจ้งบริษัทประกันว่าห้องนี้ปล่อยเช่า ไม่ใช่อยู่อาศัยเอง เพราะบางกรมธรรม์มีเงื่อนไขว่าต้องเป็นผู้อยู่อาศัยเอง ถ้าไม่แจ้ง ตอนเคลมอาจมีปัญหาได้
สุดท้าย ก่อนซื้อประกันให้ถ่ายรูปห้องและทรัพย์สินทั้งหมดเก็บไว้ รวมถึงเก็บใบเสร็จเฟอร์นิเจอร์และเครื่องใช้ไฟฟ้า เพื่อใช้เป็นหลักฐานตอนเคลม
เปรียบเทียบหลายบริษัทก่อนตัดสินใจ ปัจจุบันซื้อออนไลน์ได้สะดวก เว็บอย่าง roojai.com, Frank.co.th หรือเว็บไซต์ของบริษัทประกันโดยตรง สามารถเปรียบเทียบเบี้ยและความคุ้มครองได้ง่าย
เลือกทุนประกันให้เหมาะสมกับมูลค่าทรัพย์สินจริงในห้อง ไม่ต้องซื้อทุนประกันสูงเกินไป เพราะประกันจ่ายตามความเสียหายจริง ไม่ได้จ่ายตามทุนประกัน และอย่าลืมดูค่า Deductible หรือค่าเสียหายส่วนแรกที่ต้องรับผิดชอบเอง บางกรมธรรม์ตั้งไว้ 2,000-5,000 บาท
แนะนำให้ซื้อประกันแบบครอบคลุมเลย เพิ่มเงินอีกนิดจากประกันอัคคีภัยธรรมดา แต่ได้ความคุ้มครองมากกว่าหลายเท่า โดยเฉพาะเรื่องน้ำรั่วและโจรกรรมที่เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นบ่อยในคอนโด
เบี้ยประกันปีละ 2,000-5,000 บาท เทียบกับรายได้ค่าเช่าปีละหลักแสน มันเป็นต้นทุนที่น้อยมากแต่ช่วยปกป้องทรัพย์สินที่คุณลงทุนไปหลายล้านบาท ไม่ว่าจะเป็นคอนโดย่านอ่อนนุช ใกล้สถานี BTS อ่อนนุช ที่ปล่อยเช่า 10,000-15,000 บาท หรือคอนโดหรูย่านสาทร ใกล้สถานี BTS ช
ถ้าคุณเป็นเจ้าของคอนโดที่ปล่อยเช่าอยู่ ไม่ว่าจะเป็นห้องที่ The Base พระราม 9 ราคาเช่าเดือนละ 12,000 บาท หรือห้องหรูที่ Esse Asoke ปล่อยเช่า 45,000 บาท มีคำถามหนึ่งที่หลายคนมักมองข้าม, "เราควรซื้อประกันภัยคอนโดไหม?" คำตอบสั้นๆ คือ ควรมาก และบทความนี้จะอธิบายให้ฟังว่าทำไม ประกันภัยแบบไหนที่เหมาะกับคอนโดให้เช่า คุ้มไม่คุ้ม แล้วต้องจ่ายเท่าไหร่กันแน่
หลายคนคิดว่าคอนโดมีนิติบุคคลดูแลอยู่แล้ว มีประกันส่วนกลางอยู่แล้ว ไม่ต้องซื้อเพิ่มก็ได้ แต่ความจริงก็คือ ประกันภัยส่วนกลางของนิติบุคคลคุ้มครองแค่พื้นที่ส่วนกลาง เช่น ล็อบบี้ ลิฟต์ สระว่ายน้ำ ฟิตเนส แต่ไม่ได้คุ้มครองภายในห้องของคุณเลย
ลองนึกภาพดู ผู้เช่าทำน้ำรั่วซึมจนพื้นลามิเนตบวม เฟอร์นิเจอร์บิลท์อินพัง หรือแอร์ไฟไหม้ลามไปถึงผนัง ค่าซ่อมอาจพุ่งไปหลักหมื่นถึงหลักแสน ถ้าไม่มีประกัน คุณต้องควักกระเป๋าเองทั้งหมด แม้ว่าจะเก็บเงินมัดจำไว้ 2 เดือน สมมติเช่าเดือนละ 15,000 บาท มัดจำก็แค่ 30,000 บาท ซึ่งอาจไม่พอกับค่าเสียหายจริง
ยิ่งถ้าคอนโดอยู่ในทำเลที่ผู้เช่าหมุนเวียนบ่อย อย่างย่านอโศก พร้อมพงษ์ หรือทองหล่อ ที่มีทั้งชาวต่างชาติและคนไทยเช่าระยะสั้น ความเสี่ยงก็ยิ่งมากขึ้น
ประกันภัยที่เกี่ยวกับคอนโดแบ่งได้คร่าวๆ 3 ประเภทหลัก ซึ่งเจ้าของควรรู้จักทั้งหมด
1. ประกันอัคคีภัย (Fire Insurance), เป็นประกันพื้นฐานที่สุด คุ้มครองความเสียหายจากไฟไหม้ ฟ้าผ่า ภัยระเบิด เบี้ยประกันถูกมาก ประมาณ 800-2,000 บาทต่อปี ขึ้นอยู่กับทุนประกัน ถ้าห้องคุณมีเฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งรวมประมาณ 300,000-500,000 บาท เบี้ยก็จะอยู่ในช่วงนี้
2. ประกันภัยคอนโดแบบครอบคลุม (Condo All-in-One / Comprehensive), อันนี้แนะนำมากสำหรับเจ้าของที่ปล่อยเช่า เพราะคุ้มครองทั้งไฟไหม้ น้ำท่วม ท่อน้ำแตก โจรกรรม ทรัพย์สินภายในห้อง รวมถึงความรับผิดต่อบุคคลภายนอก เบี้ยประกันประมาณ 2,000-5,000 บาทต่อปี บริษัทประกันหลายเจ้าเสนอแพ็คเกจนี้ เช่น วิริยะ ทิพย กรุงเทพประกันภัย เมืองไทยประกันภัย
3. ประกันความรับผิดชอบต่อบุคคลภายนอก (Liability Insurance), คุ้มครองกรณีที่มีคนอื่นได้รับบาดเจ็บหรือทรัพย์สินเสียหายเพราะห้องคุณ เช่น น้ำรั่วจากห้องคุณไปห้องข้างล่าง ประกันแบบครอบคลุมมักรวมส่วนนี้ไว้แล้ว แต่ถ้าซื้อประกันอัคคีภัยอย่างเดียว อาจต้องซื้อเพิ่มแยก
มาลองคิดเลขจริงกัน สมมติคุณมีคอนโดที่ Lumpini Suite เพชรบุรี-มักกะสัน ใกล้สถานี Airport Rail Link มักกะสัน ปล่อยเช่าเดือนละ 13,000 บาท รายได้ค่าเช่าต่อปีก็ 156,000 บาท ถ้าซื้อประกันแบบครอบคลุมปีละ 3,000 บาท คิดเป็นแค่ 1.9% ของรายได้ค่าเช่า
แต่ถ้าเกิดเหตุท่อน้ำแตกจนพื้นเสียหาย ค่าซ่อมอาจ 50,000-80,000 บาท หรือถ้าแอร์ลัดวงจรไฟไหม้ ค่าเสียหายอาจถึง 100,000 บาทขึ้นไป เทียบกับเบี้ยประกันปีละ 3,000 บาท มันคุ้มมากจริงๆ ไม่ต้องคิดเยอะ
ยิ่งถ้าคอนโดของคุณเป็นห้องตกแต่งครบ ห้องสวยพร้อมอยู่ อย่างห้องที่ Ideo Q Siam-Ratchathewi ใกล้สถานี BTS ราชเทวี หรือ Noble Revolve รัชดา ใกล้ MRT ศูนย์วัฒนธรรม ที่เฟอร์นิเจอร์และเครื่องใช้ไฟฟ้ารวมกันมูลค่าหลายแสน ยิ่งต้องมีประกันไว้
ฝากข้อมูลแล้วอ่านบทความต่อได้เลย ทีมงานจะติดต่อกลับ
เรื่องแรกที่ต้องรู้ ประกันภัยคอนโดของเจ้าของไม่ได้คุ้มครองทรัพย์สินของผู้เช่า ถ้าผู้เช่าเอาทีวีหรือโน้ตบุ๊คมาเอง แล้วเกิดเสียหาย ประกันของเจ้าของไม่ครอบคลุม ผู้เช่าต้องซื้อประกันของตัวเองแยก ซึ่งเรียกว่า Tenant Insurance หรือ Renter's Insurance
เรื่องที่สอง หลายคนเข้าใจผิดว่าประกันคุ้มครองความเสียหายจาก "การใช้งานปกติ" หรือ wear and tear ไม่ใช่นะครับ พื้นไม้ที่ซีดเพราะใช้งานมาหลายปี สีผนังที่เก่า เครื่องซักผ้าที่หมดอายุ พวกนี้ประกันไม่จ่าย ประกันจ่ายเฉพาะ "เหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด" เท่านั้น
เรื่องที่สาม อย่าลืมแจ้งบริษัทประกันว่าห้องนี้ปล่อยเช่า ไม่ใช่อยู่อาศัยเอง เพราะบางกรมธรรม์มีเงื่อนไขว่าต้องเป็นผู้อยู่อาศัยเอง ถ้าไม่แจ้ง ตอนเคลมอาจมีปัญหาได้
สุดท้าย ก่อนซื้อประกันให้ถ่ายรูปห้องและทรัพย์สินทั้งหมดเก็บไว้ รวมถึงเก็บใบเสร็จเฟอร์นิเจอร์และเครื่องใช้ไฟฟ้า เพื่อใช้เป็นหลักฐานตอนเคลม
เปรียบเทียบหลายบริษัทก่อนตัดสินใจ ปัจจุบันซื้อออนไลน์ได้สะดวก เว็บอย่าง roojai.com, Frank.co.th หรือเว็บไซต์ของบริษัทประกันโดยตรง สามารถเปรียบเทียบเบี้ยและความคุ้มครองได้ง่าย
เลือกทุนประกันให้เหมาะสมกับมูลค่าทรัพย์สินจริงในห้อง ไม่ต้องซื้อทุนประกันสูงเกินไป เพราะประกันจ่ายตามความเสียหายจริง ไม่ได้จ่ายตามทุนประกัน และอย่าลืมดูค่า Deductible หรือค่าเสียหายส่วนแรกที่ต้องรับผิดชอบเอง บางกรมธรรม์ตั้งไว้ 2,000-5,000 บาท
แนะนำให้ซื้อประกันแบบครอบคลุมเลย เพิ่มเงินอีกนิดจากประกันอัคคีภัยธรรมดา แต่ได้ความคุ้มครองมากกว่าหลายเท่า โดยเฉพาะเรื่องน้ำรั่วและโจรกรรมที่เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นบ่อยในคอนโด
เบี้ยประกันปีละ 2,000-5,000 บาท เทียบกับรายได้ค่าเช่าปีละหลักแสน มันเป็นต้นทุนที่น้อยมากแต่ช่วยปกป้องทรัพย์สินที่คุณลงทุนไปหลายล้านบาท ไม่ว่าจะเป็นคอนโดย่านอ่อนนุช ใกล้สถานี BTS อ่อนนุช ที่ปล่อยเช่า 10,000-15,000 บาท หรือคอนโดหรูย่านสาทร ใกล้สถานี BTS ช
Guides · โดย ทีมบรรณาธิการ Superagentค่าใช้จ่ายซ่อนเร้นในการเช่าคอนโดกรุงเทพฯ ที่ไม่มีใครบอกคุณค่าเช่าคอนโดกรุงเทพฯ ดูเหมือนไม่แพงจนกว่าจะถึงเดือนแรก นี่คือค่าใช้จ่ายจริงที่อยู่นอกเหนือตัวเลขหลักที่ทำให้ผู้เช่าส่วนใหญ่ตกใจ25 พ.ค. 25691 นาที
Guides · โดย ทีมบรรณาธิการ Superagentคอนโดกรุงเทพฯ ที่ว่างนานบอกอะไรคุณบ้างคอนโดกรุงเทพฯ ที่ว่างนานหลายเดือนอาจบ่งชี้ถึงราคาสูงเกิน ปัญหาเจ้าของ หรือปัญหาจริงในห้อง มาเรียนรู้วิธีอ่านสัญญาณเหล่านี้25 พ.ค. 25691 นาที
Guides · โดย ทีมบรรณาธิการ Superagentสัญญาณอันตรายในสัญญาเช่าคอนโดกรุงเทพฯ ที่ควรระวังสัญญาเช่าในกรุงเทพฯ มักซ่อนข้อกำหนดที่เสี่ยง นี่คือสัญญาณอันตรายที่ผู้เช่าทุกคนต้องตรวจพบก่อนเซ็นสัญญา25 พ.ค. 25691 นาที
Guides · โดย ทีมบรรณาธิการ Superagentทำงานออนไลน์จากคอนโด: เลือกห้องอย่างไรให้ทำงานได้ดีที่สุดการทำงานออนไลน์จากคอนโดต้องเลือกห้องให้ดี เพราะไม่ใช่ทุกห้องเหมาะกับงาน 8-10 ชั่วโมง บทความนี้บอกวิธีเลือกคอนโดมีเน็ตดี พื้นที่กว้าง และเงียบเหมาะสำหรับการ9 พ.ค. 25691 นาที