Guides
เทคนิคการโฆษณาคอนโดให้เห็นเป็นจำนวนมากและดึงดูดผู้เช่าได้จริง

สรุป
ปล่อยเช่าคอนโดแล้วไม่มีคนสนใจ? บทความนี้แชร์วิธีการโฆษณาที่ได้ผลจริง ช่องทางที่หลายเจ้าของคอนโดใช้สร้างผลลัพธ์ และเทคนิคการเลือกระบบในการปล่อยเช่าให้คุ้มค่
ปล่อยเช่าคอนโดมาหลายเดือนแล้วยังไม่มีคนสนใจ? ลงประกาศไปหลายที่แต่แชทเงียบกริบ? ปัญหานี้เจ้าของคอนโดในกรุงเทพเจอกันเยอะมาก โดยเฉพาะช่วงที่ซัพพลายห้องว่างในตลาดสูง ข้อมูลจาก DDproperty ระบุว่าปี 2024 มีคอนโดพร้อมอยู่ในกรุงเทพกว่า 600,000 ยูนิต การจะทำให้ห้องของเราโดดเด่นขึ้นมาจากคู่แข่งหลักแสนยูนิตไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ก็ไม่ได้ยากถ้ารู้วิธี
บทความนี้จะพาไปดูทุกช่องทางที่ได้ผลจริง ตั้งแต่แพลตฟอร์มออนไลน์ กลุ่มในโซเชียลมีเดีย ไปจนถึงเทคนิคถ่ายรูปและตั้งราคาให้ห้องเช่าของเราน่าสนใจ เขียนจากประสบการณ์จริงของคนที่อยู่ในวงการคอนโดกรุงเทพมาหลายปี ไม่ได้มาเดาสุ่ม
ยุคนี้การหาผู้เช่าเกือบ 100% เริ่มต้นจากออนไลน์ทั้งนั้น ไม่มีใครเดินดูป้ายหน้าคอนโดแล้ว ช่องทางหลัก ๆ ที่เจ้าของห้องควรลงประกาศมีดังนี้
อันดับแรกคือแพลตฟอร์มอสังหาริมทรัพย์โดยเฉพาะ เช่น DDproperty, Fazwaz, Hipflat และ Renthub ข้อดีคือคนที่เข้ามาดูในเว็บพวกนี้คือคนที่ตั้งใจจะหาเช่าจริง ๆ ไม่ใช่แค่เลื่อนฟีดผ่าน ควรลงให้ครบทุกเว็บเพราะแต่ละเว็บก็มีฐานผู้ใช้คนละกลุ่ม
อันดับถัดมาคือ Facebook ซึ่งยังเป็นช่องทางที่ทรงพลังมากในไทย กลุ่มยอดนิยมอย่าง "คอนโดให้เช่า กรุงเทพ" หรือ "Bangkok Expat Housing" มีสมาชิกรวมกันหลายแสนคน โพสต์ในกลุ่มพวกนี้บางทีได้ผู้เช่าภายในวันเดียวเลย โดยเฉพาะถ้าห้องอยู่ทำเลดี ๆ อย่างย่าน BTS อโศก BTS พร้อมพงษ์ หรือ MRT พระราม 9
สำหรับผู้เช่าต่างชาติ ควรลงใน Facebook Marketplace ด้วย และอย่าลืมแพลตฟอร์มอย่าง Superagent ที่ใช้ AI ช่วยจับคู่ห้องกับผู้เช่าโดยเฉพาะ ซึ่งจะพูดถึงอีกทีตอนท้ายบทความ
อันนี้สำคัญมากจนต้องพูดก่อนเรื่องอื่น ห้องเดียวกันแต่ถ่ายรูปต่างกัน ผลลัพธ์ต่างกันราวฟ้ากับเหว เคยเห็นห้องสวย ๆ ที่ The Base Park West สุขุมวิท 77 ราคา 12,000 บาทต่อเดือน ลงรูปมืด ๆ 3 รูป รอ 3 เดือนไม่มีคนเช่า พอเปลี่ยนมาถ่ายใหม่ ได้ผู้เช่าภายในสัปดาห์เดียว
เคล็ดลับง่าย ๆ คือถ่ายตอนกลางวัน เปิดม่านให้แสงเข้า ใช้มุมกว้างจากมุมห้อง เก็บของรกให้หมด ถ่ายให้ได้อย่างน้อย 8-12 รูป ครอบคลุมทุกห้อง รวมถึงห้องน้ำ ระเบียง วิวจากห้อง และส่วนกลางของคอนโด
ถ้ามีงบ จ้างช่างภาพอสังหาฯ มืออาชีพสักครั้ง ราคาประมาณ 1,500-3,000 บาท ถือว่าคุ้มมากเมื่อเทียบกับค่าเสียโอกาสจากห้องว่างเดือนละหมื่น
รูปสวยแล้ว แต่ถ้าข้อความประกาศเขียนแบบขอไปที ก็พลาดผู้เช่าได้เหมือนกัน ประกาศที่ดีต้องมีข้อมูลครบถ้วนและตรงประเด็น
สิ่งที่ต้องระบุเสมอ ได้แก่ ชื่อคอนโด ชั้น ขนาดห้อง จำนวนห้องนอนห้องน้ำ ราคาเช่าต่อเดือน ค่าส่วนกลางใครจ่าย สถานี BTS หรือ MRT ที่ใกล้ที่สุดพร้อมระยะเดินกี่นาที เฟอร์นิเจอร์และเครื่องใช้ไฟฟ้าที่มี สัญญาขั้นต่ำกี่เดือน และเงื่อนไขสัตว์เลี้ยง
ตัวอย่างเช่น "Lumpini Suite เพชรบุรี-มักกะสัน ห้อง 1 นอน 28 ตร.ม. ชั้น 15 วิวเมือง เฟอร์ครบพร้อมอยู่ เดิน 5 นาทีถึง Airport Rail Link มักกะสัน ราคา 13,000 บาทต่อเดือน รวมส่วนกลาง สัญญาขั้นต่ำ 1 ปี" แบบนี้คนอ่านเข้าใจทันที ไม่ต้องแชทมาถามอีก 10 คำถาม
เรื่องภาษา ถ้าอยากได้ผู้เช่าต่างชาติด้วย ควรเขียนสองภาษา โดยเฉพาะคอนโดย่าน BTS นานา BTS อโศก BTS เอกมัย ที่ชาวต่างชาติหาเช่ากันเยอะ
ราคาเป็นปัจจัยอันดับหนึ่งที่ผู้เช่าใช้ตัดสินใจ ตั้งแพงไปก็ไม่มีคนเช่า ตั้งถูกไปก็เสียรายได้ ต้องหาจุดสมดุลให้เจอ
วิธีที่ดีที่สุดคือไปดูราคาตลาดในคอนโดเดียวกันหรือคอนโดใกล้เคียงที่สเปกคล้ายกัน เข้าไปดูได้ที่ Fazwaz หรือ DDproperty แล้วกรองเอาเฉพาะห้องเช่าในคอนโดเดียวกัน จะเห็นช่วงราคาชัดเจน
ให้ยึดหลักง่าย ๆ คือถ้าอยากปล่อยเร็ว ตั้งราคาต่ำกว่าค่าเฉลี่ยสัก 5-10% แล้วค่อยปรับขึ้นทีหลัง ดีกว่าตั้งสูงแล้วห้องว่าง 3 เดือน เพราะค่าเสียโอกาสจากห้องว่างเดือนละ 15,000 บาท 3 เดือนก็ 45,000 บาทแล้ว
สำหรับห้องที่ตกแต่งสวย เฟอร์ครบ มีเครื่องซักผ้า สามารถตั้งราคาสูงกว่าค่าเฉลี่ยได้ 10-20% โดยเฉพาะถ้าเน้นกลุ่มชาวต่างชาติ
เพื่อให้เห็นภาพชัดขึ้น เรามาดูข้อดีข้อเสียของแต่ละช่องทางกัน
นอกจากเลือกช่องทางถูกแล้ว ยังมีเทคนิคเสริมที่ช่วยได้อีกเยอะ อันแรกเลยคือ "ความยืดหยุ่นเรื่องสัญญา" ผู้เช่าหลายคนไม่อยากผูกมัดสัญญา 1 ปี โดยเฉพาะชาวต่างชาติที่ยังไม่แน่ใจว่าจะอยู่นานแค่ไหน ถ้าเปิดให้เช่าขั้นต่ำ 6 เดือนได้ จะเพิ่มจำนวนผู้สนใจขึ้นมาก
เรื่องการตอบแชทก็สำคัญ ผู้เช่าส่งข้อความมาถามแล้วเจ้าของตอบช้า 2-3 วัน รับรองว่าเขาไปเช่าที่อื่นแล้ว พยายามตอบภายใน 1-2 ชั่วโมง โดยเฉพาะช่วงเย็นและวันหยุดที่คนมักจะนั่งหาห้อง
อีกเรื่องที่มองข้ามไม่ได้คือ "ความสะอาด" ก่อนนัดดูห้อง ต้องทำความสะอาดให้เรียบร้อย จ้างแม่บ้านมาทำดีพคลีน สักครั้ง ราคา 1,000-2,000 บาท คุ้มกว่าปล่อยให้ห้องดูสกปรกแล้วผู้เช่าเดินหนี
สุดท้ายคือเรื่องภาษี อย่าลืมว่ารายได้จากการปล่อยเช่าต้องเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา สามารถศึกษาเพิ่มเติมได้ที่เว็บ กรมสรรพากร เพื่อวางแผนภาษีให้ถูกต้อง
จากที่เห็นมา ข้อผิดพลาดอันดับหนึ่งคือ "ตั้งราคาตามใจ ไม่ดูตลาด" เช่น ห้อง 1 นอนใน Condo U สุขุมวิท-แบริ่ง ย่าน BTS แบริ่ง ราคาตลาดอยู่ที่ประมาณ 8,000-10,000 บาท แต่เจ้าของตั้ง 14,000 บาท เพราะคิดว่าตกแต่งมาแพง แบบนี้จะรอนานมาก
อันดับสองคือลงรูปน้อยเกินไป ลงแค่ 2-3 รูป คนดูไม่กล้านัดเข้าไปดู เพราะไม่รู้ว่าห้องจริง ๆ เป็นยังไง ยิ่งสมัยนี้คนชอบดูรูปเยอะ ๆ ก่อนตัดสินใจ ลง 10-15 รูปไม่มีใครบ่นว่าเยอะไป
อันดับสามคือ "ไม่อัปเดตประกาศ" แพลตฟอร์มส่วนใหญ่จะเรียงลำดับตามความใหม่ ถ้าลงไปแล้วปล่อยทิ้ง ประกาศจะจมหายไปเลย ควรเข้าไปรีเฟรชหรือแก้ไขทุก 3-5 วัน เพื่อให้ขึ้นมาอยู่หน้าแรก
การโฆษณาปล่อยเช่าคอนโดให้ได้ผลเร็วไม่มีสูตรลับอะไร แค่ทำให้ครบทุกด้าน ถ่ายรูปให้สวย เขียนประกาศให้ครบ ตั้งราคาให้สมเหตุสมผลตามตลาด กระจายลงหลายช่องทาง และตอบแชทให้เร็ว แค่นี้ห้องว่างก็ไม่นานเกินไป
ถ้าเป็นคนหาเช่าคอนโดเอง หรือเป็นเจ้าของห้องที่อยากได้ผู้เช่าคุณภาพดี ลองเข้าไปดูที่ superagent.co แพลตฟอร์มเช่าคอนโดที่ใช้ AI ช่วยจับคู่ห้องกับผู้เช่า ไม่มีนายหน้ามากดดัน ไม่ต้องเสียเวลาเลื่อนดูประกาศเป็นร้อย แค่บอกว่าต้องการอะไร AI จะหาห
ปล่อยเช่าคอนโดมาหลายเดือนแล้วยังไม่มีคนสนใจ? ลงประกาศไปหลายที่แต่แชทเงียบกริบ? ปัญหานี้เจ้าของคอนโดในกรุงเทพเจอกันเยอะมาก โดยเฉพาะช่วงที่ซัพพลายห้องว่างในตลาดสูง ข้อมูลจาก DDproperty ระบุว่าปี 2024 มีคอนโดพร้อมอยู่ในกรุงเทพกว่า 600,000 ยูนิต การจะทำให้ห้องของเราโดดเด่นขึ้นมาจากคู่แข่งหลักแสนยูนิตไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ก็ไม่ได้ยากถ้ารู้วิธี
บทความนี้จะพาไปดูทุกช่องทางที่ได้ผลจริง ตั้งแต่แพลตฟอร์มออนไลน์ กลุ่มในโซเชียลมีเดีย ไปจนถึงเทคนิคถ่ายรูปและตั้งราคาให้ห้องเช่าของเราน่าสนใจ เขียนจากประสบการณ์จริงของคนที่อยู่ในวงการคอนโดกรุงเทพมาหลายปี ไม่ได้มาเดาสุ่ม
ยุคนี้การหาผู้เช่าเกือบ 100% เริ่มต้นจากออนไลน์ทั้งนั้น ไม่มีใครเดินดูป้ายหน้าคอนโดแล้ว ช่องทางหลัก ๆ ที่เจ้าของห้องควรลงประกาศมีดังนี้
อันดับแรกคือแพลตฟอร์มอสังหาริมทรัพย์โดยเฉพาะ เช่น DDproperty, Fazwaz, Hipflat และ Renthub ข้อดีคือคนที่เข้ามาดูในเว็บพวกนี้คือคนที่ตั้งใจจะหาเช่าจริง ๆ ไม่ใช่แค่เลื่อนฟีดผ่าน ควรลงให้ครบทุกเว็บเพราะแต่ละเว็บก็มีฐานผู้ใช้คนละกลุ่ม
อันดับถัดมาคือ Facebook ซึ่งยังเป็นช่องทางที่ทรงพลังมากในไทย กลุ่มยอดนิยมอย่าง "คอนโดให้เช่า กรุงเทพ" หรือ "Bangkok Expat Housing" มีสมาชิกรวมกันหลายแสนคน โพสต์ในกลุ่มพวกนี้บางทีได้ผู้เช่าภายในวันเดียวเลย โดยเฉพาะถ้าห้องอยู่ทำเลดี ๆ อย่างย่าน BTS อโศก BTS พร้อมพงษ์ หรือ MRT พระราม 9
สำหรับผู้เช่าต่างชาติ ควรลงใน Facebook Marketplace ด้วย และอย่าลืมแพลตฟอร์มอย่าง Superagent ที่ใช้ AI ช่วยจับคู่ห้องกับผู้เช่าโดยเฉพาะ ซึ่งจะพูดถึงอีกทีตอนท้ายบทความ
อันนี้สำคัญมากจนต้องพูดก่อนเรื่องอื่น ห้องเดียวกันแต่ถ่ายรูปต่างกัน ผลลัพธ์ต่างกันราวฟ้ากับเหว เคยเห็นห้องสวย ๆ ที่ The Base Park West สุขุมวิท 77 ราคา 12,000 บาทต่อเดือน ลงรูปมืด ๆ 3 รูป รอ 3 เดือนไม่มีคนเช่า พอเปลี่ยนมาถ่ายใหม่ ได้ผู้เช่าภายในสัปดาห์เดียว
เคล็ดลับง่าย ๆ คือถ่ายตอนกลางวัน เปิดม่านให้แสงเข้า ใช้มุมกว้างจากมุมห้อง เก็บของรกให้หมด ถ่ายให้ได้อย่างน้อย 8-12 รูป ครอบคลุมทุกห้อง รวมถึงห้องน้ำ ระเบียง วิวจากห้อง และส่วนกลางของคอนโด
ถ้ามีงบ จ้างช่างภาพอสังหาฯ มืออาชีพสักครั้ง ราคาประมาณ 1,500-3,000 บาท ถือว่าคุ้มมากเมื่อเทียบกับค่าเสียโอกาสจากห้องว่างเดือนละหมื่น
รูปสวยแล้ว แต่ถ้าข้อความประกาศเขียนแบบขอไปที ก็พลาดผู้เช่าได้เหมือนกัน ประกาศที่ดีต้องมีข้อมูลครบถ้วนและตรงประเด็น
สิ่งที่ต้องระบุเสมอ ได้แก่ ชื่อคอนโด ชั้น ขนาดห้อง จำนวนห้องนอนห้องน้ำ ราคาเช่าต่อเดือน ค่าส่วนกลางใครจ่าย สถานี BTS หรือ MRT ที่ใกล้ที่สุดพร้อมระยะเดินกี่นาที เฟอร์นิเจอร์และเครื่องใช้ไฟฟ้าที่มี สัญญาขั้นต่ำกี่เดือน และเงื่อนไขสัตว์เลี้ยง
ตัวอย่างเช่น "Lumpini Suite เพชรบุรี-มักกะสัน ห้อง 1 นอน 28 ตร.ม. ชั้น 15 วิวเมือง เฟอร์ครบพร้อมอยู่ เดิน 5 นาทีถึง Airport Rail Link มักกะสัน ราคา 13,000 บาทต่อเดือน รวมส่วนกลาง สัญญาขั้นต่ำ 1 ปี" แบบนี้คนอ่านเข้าใจทันที ไม่ต้องแชทมาถามอีก 10 คำถาม
เรื่องภาษา ถ้าอยากได้ผู้เช่าต่างชาติด้วย ควรเขียนสองภาษา โดยเฉพาะคอนโดย่าน BTS นานา BTS อโศก BTS เอกมัย ที่ชาวต่างชาติหาเช่ากันเยอะ
ราคาเป็นปัจจัยอันดับหนึ่งที่ผู้เช่าใช้ตัดสินใจ ตั้งแพงไปก็ไม่มีคนเช่า ตั้งถูกไปก็เสียรายได้ ต้องหาจุดสมดุลให้เจอ
วิธีที่ดีที่สุดคือไปดูราคาตลาดในคอนโดเดียวกันหรือคอนโดใกล้เคียงที่สเปกคล้ายกัน เข้าไปดูได้ที่ Fazwaz หรือ DDproperty แล้วกรองเอาเฉพาะห้องเช่าในคอนโดเดียวกัน จะเห็นช่วงราคาชัดเจน
ให้ยึดหลักง่าย ๆ คือถ้าอยากปล่อยเร็ว ตั้งราคาต่ำกว่าค่าเฉลี่ยสัก 5-10% แล้วค่อยปรับขึ้นทีหลัง ดีกว่าตั้งสูงแล้วห้องว่าง 3 เดือน เพราะค่าเสียโอกาสจากห้องว่างเดือนละ 15,000 บาท 3 เดือนก็ 45,000 บาทแล้ว
สำหรับห้องที่ตกแต่งสวย เฟอร์ครบ มีเครื่องซักผ้า สามารถตั้งราคาสูงกว่าค่าเฉลี่ยได้ 10-20% โดยเฉพาะถ้าเน้นกลุ่มชาวต่างชาติ
เพื่อให้เห็นภาพชัดขึ้น เรามาดูข้อดีข้อเสียของแต่ละช่องทางกัน
นอกจากเลือกช่องทางถูกแล้ว ยังมีเทคนิคเสริมที่ช่วยได้อีกเยอะ อันแรกเลยคือ "ความยืดหยุ่นเรื่องสัญญา" ผู้เช่าหลายคนไม่อยากผูกมัดสัญญา 1 ปี โดยเฉพาะชาวต่างชาติที่ยังไม่แน่ใจว่าจะอยู่นานแค่ไหน ถ้าเปิดให้เช่าขั้นต่ำ 6 เดือนได้ จะเพิ่มจำนวนผู้สนใจขึ้นมาก
ฝากข้อมูลแล้วอ่านบทความต่อได้เลย ทีมงานจะติดต่อกลับ
เรื่องการตอบแชทก็สำคัญ ผู้เช่าส่งข้อความมาถามแล้วเจ้าของตอบช้า 2-3 วัน รับรองว่าเขาไปเช่าที่อื่นแล้ว พยายามตอบภายใน 1-2 ชั่วโมง โดยเฉพาะช่วงเย็นและวันหยุดที่คนมักจะนั่งหาห้อง
อีกเรื่องที่มองข้ามไม่ได้คือ "ความสะอาด" ก่อนนัดดูห้อง ต้องทำความสะอาดให้เรียบร้อย จ้างแม่บ้านมาทำดีพคลีน สักครั้ง ราคา 1,000-2,000 บาท คุ้มกว่าปล่อยให้ห้องดูสกปรกแล้วผู้เช่าเดินหนี
สุดท้ายคือเรื่องภาษี อย่าลืมว่ารายได้จากการปล่อยเช่าต้องเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา สามารถศึกษาเพิ่มเติมได้ที่เว็บ กรมสรรพากร เพื่อวางแผนภาษีให้ถูกต้อง
จากที่เห็นมา ข้อผิดพลาดอันดับหนึ่งคือ "ตั้งราคาตามใจ ไม่ดูตลาด" เช่น ห้อง 1 นอนใน Condo U สุขุมวิท-แบริ่ง ย่าน BTS แบริ่ง ราคาตลาดอยู่ที่ประมาณ 8,000-10,000 บาท แต่เจ้าของตั้ง 14,000 บาท เพราะคิดว่าตกแต่งมาแพง แบบนี้จะรอนานมาก
อันดับสองคือลงรูปน้อยเกินไป ลงแค่ 2-3 รูป คนดูไม่กล้านัดเข้าไปดู เพราะไม่รู้ว่าห้องจริง ๆ เป็นยังไง ยิ่งสมัยนี้คนชอบดูรูปเยอะ ๆ ก่อนตัดสินใจ ลง 10-15 รูปไม่มีใครบ่นว่าเยอะไป
อันดับสามคือ "ไม่อัปเดตประกาศ" แพลตฟอร์มส่วนใหญ่จะเรียงลำดับตามความใหม่ ถ้าลงไปแล้วปล่อยทิ้ง ประกาศจะจมหายไปเลย ควรเข้าไปรีเฟรชหรือแก้ไขทุก 3-5 วัน เพื่อให้ขึ้นมาอยู่หน้าแรก
การโฆษณาปล่อยเช่าคอนโดให้ได้ผลเร็วไม่มีสูตรลับอะไร แค่ทำให้ครบทุกด้าน ถ่ายรูปให้สวย เขียนประกาศให้ครบ ตั้งราคาให้สมเหตุสมผลตามตลาด กระจายลงหลายช่องทาง และตอบแชทให้เร็ว แค่นี้ห้องว่างก็ไม่นานเกินไป
ถ้าเป็นคนหาเช่าคอนโดเอง หรือเป็นเจ้าของห้องที่อยากได้ผู้เช่าคุณภาพดี ลองเข้าไปดูที่ superagent.co แพลตฟอร์มเช่าคอนโดที่ใช้ AI ช่วยจับคู่ห้องกับผู้เช่า ไม่มีนายหน้ามากดดัน ไม่ต้องเสียเวลาเลื่อนดูประกาศเป็นร้อย แค่บอกว่าต้องการอะไร AI จะหาห
Guides · โดย ทีมบรรณาธิการ Superagentค่าใช้จ่ายซ่อนเร้นในการเช่าคอนโดกรุงเทพฯ ที่ไม่มีใครบอกคุณค่าเช่าคอนโดกรุงเทพฯ ดูเหมือนไม่แพงจนกว่าจะถึงเดือนแรก นี่คือค่าใช้จ่ายจริงที่อยู่นอกเหนือตัวเลขหลักที่ทำให้ผู้เช่าส่วนใหญ่ตกใจ25 พ.ค. 25691 นาที
Guides · โดย ทีมบรรณาธิการ Superagentคอนโดกรุงเทพฯ ที่ว่างนานบอกอะไรคุณบ้างคอนโดกรุงเทพฯ ที่ว่างนานหลายเดือนอาจบ่งชี้ถึงราคาสูงเกิน ปัญหาเจ้าของ หรือปัญหาจริงในห้อง มาเรียนรู้วิธีอ่านสัญญาณเหล่านี้25 พ.ค. 25691 นาที
Guides · โดย ทีมบรรณาธิการ Superagentสัญญาณอันตรายในสัญญาเช่าคอนโดกรุงเทพฯ ที่ควรระวังสัญญาเช่าในกรุงเทพฯ มักซ่อนข้อกำหนดที่เสี่ยง นี่คือสัญญาณอันตรายที่ผู้เช่าทุกคนต้องตรวจพบก่อนเซ็นสัญญา25 พ.ค. 25691 นาที
Guides · โดย ทีมบรรณาธิการ Superagentทำงานออนไลน์จากคอนโด: เลือกห้องอย่างไรให้ทำงานได้ดีที่สุดการทำงานออนไลน์จากคอนโดต้องเลือกห้องให้ดี เพราะไม่ใช่ทุกห้องเหมาะกับงาน 8-10 ชั่วโมง บทความนี้บอกวิธีเลือกคอนโดมีเน็ตดี พื้นที่กว้าง และเงียบเหมาะสำหรับการ9 พ.ค. 25691 นาที