Guides
รู้จักสิทธิและการป้องกันตัวเมื่อเจ้าของขอคืนห้องก่อนสัญญาหมด

สรุป
เจ้าของคอนโดขอเลิกสัญญาเช่าก่อนกำหนดเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นบ่อยครั้ง โดยเฉพาะตลาดคอนโดร้อนแรง บทความนี้อธิบายสิทธิของผู้เช่า เงินที่ควรได้รับคืน และวิธีป้องกั
เช่าคอนโดอยู่ดี ๆ เจ้าของดันโทรมาบอกว่า "ขอคืนห้องนะ จะเอาไปขาย" หรือ "ญาติจะมาอยู่" ทั้งที่สัญญายังเหลืออีกหลายเดือน เจอแบบนี้ใครก็ตกใจ โดยเฉพาะถ้าเพิ่งจ่ายค่าตกแต่งห้องไปหมาด ๆ หรือลูกเพิ่งย้ายโรงเรียนมาอยู่ใกล้ ๆ
เรื่องนี้เกิดขึ้นบ่อยมากในกรุงเทพ โดยเฉพาะช่วงที่ตลาดคอนโดร้อนแรง เจ้าของบางคนเห็นราคาขายพุ่งก็อยากได้ห้องคืน ตามข้อมูลของ DDproperty ราคาคอนโดมือสองในกรุงเทพปรับขึ้นเฉลี่ย 3-5% ต่อปีในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ทำให้เจ้าของหลายรายอยากขายทำกำไร แต่คำถามคือ เจ้าของมีสิทธิ์ทำแบบนี้ได้จริงหรือเปล่า? แล้วในฐานะผู้เช่า เรามีสิทธิ์อะไรบ้างที่จะปกป้องตัวเอง? มาดูกันทีละข้อเลย
ก่อนอื่นต้องเข้าใจก่อนว่าสัญญาเช่าคอนโดคือ "สัญญาต่างตอบแทน" ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 537 หมายความว่าทั้งสองฝ่ายมีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามจนครบกำหนดสัญญา เจ้าของต้องให้ผู้เช่าอยู่อาศัยจนครบ ส่วนผู้เช่าต้องจ่ายค่าเช่าตามที่ตกลง
พูดง่าย ๆ คือ ถ้าเซ็นสัญญา 1 ปี ทั้งสองฝ่ายต้องผูกพันกัน 1 ปีเต็ม เจ้าของจะมาบอกเลิกกลางทางโดยไม่มีเหตุผลตามกฎหมายไม่ได้ ไม่ว่าจะอยากขายห้อง ญาติจะมาอยู่ หรือแม้แต่อยากปรับราคาเช่าขึ้น
ที่สำคัญ สัญญาเช่าที่ดีต้องระบุรายละเอียดครบ ได้แก่ ระยะเวลาเช่า ค่าเช่า เงินประกัน เงื่อนไขการบอกเลิก และค่าเสียหายกรณีผิดสัญญา ถ้าสัญญาของคุณมีครบทุกข้อ คุณมีเกราะป้องกันที่แข็งแรงมาก
ตามกฎหมายไทย เจ้าของบ้านบอกเลิกสัญญาก่อนกำหนดได้เฉพาะในกรณีที่ผู้เช่าทำผิดสัญญาเท่านั้น ไม่ใช่ตามอำเภอใจ กรณีที่เจ้าของมีสิทธิ์บอกเลิกได้มีดังนี้
หนึ่ง ผู้เช่าค้างค่าเช่าเกินกำหนด ซึ่งโดยปกติต้องค้างจ่ายอย่างน้อย 2 เดือนขึ้นไป และเจ้าของต้องทวงเป็นลายลักษณ์อักษรก่อน สอง ผู้เช่าใช้ห้องผิดวัตถุประสงค์ เช่น เอาไปทำออฟฟิศหรือร้านค้าทั้งที่สัญญาระบุว่าเพื่อพักอาศัยเท่านั้น สาม ผู้เช่าทำให้ทรัพย์สินเสียหายร้ายแรง สี่ ผู้เช่าปล่อยให้คนอื่นเช่าช่วงโดยไม่ได้รับอนุญาต
นอกเหนือจากกรณีเหล่านี้ เจ้าของไม่มีสิทธิ์บอกเลิกสัญญาก่อนกำหนด การบอกว่า "จะเอาห้องคืนไปขาย" หรือ "ลูกจะมาอยู่" ไม่ใช่เหตุผลทางกฎหมายที่จะยกเลิกสัญญาได้
ถ้าเจ้าของบ้านบอกเลิกสัญญาโดยไม่มีเหตุผลตามกฎหมาย คุณในฐานะผู้เช่ามีสิทธิ์หลายอย่างเลย อันดับแรก คุณมีสิทธิ์ปฏิเสธและอยู่ต่อจนครบสัญญาได้ เจ้าของไม่มีสิทธิ์ไล่คุณออก ล็อกห้อง ตัดน้ำตัดไฟ หรือทำอะไรก็ตามที่กดดันให้คุณต้องย้ายออก ถ้าทำถือว่าผิดกฎหมาย
อันดับสอง ถ้าคุณยอมย้ายออกก่อนกำหนด คุณมีสิทธิ์เรียกร้องค่าเสียหายจากเจ้าของ ซึ่งรวมถึงเงินประกัน (มัดจำ) คืนเต็มจำนวน ค่าขนย้าย ค่าเช่าที่ต้องจ่ายเพิ่มถ้าห้องใหม่แพงกว่า และค่าเสียหายอื่น ๆ ที่เกิดจากการต้องย้ายกะทันหัน
อันดับสาม ตาม กรมที่ดิน สัญญาเช่าที่จดทะเบียนจะมีผลผูกพันกับเจ้าของคนใหม่ด้วย หมายความว่าถ้าเจ้าของขายคอนโดไป คนซื้อใหม่ก็ต้องให้คุณอยู่ต่อจนครบสัญญาเช่นกัน แต่ข้อนี้ใช้ได้เฉพาะสัญญาที่เกิน 3 ปีและจดทะเบียนต่อกรมที่ดินเท่านั้น สำหรับสัญญาเช่า 1 ปีที่ไม่ได้จดทะเบียน สิทธิ์ตรงนี้อาจไม่คุ้มครอง จึงต้องระวังเป็นพิเศษ
ใจเย็นก่อน อย่าเพิ่งแพ็คกระเป๋า ให้ทำตามขั้นตอนนี้
ขั้นแรก อ่านสัญญาเช่าให้ละเอียดทุกข้อ ดูว่ามีข้อกำหนดเรื่องการบอกเลิกสัญญาก่อนกำหนดระบุไว้อย่างไร บางสัญญาเขียนไว้ว่าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งสามารถบอกเลิกได้โดยแจ้งล่วงหน้า 30-60 วัน ถ้ามีข้อนี้อยู่ เจ้าของอาจมีสิทธิ์ตามสัญญา แต่ถ้าไม่มี เจ้าของทำไม่ได้
ขั้นที่สอง เก็บหลักฐานทุกอย่าง ถ่ายรูปแชท บันทึกการสนทนา เก็บจดหมายหรืออีเมลที่เจ้าของแจ้ง หลักฐานเหล่านี้สำคัญมากถ้าต้องขึ้นศาลหรือไกล่เกลี่ย
ขั้นที่สาม ตอบกลับเจ้าของเป็นลายลักษณ์อักษร ไม่ต้องโทรคุย ให้ส่งข้อความหรือจดหมายระบุชัดเจนว่าคุณไม่ยินยอมย้ายออกก่อนครบสัญญา และขอให้เจ้าของปฏิบัติตามสัญญา
ขั้นที่สี่ ถ้าเจ้าของยังยืนยัน ให้ปรึกษาทนายความหรือสำนักงานคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ปัจจุบันมีช่องทางร้องเรียนออนไลน์สะดวกมาก ค่าปรึกษาทนายเบื้องต้นอยู่ที่ประมาณ 1,000-3,000 บาท ซึ่งคุ้มค่ากว่าเสียสิทธิ์ที่ควรได้
ป้องกันดีกว่าแก้ การเลือกคอนโดเช่าไม่ได้ดูแค่ห้องสวยราคาดี แต่ต้องดูสัญญาเช่าให้ดีด้วย ก่อนเซ็นสัญญาทุกครั้ง ให้เช็คข้อต่อไปนี้
หนึ่ง ดูว่าสัญญามีข้อกำหนดเรื่องการบอกเลิกก่อนกำหนดหรือไม่ ถ้ามีข้อที่เขียนว่า "ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งสามารถบอกเลิกสัญญาได้โดยแจ้งล่วงหน้า 30 วัน" ให้ขอตัดข้อนี้ออก หรือแก้ไขให้ระบุว่าเฉพาะผู้เช่าเท่านั้นที่มีสิทธิ์บอกเลิก
สอง ให้เพิ่มข้อกำหนดค่าชดเชยในกรณีที่เจ้าของบอกเลิกก่อนกำหนด เช่น ต้องจ่ายค่าชดเชย 2-3 เดือนค่าเช่า คืนมัดจำเต็มจำนวน และรับผิดชอบค่าขนย้าย
สาม เลือกเช่ากับเจ้าของที่มีประวัติดี ตรงนี้แหละที่หลายคนมองข้าม ถ้าเช่าผ่านนายหน้าก็ยากจะรู้ว่าเจ้าของเป็นคนยังไง คอนโดย่านสุขุมวิท เช่น Ashton Asoke ใกล้สถานี MRT สุขุมวิท ค่าเช่าเริ่มต้น 25,000-45,000 บาทต่อเดือน หรือ Life Asoke Hype ใกล้สถานี MRT พระราม 9 ค่าเช่าเริ่มต้น 15,000-22,000 บาทต่อเดือน ยิ่งคอนโดราคาสูง ยิ่งต้องมั่นใจว่าสัญญารัดกุม
สี่ ถ่ายรูปสภาพห้องก่อนเข้าอยู่ทุกมุม ทำบันทึกรายการทรัพย์สินในห้องร่วมกับเจ้าของ เซ็นรับรองทั้งสองฝ่าย เพื่อป้องกันปัญหาเรื่องเงินมัดจำตอนย้ายออกด้วย
กรณีนี้หลายคนกังวลมาก เจ้าของขายห้องทิ้งแล้วเจ้าของใหม่จะไล่เราออกไหม? คำตอบขึ้นอยู่กับว่าสัญญาเช่าจดทะเบียนหรือเปล่า
ตามกฎหมาย สัญญาเช่าที่มีระยะเวลาเกิน 3 ปีต้องจดทะเบียนต่อ กรมที่ดิน จึงจะมีผลผูกพันกับเจ้าของคนใหม่ แต่สัญญาเช่าคอนโดส่วนใหญ่ในกรุงเทพทำกัน 1 ปีและไม่ได้จดทะเบียน กรณีแบบนี้ทางกฎหมายเจ้าของใหม่ไม่ผูกพันตามสัญญาเดิม แต่ในทางปฏิบัติ ศาลไทยมักพิจารณาว่าถ้าเจ้าของใหม่รู้อยู่แล้วว่ามีผู้เช่าอยู่ก่อน ก็ควรให้ผู้เช่าอยู่จนครบสัญญา
ทางที่ดีที่สุดคือเจรจากับเจ้าของใหม่ตั้งแต่เนิ่น ๆ แสดงสัญญาเช่าเดิม และตกลงทำสัญญาใหม่กับเจ้าของใหม่ให้เรียบร้อย
เช่าคอนโดอยู่ดี ๆ เจ้าของดันโทรมาบอกว่า "ขอคืนห้องนะ จะเอาไปขาย" หรือ "ญาติจะมาอยู่" ทั้งที่สัญญายังเหลืออีกหลายเดือน เจอแบบนี้ใครก็ตกใจ โดยเฉพาะถ้าเพิ่งจ่ายค่าตกแต่งห้องไปหมาด ๆ หรือลูกเพิ่งย้ายโรงเรียนมาอยู่ใกล้ ๆ
เรื่องนี้เกิดขึ้นบ่อยมากในกรุงเทพ โดยเฉพาะช่วงที่ตลาดคอนโดร้อนแรง เจ้าของบางคนเห็นราคาขายพุ่งก็อยากได้ห้องคืน ตามข้อมูลของ DDproperty ราคาคอนโดมือสองในกรุงเทพปรับขึ้นเฉลี่ย 3-5% ต่อปีในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ทำให้เจ้าของหลายรายอยากขายทำกำไร แต่คำถามคือ เจ้าของมีสิทธิ์ทำแบบนี้ได้จริงหรือเปล่า? แล้วในฐานะผู้เช่า เรามีสิทธิ์อะไรบ้างที่จะปกป้องตัวเอง? มาดูกันทีละข้อเลย
ก่อนอื่นต้องเข้าใจก่อนว่าสัญญาเช่าคอนโดคือ "สัญญาต่างตอบแทน" ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 537 หมายความว่าทั้งสองฝ่ายมีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามจนครบกำหนดสัญญา เจ้าของต้องให้ผู้เช่าอยู่อาศัยจนครบ ส่วนผู้เช่าต้องจ่ายค่าเช่าตามที่ตกลง
พูดง่าย ๆ คือ ถ้าเซ็นสัญญา 1 ปี ทั้งสองฝ่ายต้องผูกพันกัน 1 ปีเต็ม เจ้าของจะมาบอกเลิกกลางทางโดยไม่มีเหตุผลตามกฎหมายไม่ได้ ไม่ว่าจะอยากขายห้อง ญาติจะมาอยู่ หรือแม้แต่อยากปรับราคาเช่าขึ้น
ที่สำคัญ สัญญาเช่าที่ดีต้องระบุรายละเอียดครบ ได้แก่ ระยะเวลาเช่า ค่าเช่า เงินประกัน เงื่อนไขการบอกเลิก และค่าเสียหายกรณีผิดสัญญา ถ้าสัญญาของคุณมีครบทุกข้อ คุณมีเกราะป้องกันที่แข็งแรงมาก
ตามกฎหมายไทย เจ้าของบ้านบอกเลิกสัญญาก่อนกำหนดได้เฉพาะในกรณีที่ผู้เช่าทำผิดสัญญาเท่านั้น ไม่ใช่ตามอำเภอใจ กรณีที่เจ้าของมีสิทธิ์บอกเลิกได้มีดังนี้
หนึ่ง ผู้เช่าค้างค่าเช่าเกินกำหนด ซึ่งโดยปกติต้องค้างจ่ายอย่างน้อย 2 เดือนขึ้นไป และเจ้าของต้องทวงเป็นลายลักษณ์อักษรก่อน สอง ผู้เช่าใช้ห้องผิดวัตถุประสงค์ เช่น เอาไปทำออฟฟิศหรือร้านค้าทั้งที่สัญญาระบุว่าเพื่อพักอาศัยเท่านั้น สาม ผู้เช่าทำให้ทรัพย์สินเสียหายร้ายแรง สี่ ผู้เช่าปล่อยให้คนอื่นเช่าช่วงโดยไม่ได้รับอนุญาต
นอกเหนือจากกรณีเหล่านี้ เจ้าของไม่มีสิทธิ์บอกเลิกสัญญาก่อนกำหนด การบอกว่า "จะเอาห้องคืนไปขาย" หรือ "ลูกจะมาอยู่" ไม่ใช่เหตุผลทางกฎหมายที่จะยกเลิกสัญญาได้
ถ้าเจ้าของบ้านบอกเลิกสัญญาโดยไม่มีเหตุผลตามกฎหมาย คุณในฐานะผู้เช่ามีสิทธิ์หลายอย่างเลย อันดับแรก คุณมีสิทธิ์ปฏิเสธและอยู่ต่อจนครบสัญญาได้ เจ้าของไม่มีสิทธิ์ไล่คุณออก ล็อกห้อง ตัดน้ำตัดไฟ หรือทำอะไรก็ตามที่กดดันให้คุณต้องย้ายออก ถ้าทำถือว่าผิดกฎหมาย
อันดับสอง ถ้าคุณยอมย้ายออกก่อนกำหนด คุณมีสิทธิ์เรียกร้องค่าเสียหายจากเจ้าของ ซึ่งรวมถึงเงินประกัน (มัดจำ) คืนเต็มจำนวน ค่าขนย้าย ค่าเช่าที่ต้องจ่ายเพิ่มถ้าห้องใหม่แพงกว่า และค่าเสียหายอื่น ๆ ที่เกิดจากการต้องย้ายกะทันหัน
อันดับสาม ตาม กรมที่ดิน สัญญาเช่าที่จดทะเบียนจะมีผลผูกพันกับเจ้าของคนใหม่ด้วย หมายความว่าถ้าเจ้าของขายคอนโดไป คนซื้อใหม่ก็ต้องให้คุณอยู่ต่อจนครบสัญญาเช่นกัน แต่ข้อนี้ใช้ได้เฉพาะสัญญาที่เกิน 3 ปีและจดทะเบียนต่อกรมที่ดินเท่านั้น สำหรับสัญญาเช่า 1 ปีที่ไม่ได้จดทะเบียน สิทธิ์ตรงนี้อาจไม่คุ้มครอง จึงต้องระวังเป็นพิเศษ
ใจเย็นก่อน อย่าเพิ่งแพ็คกระเป๋า ให้ทำตามขั้นตอนนี้
ขั้นแรก อ่านสัญญาเช่าให้ละเอียดทุกข้อ ดูว่ามีข้อกำหนดเรื่องการบอกเลิกสัญญาก่อนกำหนดระบุไว้อย่างไร บางสัญญาเขียนไว้ว่าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งสามารถบอกเลิกได้โดยแจ้งล่วงหน้า 30-60 วัน ถ้ามีข้อนี้อยู่ เจ้าของอาจมีสิทธิ์ตามสัญญา แต่ถ้าไม่มี เจ้าของทำไม่ได้
ขั้นที่สอง เก็บหลักฐานทุกอย่าง ถ่ายรูปแชท บันทึกการสนทนา เก็บจดหมายหรืออีเมลที่เจ้าของแจ้ง หลักฐานเหล่านี้สำคัญมากถ้าต้องขึ้นศาลหรือไกล่เกลี่ย
ขั้นที่สาม ตอบกลับเจ้าของเป็นลายลักษณ์อักษร ไม่ต้องโทรคุย ให้ส่งข้อความหรือจดหมายระบุชัดเจนว่าคุณไม่ยินยอมย้ายออกก่อนครบสัญญา และขอให้เจ้าของปฏิบัติตามสัญญา
ขั้นที่สี่ ถ้าเจ้าของยังยืนยัน ให้ปรึกษาทนายความหรือสำนักงานคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ปัจจุบันมีช่องทางร้องเรียนออนไลน์สะดวกมาก ค่าปรึกษาทนายเบื้องต้นอยู่ที่ประมาณ 1,000-3,000 บาท ซึ่งคุ้มค่ากว่าเสียสิทธิ์ที่ควรได้
ฝากข้อมูลแล้วอ่านบทความต่อได้เลย ทีมงานจะติดต่อกลับ
ป้องกันดีกว่าแก้ การเลือกคอนโดเช่าไม่ได้ดูแค่ห้องสวยราคาดี แต่ต้องดูสัญญาเช่าให้ดีด้วย ก่อนเซ็นสัญญาทุกครั้ง ให้เช็คข้อต่อไปนี้
หนึ่ง ดูว่าสัญญามีข้อกำหนดเรื่องการบอกเลิกก่อนกำหนดหรือไม่ ถ้ามีข้อที่เขียนว่า "ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งสามารถบอกเลิกสัญญาได้โดยแจ้งล่วงหน้า 30 วัน" ให้ขอตัดข้อนี้ออก หรือแก้ไขให้ระบุว่าเฉพาะผู้เช่าเท่านั้นที่มีสิทธิ์บอกเลิก
สอง ให้เพิ่มข้อกำหนดค่าชดเชยในกรณีที่เจ้าของบอกเลิกก่อนกำหนด เช่น ต้องจ่ายค่าชดเชย 2-3 เดือนค่าเช่า คืนมัดจำเต็มจำนวน และรับผิดชอบค่าขนย้าย
สาม เลือกเช่ากับเจ้าของที่มีประวัติดี ตรงนี้แหละที่หลายคนมองข้าม ถ้าเช่าผ่านนายหน้าก็ยากจะรู้ว่าเจ้าของเป็นคนยังไง คอนโดย่านสุขุมวิท เช่น Ashton Asoke ใกล้สถานี MRT สุขุมวิท ค่าเช่าเริ่มต้น 25,000-45,000 บาทต่อเดือน หรือ Life Asoke Hype ใกล้สถานี MRT พระราม 9 ค่าเช่าเริ่มต้น 15,000-22,000 บาทต่อเดือน ยิ่งคอนโดราคาสูง ยิ่งต้องมั่นใจว่าสัญญารัดกุม
สี่ ถ่ายรูปสภาพห้องก่อนเข้าอยู่ทุกมุม ทำบันทึกรายการทรัพย์สินในห้องร่วมกับเจ้าของ เซ็นรับรองทั้งสองฝ่าย เพื่อป้องกันปัญหาเรื่องเงินมัดจำตอนย้ายออกด้วย
กรณีนี้หลายคนกังวลมาก เจ้าของขายห้องทิ้งแล้วเจ้าของใหม่จะไล่เราออกไหม? คำตอบขึ้นอยู่กับว่าสัญญาเช่าจดทะเบียนหรือเปล่า
ตามกฎหมาย สัญญาเช่าที่มีระยะเวลาเกิน 3 ปีต้องจดทะเบียนต่อ กรมที่ดิน จึงจะมีผลผูกพันกับเจ้าของคนใหม่ แต่สัญญาเช่าคอนโดส่วนใหญ่ในกรุงเทพทำกัน 1 ปีและไม่ได้จดทะเบียน กรณีแบบนี้ทางกฎหมายเจ้าของใหม่ไม่ผูกพันตามสัญญาเดิม แต่ในทางปฏิบัติ ศาลไทยมักพิจารณาว่าถ้าเจ้าของใหม่รู้อยู่แล้วว่ามีผู้เช่าอยู่ก่อน ก็ควรให้ผู้เช่าอยู่จนครบสัญญา
ทางที่ดีที่สุดคือเจรจากับเจ้าของใหม่ตั้งแต่เนิ่น ๆ แสดงสัญญาเช่าเดิม และตกลงทำสัญญาใหม่กับเจ้าของใหม่ให้เรียบร้อย
ฝากข้อมูลแล้วอ่านบทความต่อได้เลย ทีมงานจะติดต่อกลับ