Guides
คำแนะนำครบถ้วนเมื่อเกิดเรื่องของหายในอพาร์ตเมนต์ ตั้งแต่การแจ้งความ ความรับผิดชอบ และวิธีป้องกันที่เหมาะสม

สรุป
ของหายในคอนโดเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นบ่อยครั้ง เช่น พัสดุ จักรยาน หรือสิ่งของส่วนตัว หลายคนสงสัยว่านิติบุคคลต้องรับผิดชอบหรือไม่ บทความนี้บอกวิธีจัดการและป้องก
ของหายในคอนโดเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นบ่อยกว่าที่คิด ไม่ว่าจะเป็นพัสดุที่วางไว้หน้าห้องแล้วหายไป จักรยานที่จอดในที่จอดรถ รองเท้าหน้าประตู หรือแม้แต่ผ้าที่ตากไว้ในพื้นที่ส่วนกลาง หลายคนเจอปัญหาแล้วไม่รู้จะเริ่มต้นจัดการยังไง ไม่แน่ใจว่านิติบุคคลต้องรับผิดชอบไหม หรือต้องไปแจ้งความเอง บทความนี้จะพาไปดูทุกขั้นตอนตั้งแต่ของหายแล้วทำอะไรก่อน ใครรับผิดชอบตามกฎหมาย และวิธีป้องกันไม่ให้เกิดซ้ำ โดยเฉพาะสำหรับคนที่เช่าคอนโดอยู่ เพราะสิทธิ์และความรับผิดชอบอาจต่างจากเจ้าของห้องนิดหน่อย
จากข้อมูลของ DDproperty และกระทู้ร้องเรียนในเว็บบอร์ดต่าง ๆ ปัญหาของหายในคอนโดติดอันดับ 1 ใน 5 เรื่องที่ลูกบ้านร้องเรียนนิติบุคคลมากที่สุด โดยเฉพาะในคอนโดที่มีหลายร้อยยูนิตย่านสุขุมวิท รัชดาภิเษก และพระราม 9
ของที่หายบ่อยที่สุดก็จะเป็นพัสดุและกล่องพัสดุที่วางไว้หน้าห้อง รองเท้าและร่มที่วางหน้าประตู จักรยานและสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าในที่จอดรถหรือล็อบบี้ ของในห้องซักผ้าส่วนกลาง รวมถึงของมีค่าในตู้ล็อกเกอร์ฟิตเนส
คอนโดที่มียูนิตเยอะ ๆ อย่าง Lumpini Suite ย่านดินแดง-รัชดา หรือ The Base สุขุมวิท 77 ที่มีหลายร้อยยูนิต โอกาสเกิดปัญหาจะสูงกว่าคอนโดเล็ก ๆ ที่มีแค่ 50-100 ยูนิต เพราะคนเข้าออกเยอะ ควบคุมยาก
อย่าเพิ่งตกใจ ทำตามขั้นตอนนี้เลย ข้อแรกคือแจ้งนิติบุคคลทันที ไปที่สำนักงานนิติบุคคลหรือโทรแจ้ง บอกรายละเอียดให้ชัด ของหายคืออะไร หายตอนไหน วางไว้ตรงไหน แล้วขอหนังสือรับแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษรด้วย
ข้อที่สองคือขอดูกล้องวงจรปิด นิติบุคคลมีหน้าที่ให้ลูกบ้านดูภาพจากกล้อง CCTV ในพื้นที่ส่วนกลาง ตาม พ.ร.บ.อาคารชุด พ.ศ. 2522 นิติบุคคลต้องดูแลทรัพย์สินส่วนกลาง ซึ่งรวมถึงระบบรักษาความปลอดภัย ถ้านิติฯ บ่ายเบี่ยงไม่ยอมให้ดู ให้ทำเป็นหนังสือร้องขออย่างเป็นทางการ
ข้อที่สามคือแจ้งความที่สถานีตำรวจ ถ้าของที่หายมีมูลค่าสูงหรือสงสัยว่ามีคนลักทรัพย์ ให้ไปแจ้งความเพื่อลงบันทึกประจำวัน สถานีตำรวจที่รับผิดชอบก็ตามพื้นที่คอนโดตั้งอยู่ เช่น คอนโดย่านทองหล่อก็ไป สน.ทองหล่อ ย่านรัชดาก็ไป สน.ห้วยขวาง
ข้อที่สี่ แจ้งเจ้าของห้องด้วย (ถ้าเป็นผู้เช่า) เพราะเจ้าของห้องอาจมีประกันที่คุ้มครองทรัพย์สินภายในห้อง และอาจช่วยประสานกับนิติบุคคลได้ง่ายกว่าเพราะเป็นเจ้าของร่วม
ตรงนี้เป็นจุดที่หลายคนสับสนมาก ขอแยกให้ชัดเลย นิติบุคคลมีหน้าที่ดูแลทรัพย์สินส่วนกลางและระบบรักษาความปลอดภัย ตาม พ.ร.บ.อาคารชุด พ.ศ. 2522 ถ้าของหายในพื้นที่ส่วนกลางเพราะนิติฯ ละเลยหน้าที่ เช่น กล้อง CCTV เสียแล้วไม่ซ่อม รปภ.ไม่มาเข้าเวร ประตูทางเข้าพังแล้วไม่แก้ไข กรณีแบบนี้นิติฯ อาจต้องรับผิดชอบได้
แต่ถ้าของหายในห้อง เช่น โดนงัดห้อง ตรงนี้นิติฯ รับผิดชอบยากกว่า เว้นแต่พิสูจน์ได้ว่าระบบรักษาความปลอดภัยบกพร่อง ส่วนเจ้าของห้องที่ปล่อยเช่า โดยทั่วไปจะไม่รับผิดชอบทรัพย์สินส่วนตัวของผู้เช่า แต่ต้องรับผิดชอบทรัพย์สินที่มาพร้อมห้อง เช่น เฟอร์นิเจอร์ เครื่องใช้ไฟฟ้า ตามที่ระบุในสัญญาเช่า
สำหรับผู้เช่า ทรัพย์สินส่วนตัวที่เอาเข้ามาเอง ผู้เช่าต้องดูแลเอง แนะนำให้ถ่ายรูปของมีค่าไว้ และทำประกันผู้เช่า (Tenant Insurance) ซึ่งปัจจุบันมีหลายบริษัทขาย เบี้ยประกันแค่ปีละ 1,500-3,000 บาท แต่คุ้มครองทรัพย์สินได้หลายแสน
เรื่องป้องกันสำคัญกว่าแก้ไขเสมอ เริ่มจากเรื่องพัสดุ ยุคนี้สั่งของออนไลน์กันเยอะ อย่าให้ขนส่งวางพัสดุหน้าห้องเด็ดขาด ให้ฝากไว้ที่ล็อบบี้หรือจุดรับพัสดุของนิติบุคคล คอนโดใหม่ ๆ หลายแห่งอย่าง Life Asoke-Rama 9 หรือ Ideo Mobi สุขุมวิท 66 มีตู้ล็อกเกอร์รับพัสดุอัตโนมัติ ถ้ากำลังหาคอนโดเช่า ลองดูว่ามีระบบนี้ไหม
ติดกลอนประตูเพิ่มเติม ถ้าสัญญาเช่าอนุญาต ลองติด Digital Door Lock เพิ่ม ราคาเริ่มต้นแค่ 3,000-5,000 บาท แต่ปลอดภัยขึ้นเยอะ บางรุ่นมีกล้องติดหน้าประตูด้วย ถ่ายภาพคนที่มากดกริ่งได้
อย่าวางของมีค่าในพื้นที่ส่วนกลาง รองเท้าแพง ๆ เอาเข้าห้อง จักรยานล็อกให้แน่นหรือเอาขึ้นห้องถ้าได้ ผ้าที่ซักเสร็จอย่าทิ้งไว้ในเครื่องซักผ้าส่วนกลางนาน ๆ
ทำประกันผู้เช่า อย่างที่บอก เบี้ยแค่ปีละ 1,500-3,000 บาท คุ้มครองทั้งทรัพย์สินในห้อง ความเสียหายจากไฟไหม้ น้ำท่วม และการลักทรัพย์ ลองเทียบราคาจากหลายบริษัทก่อนซื้อ
วิธีป้องกันที่ดีที่สุดจริง ๆ คือเลือกคอนโดที่ระบบรักษาความปลอดภัยดีตั้งแต่แรก ก่อนเซ็นสัญญาเช่า ลองเช็กเรื่องพวกนี้ กล้อง CCTV ครอบคลุมทุกชั้นและพื้นที่ส่วนกลางหรือเปล่า ระบบ Key Card เข้าชั้นพักอาศัยมีไหม รปภ. ประจำ 24 ชั่วโมงมีกี่คน ระบบรับพัสดุเป็นยังไง และล็อบบี้มีระบบลงทะเบียนผู้มาเยือนไหม
คอนโดระดับกลางขึ้นไปย่านสาทร สีลม หรืออโศก ค่าเช่าประมาณ 18,000-35,000 บาทต่อเดือน มักจะมีระบบรักษาความปลอดภัยครบถ้วน เช่น Ashton Asoke สถานี MRT สุขุมวิท หรือ The Diplomat สาทร ใกล้ BTS สุรศักดิ์ ส่วนคอนโดราคาถูกกว่า 8,000-12,000 บาทต่อเดือน แถวย่านบางแค ห้วยขวาง หรือบางนา อาจต้องเช็กระบบ CCTV และ รปภ. ให้ดีหน่อย
ตาม ข้อมูลจาก FazWaz คอนโดในกรุงเทพที่มีค่าส่วนกลางสูงกว่า 60 บาทต่อตารางเมตร มักจะมีระบบรักษาความปลอดภัยที่ดีกว่า เพราะมีงบประมาณจ้าง รปภ. และบำรุงรักษาอุปกรณ์ ลองเช็กค่าส่วนกลางก่อนตัดสินใจเช่าด้วย
ของหายในคอนโดเป็นเรื่องที่ไม่มีใครอยากเจอ แต่ถ้าเกิดขึ้นแล้วอย่าปล่อยผ่าน แจ้งนิติบุคคลทันที ขอดูกล้อง CCTV แจ้งความถ้าจำเป็น และแจ้งเจ้าของห้องถ้าเป็นผู้เช่า ที่สำคัญคือป้องกันตั้งแต่ต้น เลือกคอนโดที่ระบบรักษาความปลอดภัยดี ไม่วางของมีค่าในที่สาธารณะ และทำประกันผู้เช่าไว้ ใช้เงินน้อยแต่สบายใจเยอะ
ถ้ากำลังหาคอนโดเช่าในกรุงเทพและอยากได้ห้องที่ระบบรักษาความปลอดภัยดี ลองใช้ Superagent (superagent.co) ดู เป็นแพลตฟอร์มเช่าคอนโด AI รายแรกในไทย แค่บอกว่าอยากได้อะไร งบเท่าไหร่ อยากอยู่ย่านไหน AI จะช่วยหาห้องที่ตรงใจให้เลย ไม่มีนายหน้ามากดดัน ไม่ต้องเสียเวลาเลื่อนดูประกาศเป็นร้อย ๆ รายการ ลองคุยกับ AI ของ Superagent ได้เลยวันนี้
ของหายในคอนโดเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นบ่อยกว่าที่คิด ไม่ว่าจะเป็นพัสดุที่วางไว้หน้าห้องแล้วหายไป จักรยานที่จอดในที่จอดรถ รองเท้าหน้าประตู หรือแม้แต่ผ้าที่ตากไว้ในพื้นที่ส่วนกลาง หลายคนเจอปัญหาแล้วไม่รู้จะเริ่มต้นจัดการยังไง ไม่แน่ใจว่านิติบุคคลต้องรับผิดชอบไหม หรือต้องไปแจ้งความเอง บทความนี้จะพาไปดูทุกขั้นตอนตั้งแต่ของหายแล้วทำอะไรก่อน ใครรับผิดชอบตามกฎหมาย และวิธีป้องกันไม่ให้เกิดซ้ำ โดยเฉพาะสำหรับคนที่เช่าคอนโดอยู่ เพราะสิทธิ์และความรับผิดชอบอาจต่างจากเจ้าของห้องนิดหน่อย
จากข้อมูลของ DDproperty และกระทู้ร้องเรียนในเว็บบอร์ดต่าง ๆ ปัญหาของหายในคอนโดติดอันดับ 1 ใน 5 เรื่องที่ลูกบ้านร้องเรียนนิติบุคคลมากที่สุด โดยเฉพาะในคอนโดที่มีหลายร้อยยูนิตย่านสุขุมวิท รัชดาภิเษก และพระราม 9
ของที่หายบ่อยที่สุดก็จะเป็นพัสดุและกล่องพัสดุที่วางไว้หน้าห้อง รองเท้าและร่มที่วางหน้าประตู จักรยานและสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าในที่จอดรถหรือล็อบบี้ ของในห้องซักผ้าส่วนกลาง รวมถึงของมีค่าในตู้ล็อกเกอร์ฟิตเนส
คอนโดที่มียูนิตเยอะ ๆ อย่าง Lumpini Suite ย่านดินแดง-รัชดา หรือ The Base สุขุมวิท 77 ที่มีหลายร้อยยูนิต โอกาสเกิดปัญหาจะสูงกว่าคอนโดเล็ก ๆ ที่มีแค่ 50-100 ยูนิต เพราะคนเข้าออกเยอะ ควบคุมยาก
อย่าเพิ่งตกใจ ทำตามขั้นตอนนี้เลย ข้อแรกคือแจ้งนิติบุคคลทันที ไปที่สำนักงานนิติบุคคลหรือโทรแจ้ง บอกรายละเอียดให้ชัด ของหายคืออะไร หายตอนไหน วางไว้ตรงไหน แล้วขอหนังสือรับแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษรด้วย
ข้อที่สองคือขอดูกล้องวงจรปิด นิติบุคคลมีหน้าที่ให้ลูกบ้านดูภาพจากกล้อง CCTV ในพื้นที่ส่วนกลาง ตาม พ.ร.บ.อาคารชุด พ.ศ. 2522 นิติบุคคลต้องดูแลทรัพย์สินส่วนกลาง ซึ่งรวมถึงระบบรักษาความปลอดภัย ถ้านิติฯ บ่ายเบี่ยงไม่ยอมให้ดู ให้ทำเป็นหนังสือร้องขออย่างเป็นทางการ
ข้อที่สามคือแจ้งความที่สถานีตำรวจ ถ้าของที่หายมีมูลค่าสูงหรือสงสัยว่ามีคนลักทรัพย์ ให้ไปแจ้งความเพื่อลงบันทึกประจำวัน สถานีตำรวจที่รับผิดชอบก็ตามพื้นที่คอนโดตั้งอยู่ เช่น คอนโดย่านทองหล่อก็ไป สน.ทองหล่อ ย่านรัชดาก็ไป สน.ห้วยขวาง
ข้อที่สี่ แจ้งเจ้าของห้องด้วย (ถ้าเป็นผู้เช่า) เพราะเจ้าของห้องอาจมีประกันที่คุ้มครองทรัพย์สินภายในห้อง และอาจช่วยประสานกับนิติบุคคลได้ง่ายกว่าเพราะเป็นเจ้าของร่วม
ตรงนี้เป็นจุดที่หลายคนสับสนมาก ขอแยกให้ชัดเลย นิติบุคคลมีหน้าที่ดูแลทรัพย์สินส่วนกลางและระบบรักษาความปลอดภัย ตาม พ.ร.บ.อาคารชุด พ.ศ. 2522 ถ้าของหายในพื้นที่ส่วนกลางเพราะนิติฯ ละเลยหน้าที่ เช่น กล้อง CCTV เสียแล้วไม่ซ่อม รปภ.ไม่มาเข้าเวร ประตูทางเข้าพังแล้วไม่แก้ไข กรณีแบบนี้นิติฯ อาจต้องรับผิดชอบได้
แต่ถ้าของหายในห้อง เช่น โดนงัดห้อง ตรงนี้นิติฯ รับผิดชอบยากกว่า เว้นแต่พิสูจน์ได้ว่าระบบรักษาความปลอดภัยบกพร่อง ส่วนเจ้าของห้องที่ปล่อยเช่า โดยทั่วไปจะไม่รับผิดชอบทรัพย์สินส่วนตัวของผู้เช่า แต่ต้องรับผิดชอบทรัพย์สินที่มาพร้อมห้อง เช่น เฟอร์นิเจอร์ เครื่องใช้ไฟฟ้า ตามที่ระบุในสัญญาเช่า
สำหรับผู้เช่า ทรัพย์สินส่วนตัวที่เอาเข้ามาเอง ผู้เช่าต้องดูแลเอง แนะนำให้ถ่ายรูปของมีค่าไว้ และทำประกันผู้เช่า (Tenant Insurance) ซึ่งปัจจุบันมีหลายบริษัทขาย เบี้ยประกันแค่ปีละ 1,500-3,000 บาท แต่คุ้มครองทรัพย์สินได้หลายแสน
เรื่องป้องกันสำคัญกว่าแก้ไขเสมอ เริ่มจากเรื่องพัสดุ ยุคนี้สั่งของออนไลน์กันเยอะ อย่าให้ขนส่งวางพัสดุหน้าห้องเด็ดขาด ให้ฝากไว้ที่ล็อบบี้หรือจุดรับพัสดุของนิติบุคคล คอนโดใหม่ ๆ หลายแห่งอย่าง Life Asoke-Rama 9 หรือ Ideo Mobi สุขุมวิท 66 มีตู้ล็อกเกอร์รับพัสดุอัตโนมัติ ถ้ากำลังหาคอนโดเช่า ลองดูว่ามีระบบนี้ไหม
ฝากข้อมูลแล้วอ่านบทความต่อได้เลย ทีมงานจะติดต่อกลับ
ติดกลอนประตูเพิ่มเติม ถ้าสัญญาเช่าอนุญาต ลองติด Digital Door Lock เพิ่ม ราคาเริ่มต้นแค่ 3,000-5,000 บาท แต่ปลอดภัยขึ้นเยอะ บางรุ่นมีกล้องติดหน้าประตูด้วย ถ่ายภาพคนที่มากดกริ่งได้
อย่าวางของมีค่าในพื้นที่ส่วนกลาง รองเท้าแพง ๆ เอาเข้าห้อง จักรยานล็อกให้แน่นหรือเอาขึ้นห้องถ้าได้ ผ้าที่ซักเสร็จอย่าทิ้งไว้ในเครื่องซักผ้าส่วนกลางนาน ๆ
ทำประกันผู้เช่า อย่างที่บอก เบี้ยแค่ปีละ 1,500-3,000 บาท คุ้มครองทั้งทรัพย์สินในห้อง ความเสียหายจากไฟไหม้ น้ำท่วม และการลักทรัพย์ ลองเทียบราคาจากหลายบริษัทก่อนซื้อ
วิธีป้องกันที่ดีที่สุดจริง ๆ คือเลือกคอนโดที่ระบบรักษาความปลอดภัยดีตั้งแต่แรก ก่อนเซ็นสัญญาเช่า ลองเช็กเรื่องพวกนี้ กล้อง CCTV ครอบคลุมทุกชั้นและพื้นที่ส่วนกลางหรือเปล่า ระบบ Key Card เข้าชั้นพักอาศัยมีไหม รปภ. ประจำ 24 ชั่วโมงมีกี่คน ระบบรับพัสดุเป็นยังไง และล็อบบี้มีระบบลงทะเบียนผู้มาเยือนไหม
คอนโดระดับกลางขึ้นไปย่านสาทร สีลม หรืออโศก ค่าเช่าประมาณ 18,000-35,000 บาทต่อเดือน มักจะมีระบบรักษาความปลอดภัยครบถ้วน เช่น Ashton Asoke สถานี MRT สุขุมวิท หรือ The Diplomat สาทร ใกล้ BTS สุรศักดิ์ ส่วนคอนโดราคาถูกกว่า 8,000-12,000 บาทต่อเดือน แถวย่านบางแค ห้วยขวาง หรือบางนา อาจต้องเช็กระบบ CCTV และ รปภ. ให้ดีหน่อย
ตาม ข้อมูลจาก FazWaz คอนโดในกรุงเทพที่มีค่าส่วนกลางสูงกว่า 60 บาทต่อตารางเมตร มักจะมีระบบรักษาความปลอดภัยที่ดีกว่า เพราะมีงบประมาณจ้าง รปภ. และบำรุงรักษาอุปกรณ์ ลองเช็กค่าส่วนกลางก่อนตัดสินใจเช่าด้วย
ของหายในคอนโดเป็นเรื่องที่ไม่มีใครอยากเจอ แต่ถ้าเกิดขึ้นแล้วอย่าปล่อยผ่าน แจ้งนิติบุคคลทันที ขอดูกล้อง CCTV แจ้งความถ้าจำเป็น และแจ้งเจ้าของห้องถ้าเป็นผู้เช่า ที่สำคัญคือป้องกันตั้งแต่ต้น เลือกคอนโดที่ระบบรักษาความปลอดภัยดี ไม่วางของมีค่าในที่สาธารณะ และทำประกันผู้เช่าไว้ ใช้เงินน้อยแต่สบายใจเยอะ
ถ้ากำลังหาคอนโดเช่าในกรุงเทพและอยากได้ห้องที่ระบบรักษาความปลอดภัยดี ลองใช้ Superagent (superagent.co) ดู เป็นแพลตฟอร์มเช่าคอนโด AI รายแรกในไทย แค่บอกว่าอยากได้อะไร งบเท่าไหร่ อยากอยู่ย่านไหน AI จะช่วยหาห้องที่ตรงใจให้เลย ไม่มีนายหน้ามากดดัน ไม่ต้องเสียเวลาเลื่อนดูประกาศเป็นร้อย ๆ รายการ ลองคุยกับ AI ของ Superagent ได้เลยวันนี้
ฝากข้อมูลแล้วอ่านบทความต่อได้เลย ทีมงานจะติดต่อกลับ