Guides
คู่มือเตรียมตัวย้ายคอนโดเช่าให้เรียบร้อย เพื่อชีวิตที่สบายใจตลอดระยะเวลาเช่า

สรุป
ได้คอนโดเช่าถูกใจแล้ว แต่ระหว่าง 30 วันแรกหลังย้ายเข้านั้นสำคัญที่สุด บทความนี้บอกวิธีเตรียมตัวให้ดี เพื่อให้ชีวิตในคอนโดราบรื่นตลอดระยะเวลาเช่า และหลีกเลี
ได้คอนโดเช่าถูกใจแล้ว เซ็นสัญญาเรียบร้อย จ่ายเงินมัดจำไปแล้ว แต่เดี๋ยวก่อน, อย่าเพิ่งหอบกระเป๋าเข้าไปเลยนะ ช่วง 30 วันแรกหลังย้ายเข้าคอนโดเช่านี่แหละคือช่วงที่สำคัญที่สุด ถ้าเตรียมตัวดี ชีวิตในคอนโดจะราบรื่นตลอดสัญญา แต่ถ้าพลาด อาจปวดหัวไปอีกนาน
ไม่ว่าจะเช่าห้องราคา 8,000 บาทแถวสถานี MRT ห้วยขวาง หรือห้องหรูๆ 45,000 บาทย่าน BTS ทองหล่อ ขั้นตอนเตรียมตัวก่อนย้ายเข้าคอนโดก็ไม่ต่างกันมาก บทความนี้จะพาไปดูทีละสเต็ปแบบละเอียดว่า ย้ายเข้าคอนโดต้องเตรียมอะไรบ้าง เรียงตามไทม์ไลน์ 30 วัน ทำตามได้เลย
นี่คือสิ่งสำคัญที่สุดที่หลายคนมองข้าม วันที่รับกุญแจ ก่อนขนของเข้าสักชิ้น ต้องตรวจสภาพห้องให้ละเอียดแล้วถ่ายรูปทุกซอกทุกมุม ผนังมีรอยขูด พื้นมีรอยบุ๋ม กระจกมีรอยร้าว แอร์มีเสียงดัง น้ำรั่วไหม ทุกจุดต้องบันทึกไว้
ทำรายการเป็น "ใบตรวจรับห้อง" แล้วส่งให้เจ้าของหรือนิติบุคคลทางแชทหรืออีเมลเพื่อเป็นหลักฐาน ขั้นตอนนี้จะช่วยปกป้องเงินประกันของเราตอนย้ายออก ตาม กรมที่ดิน ข้อพิพาทเรื่องเงินประกันเป็นหนึ่งในปัญหาที่พบบ่อยที่สุดในการเช่าที่อยู่อาศัย
รายการตรวจสอบที่ต้องทำ:
, เปิดน้ำทุกจุด (อ่างล้างหน้า ฝักบัว ชักโครก) ดูว่าน้ำไหลปกติ ไม่รั่วซึม
, เปิดแอร์ทิ้งไว้สัก 15-20 นาที ดูว่าเย็นดีไหม มีกลิ่นอับไหม
, เช็คปลั๊กไฟทุกจุดด้วยการเสียบชาร์จมือถือ
, ลองเปิดปิดประตู หน้าต่าง ดูว่าล็อกได้สนิทไหม
, ถ่ายรูปมิเตอร์น้ำ มิเตอร์ไฟ เก็บตัวเลขไว้
เรื่องมิเตอร์นี่สำคัญมาก คอนโดบางที่คิดค่าไฟหน่วยละ 7-8 บาท ทั้งที่ การไฟฟ้านครหลวง คิดจริงประมาณ 3.5-4.5 บาทต่อหน่วย ถ้าเจ้าของคิดแพง ควรตกลงกันให้ชัดเจนตั้งแต่ตอนนี้
หลังตรวจห้องเสร็จ สิ่งถัดมาคือเรื่องเอกสาร อย่าลืมไปลงทะเบียนกับนิติบุคคลของคอนโด โดยปกติจะต้องใช้สำเนาบัตรประชาชน สำเนาสัญญาเช่า และรูปถ่าย เพื่อทำบัตรผู้พักอาศัยและคีย์การ์ดเข้าออกอาคาร
สำหรับชาวต่างชาติ จะต้องใช้สำเนาพาสปอร์ตและวีซ่า บางคอนโดอย่าง The Base Park West ใกล้ BTS อ่อนนุช หรือ Life Asoke Hype ใกล้ MRT พระราม 9 จะมีแบบฟอร์มเฉพาะสำหรับผู้เช่าต่างชาติด้วย
เอกสารและสิ่งที่ต้องจัดการในช่วงนี้:
, ลงทะเบียนนิติบุคคล รับบัตรผู้พักอาศัยและคีย์การ์ด
, จดกฎระเบียบคอนโด เช่น เวลาขนของเข้าออก เวลาใช้สระว่ายน้ำ ฟิตเนส
, ลงทะเบียนที่จอดรถ (ถ้ามี) บางคอนโดคิดค่าที่จอดแยกเดือนละ 1,000-3,000 บาท
, ย้ายทะเบียนบ้านเข้า (ถ้าต้องการ) ไปทำที่สำนักงานเขตใกล้บ้าน ใช้เวลาไม่ถึงชั่วโมง
, แจ้งที่อยู่ใหม่กับธนาคาร บัตรเครดิต และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
คอนโดเช่าในกรุงเทพส่วนใหญ่จะรวมค่าน้ำค่าไฟในค่าเช่าหรือคิดแยก แต่สิ่งที่แทบทุกที่ไม่รวมคืออินเทอร์เน็ต ซึ่งสมัยนี้ถือว่าจำเป็นพอๆ กับน้ำไฟเลย
ก่อนเรียกช่างมาติดตั้ง ต้องเช็คกับนิติบุคคลก่อนว่าคอนโดอนุญาตให้ใช้ผู้ให้บริการรายไหนบ้าง บางตึกผูกสัญญากับเจ้าเดียว บางตึกเปิดให้เลือกหลายราย แพ็กเกจอินเทอร์เน็ตไฟเบอร์ความเร็ว 500 Mbps ราคาประมาณ 500-700 บาทต่อเดือน ถือว่าเพียงพอสำหรับทำงานจากบ้านได้สบาย
นอกจากเน็ตแล้ว ช่วงนี้ควรจัดการเรื่องอื่นๆ ด้วย เช่น ซื้อถังแก๊สหรือเช็คว่าคอนโดใช้เตาไฟฟ้า สมัครแอปสั่งอาหาร สมัครแอปเรียกรถ เพราะชีวิตในกรุงเทพยุคนี้อะไรๆ ก็อยู่ในมือถือทั้งนั้น
คอนโดเช่าในกรุงเทพส่วนใหญ่มาแบบเฟอร์นิเจอร์ครบ (Fully Furnished) โดยเฉพาะห้องราคา 12,000-25,000 บาทขึ้นไป ตามข้อมูลจาก DDproperty ราคาเช่าเฉลี่ยคอนโดในกรุงเทพอยู่ที่ประมาณ 15,000-25,000 บาทต่อเดือน สำหรับห้อง 1 ห้องนอนใกล้สถานีรถไฟฟ้า แต่ถึงจะครบ ก็ยังมีของจำเป็นที่ต้องซื้อเพิ่มอีกเยอะ
ของที่คอนโดมักไม่มีให้:
, หมอน ผ้าปูที่นอน ผ้าห่ม (บางที่มีแต่ส่วนใหญ่ควรซื้อใหม่)
, ของใช้ในห้องน้ำ: ผ้าขนหนู สบู่ แชมพู ไดร์เป่าผม
, อุปกรณ์ทำครัว: หม้อ กระทะ จาน ชาม ช้อนส้อม มีด เขียง
, อุปกรณ์ทำความสะอาด: ไม้กวาด ไม้ถูพื้น น้ำยาทำความสะอาด
, ถังขยะ ราวตากผ้า ไม้แขวนเสื้อ
แนะนำให้ไปซื้อของที่ไหนดี ถ้าอยู่แถวสุขุมวิท ไปที่ไอเกีย บางนา หรือสั่งออนไลน์ได้เลย ถ้าอยากประหยัด ไปร้านแดยโซ หรือตลาดนัดจตุจักร มีของแต่งห้องราคาถูกเพียบ ของใช้จำเป็นทั้งหมดงบประมาณ 3,000-8,000 บาทก็จัดได้ครบ
พอจัดห้องเรียบร้อยแล้ว ถึงเวลาออกสำรวจละแวกบ้านบ้าง ช่วงนี้ควรหาให้เจอว่าร้านซักผ้าหยอดเหรียญอยู่ตรงไหน ร้านสะดวกซื้อใกล้สุดอยู่ที่ไหน ตลาดสดอยู่ซอยไหน คลินิกหรือโรงพยาบาลใกล้บ้านชื่ออะไร
ถ้าเช่าคอนโดแถว BTS อารีย์ ลองเดินสำรวจซอยอารีย์ 1 จะเจอคาเฟ่ ร้านอาหารเพียบ ถ้าอยู่แถว MRT ลาดพร้าว ลองไปเดินตลาดนัดลาดพร้าว หรือเซ็นทรัลลาดพร้าวที่อยู่ติดสถานี ถ้าอยู่แถว BTS บางนา ก็มีห้าง เมกาบางนา อยู่ไม่ไกล
เรื่องการเดินทางก็สำคัญ ลองนั่งรถไฟฟ้าจากคอนโดไปที่ทำงานจริงๆ สักสองสามรอบ จับเวลาในชั่วโมงเร่งด่วนด้วย เพราะเวลาเดินทางตอนเช้า 8 โมงกับตอนบ่าย 2 โมงนี่ต่างกันลิบเลย
แนะนำให้ทำแผนที่ในหัวหรือจดไว้ในโน้ตมือถือ:
, ร้านข้าวแกงใกล้บ้าน กินมื้อละ 40-60 บาท
, ร้านซักผ้า ซักครั้งละ 30-50 บาท
, ร้านขายยาหรือคลินิก
, จุดจอดวินมอเตอร์ไซค์
, เส้นทางเดินไปสถานีรถไฟฟ้าที่เร็วที่สุด
หลายคนคิดแค่ค่าเช่า แต่เดือนแรกมีค่าใช้จ่ายซ่อนอยู่อีกหลายรายการ ลองดูตารางนี้เพื่อเตรียมงบให้ครบ
จะเห็นว่าเดือนแรกนี่ต้องเตรียมเงินเยอะกว่าปกติ 3-4 เท่าเลย เพราะมีทั้งเงินประกัน ค่าเช่าล่วงหน้า และค่าจัดห้อง พอเดือนที่สองเป็นต้นไปก็จะเหลือแค่ค่าเช่ากับค่าสาธารณูปโภคตามปกติ
เพื่อให้ไม่ลืมอะไร สรุปเป็นไทม์ไลน์สั้นๆ ให้เลย:
วันที่ 1-3: ตรวจสภาพห้องอย่างละเอียด ถ่ายรูปทุกจุด จดมิเตอร์น้ำไฟ ส่งรายการให้เจ้าของ
วันที่ 3-7: ลงทะเบียนนิติบุคคล รับคีย์การ์ด บัตรจอดรถ ศึกษากฎคอนโด
วันที่ 7-14: ติดตั้งอินเทอร์เน็ต ซื้อของจำเป็น จัดห้องให้เรียบร้อย
วันที่ 14-21: สำรวจละแวกบ้าน หาร้านอาหารประจำ จำเส้นทางเดินทาง
วันที่ 21-30: ย้ายทะเบียนบ้าน (ถ้าต้องการ) แจ้งที่อยู่ใหม่กับหน่วยงานต่างๆ
ได้คอนโดเช่าถูกใจแล้ว เซ็นสัญญาเรียบร้อย จ่ายเงินมัดจำไปแล้ว แต่เดี๋ยวก่อน, อย่าเพิ่งหอบกระเป๋าเข้าไปเลยนะ ช่วง 30 วันแรกหลังย้ายเข้าคอนโดเช่านี่แหละคือช่วงที่สำคัญที่สุด ถ้าเตรียมตัวดี ชีวิตในคอนโดจะราบรื่นตลอดสัญญา แต่ถ้าพลาด อาจปวดหัวไปอีกนาน
ไม่ว่าจะเช่าห้องราคา 8,000 บาทแถวสถานี MRT ห้วยขวาง หรือห้องหรูๆ 45,000 บาทย่าน BTS ทองหล่อ ขั้นตอนเตรียมตัวก่อนย้ายเข้าคอนโดก็ไม่ต่างกันมาก บทความนี้จะพาไปดูทีละสเต็ปแบบละเอียดว่า ย้ายเข้าคอนโดต้องเตรียมอะไรบ้าง เรียงตามไทม์ไลน์ 30 วัน ทำตามได้เลย
นี่คือสิ่งสำคัญที่สุดที่หลายคนมองข้าม วันที่รับกุญแจ ก่อนขนของเข้าสักชิ้น ต้องตรวจสภาพห้องให้ละเอียดแล้วถ่ายรูปทุกซอกทุกมุม ผนังมีรอยขูด พื้นมีรอยบุ๋ม กระจกมีรอยร้าว แอร์มีเสียงดัง น้ำรั่วไหม ทุกจุดต้องบันทึกไว้
ทำรายการเป็น "ใบตรวจรับห้อง" แล้วส่งให้เจ้าของหรือนิติบุคคลทางแชทหรืออีเมลเพื่อเป็นหลักฐาน ขั้นตอนนี้จะช่วยปกป้องเงินประกันของเราตอนย้ายออก ตาม กรมที่ดิน ข้อพิพาทเรื่องเงินประกันเป็นหนึ่งในปัญหาที่พบบ่อยที่สุดในการเช่าที่อยู่อาศัย
รายการตรวจสอบที่ต้องทำ:
, เปิดน้ำทุกจุด (อ่างล้างหน้า ฝักบัว ชักโครก) ดูว่าน้ำไหลปกติ ไม่รั่วซึม
, เปิดแอร์ทิ้งไว้สัก 15-20 นาที ดูว่าเย็นดีไหม มีกลิ่นอับไหม
, เช็คปลั๊กไฟทุกจุดด้วยการเสียบชาร์จมือถือ
, ลองเปิดปิดประตู หน้าต่าง ดูว่าล็อกได้สนิทไหม
, ถ่ายรูปมิเตอร์น้ำ มิเตอร์ไฟ เก็บตัวเลขไว้
เรื่องมิเตอร์นี่สำคัญมาก คอนโดบางที่คิดค่าไฟหน่วยละ 7-8 บาท ทั้งที่ การไฟฟ้านครหลวง คิดจริงประมาณ 3.5-4.5 บาทต่อหน่วย ถ้าเจ้าของคิดแพง ควรตกลงกันให้ชัดเจนตั้งแต่ตอนนี้
หลังตรวจห้องเสร็จ สิ่งถัดมาคือเรื่องเอกสาร อย่าลืมไปลงทะเบียนกับนิติบุคคลของคอนโด โดยปกติจะต้องใช้สำเนาบัตรประชาชน สำเนาสัญญาเช่า และรูปถ่าย เพื่อทำบัตรผู้พักอาศัยและคีย์การ์ดเข้าออกอาคาร
สำหรับชาวต่างชาติ จะต้องใช้สำเนาพาสปอร์ตและวีซ่า บางคอนโดอย่าง The Base Park West ใกล้ BTS อ่อนนุช หรือ Life Asoke Hype ใกล้ MRT พระราม 9 จะมีแบบฟอร์มเฉพาะสำหรับผู้เช่าต่างชาติด้วย
เอกสารและสิ่งที่ต้องจัดการในช่วงนี้:
, ลงทะเบียนนิติบุคคล รับบัตรผู้พักอาศัยและคีย์การ์ด
, จดกฎระเบียบคอนโด เช่น เวลาขนของเข้าออก เวลาใช้สระว่ายน้ำ ฟิตเนส
, ลงทะเบียนที่จอดรถ (ถ้ามี) บางคอนโดคิดค่าที่จอดแยกเดือนละ 1,000-3,000 บาท
, ย้ายทะเบียนบ้านเข้า (ถ้าต้องการ) ไปทำที่สำนักงานเขตใกล้บ้าน ใช้เวลาไม่ถึงชั่วโมง
, แจ้งที่อยู่ใหม่กับธนาคาร บัตรเครดิต และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
คอนโดเช่าในกรุงเทพส่วนใหญ่จะรวมค่าน้ำค่าไฟในค่าเช่าหรือคิดแยก แต่สิ่งที่แทบทุกที่ไม่รวมคืออินเทอร์เน็ต ซึ่งสมัยนี้ถือว่าจำเป็นพอๆ กับน้ำไฟเลย
ก่อนเรียกช่างมาติดตั้ง ต้องเช็คกับนิติบุคคลก่อนว่าคอนโดอนุญาตให้ใช้ผู้ให้บริการรายไหนบ้าง บางตึกผูกสัญญากับเจ้าเดียว บางตึกเปิดให้เลือกหลายราย แพ็กเกจอินเทอร์เน็ตไฟเบอร์ความเร็ว 500 Mbps ราคาประมาณ 500-700 บาทต่อเดือน ถือว่าเพียงพอสำหรับทำงานจากบ้านได้สบาย
นอกจากเน็ตแล้ว ช่วงนี้ควรจัดการเรื่องอื่นๆ ด้วย เช่น ซื้อถังแก๊สหรือเช็คว่าคอนโดใช้เตาไฟฟ้า สมัครแอปสั่งอาหาร สมัครแอปเรียกรถ เพราะชีวิตในกรุงเทพยุคนี้อะไรๆ ก็อยู่ในมือถือทั้งนั้น
คอนโดเช่าในกรุงเทพส่วนใหญ่มาแบบเฟอร์นิเจอร์ครบ (Fully Furnished) โดยเฉพาะห้องราคา 12,000-25,000 บาทขึ้นไป ตามข้อมูลจาก DDproperty ราคาเช่าเฉลี่ยคอนโดในกรุงเทพอยู่ที่ประมาณ 15,000-25,000 บาทต่อเดือน สำหรับห้อง 1 ห้องนอนใกล้สถานีรถไฟฟ้า แต่ถึงจะครบ ก็ยังมีของจำเป็นที่ต้องซื้อเพิ่มอีกเยอะ
ของที่คอนโดมักไม่มีให้:
, หมอน ผ้าปูที่นอน ผ้าห่ม (บางที่มีแต่ส่วนใหญ่ควรซื้อใหม่)
, ของใช้ในห้องน้ำ: ผ้าขนหนู สบู่ แชมพู ไดร์เป่าผม
, อุปกรณ์ทำครัว: หม้อ กระทะ จาน ชาม ช้อนส้อม มีด เขียง
, อุปกรณ์ทำความสะอาด: ไม้กวาด ไม้ถูพื้น น้ำยาทำความสะอาด
, ถังขยะ ราวตากผ้า ไม้แขวนเสื้อ
แนะนำให้ไปซื้อของที่ไหนดี ถ้าอยู่แถวสุขุมวิท ไปที่ไอเกีย บางนา หรือสั่งออนไลน์ได้เลย ถ้าอยากประหยัด ไปร้านแดยโซ หรือตลาดนัดจตุจักร มีของแต่งห้องราคาถูกเพียบ ของใช้จำเป็นทั้งหมดงบประมาณ 3,000-8,000 บาทก็จัดได้ครบ
ฝากข้อมูลแล้วอ่านบทความต่อได้เลย ทีมงานจะติดต่อกลับ
พอจัดห้องเรียบร้อยแล้ว ถึงเวลาออกสำรวจละแวกบ้านบ้าง ช่วงนี้ควรหาให้เจอว่าร้านซักผ้าหยอดเหรียญอยู่ตรงไหน ร้านสะดวกซื้อใกล้สุดอยู่ที่ไหน ตลาดสดอยู่ซอยไหน คลินิกหรือโรงพยาบาลใกล้บ้านชื่ออะไร
ถ้าเช่าคอนโดแถว BTS อารีย์ ลองเดินสำรวจซอยอารีย์ 1 จะเจอคาเฟ่ ร้านอาหารเพียบ ถ้าอยู่แถว MRT ลาดพร้าว ลองไปเดินตลาดนัดลาดพร้าว หรือเซ็นทรัลลาดพร้าวที่อยู่ติดสถานี ถ้าอยู่แถว BTS บางนา ก็มีห้าง เมกาบางนา อยู่ไม่ไกล
เรื่องการเดินทางก็สำคัญ ลองนั่งรถไฟฟ้าจากคอนโดไปที่ทำงานจริงๆ สักสองสามรอบ จับเวลาในชั่วโมงเร่งด่วนด้วย เพราะเวลาเดินทางตอนเช้า 8 โมงกับตอนบ่าย 2 โมงนี่ต่างกันลิบเลย
แนะนำให้ทำแผนที่ในหัวหรือจดไว้ในโน้ตมือถือ:
, ร้านข้าวแกงใกล้บ้าน กินมื้อละ 40-60 บาท
, ร้านซักผ้า ซักครั้งละ 30-50 บาท
, ร้านขายยาหรือคลินิก
, จุดจอดวินมอเตอร์ไซค์
, เส้นทางเดินไปสถานีรถไฟฟ้าที่เร็วที่สุด
หลายคนคิดแค่ค่าเช่า แต่เดือนแรกมีค่าใช้จ่ายซ่อนอยู่อีกหลายรายการ ลองดูตารางนี้เพื่อเตรียมงบให้ครบ
จะเห็นว่าเดือนแรกนี่ต้องเตรียมเงินเยอะกว่าปกติ 3-4 เท่าเลย เพราะมีทั้งเงินประกัน ค่าเช่าล่วงหน้า และค่าจัดห้อง พอเดือนที่สองเป็นต้นไปก็จะเหลือแค่ค่าเช่ากับค่าสาธารณูปโภคตามปกติ
เพื่อให้ไม่ลืมอะไร สรุปเป็นไทม์ไลน์สั้นๆ ให้เลย:
วันที่ 1-3: ตรวจสภาพห้องอย่างละเอียด ถ่ายรูปทุกจุด จดมิเตอร์น้ำไฟ ส่งรายการให้เจ้าของ
วันที่ 3-7: ลงทะเบียนนิติบุคคล รับคีย์การ์ด บัตรจอดรถ ศึกษากฎคอนโด
วันที่ 7-14: ติดตั้งอินเทอร์เน็ต ซื้อของจำเป็น จัดห้องให้เรียบร้อย
วันที่ 14-21: สำรวจละแวกบ้าน หาร้านอาหารประจำ จำเส้นทางเดินทาง
วันที่ 21-30: ย้ายทะเบียนบ้าน (ถ้าต้องการ) แจ้งที่อยู่ใหม่กับหน่วยงานต่างๆ
ฝากข้อมูลแล้วอ่านบทความต่อได้เลย ทีมงานจะติดต่อกลับ