Guides
รู้จักสิทธิ์และการคุ้มครองผู้เช่าตามกฎหมายไทย เพื่อป้องกันปัญหาการเช่าคอนโด

สรุป
ผู้เช่าคอนโดมักเผชิญปัญหาจากเจ้าของที่ไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย เช่น การไล่ออกกลางสัญญา หรือหักค่าประกันโดยไม่สมควร บทความนี้จะแนะนำสิทธิ์และการคุ้มครองตามกฎหมาย
เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้ไหม? เจ้าของคอนโดมาบอกให้ย้ายออกภายใน 15 วัน ทั้งที่สัญญายังไม่หมด หรือหักเงินค่าประกันหมดเกลี้ยงโดยอ้างว่า "ของเสียหาย" ทั้งที่เราดูแลห้องดีมาก ถ้าเคยเจอ คุณไม่ได้อยู่คนเดียว เพราะปัญหาเรื่องสิทธิ์ผู้เช่าคอนโดไทยเป็นเรื่องที่คนเช่าเจอกันบ่อยมาก ไม่ว่าจะเป็นคนไทยหรือชาวต่างชาติ
ปัญหาคือ คนเช่าส่วนใหญ่ไม่รู้ว่าตัวเองมีสิทธิ์อะไรบ้างตามกฎหมาย พอเจ้าของบอกอะไรมาก็ยอมตามหมด ทั้งที่จริงแล้วกฎหมายไทยคุ้มครองผู้เช่าไว้หลายข้อ วันนี้มาคุยกันแบบเพื่อนบอกเพื่อน เรื่องกฎหมายที่ทุกคนต้องรู้ก่อนเซ็นสัญญาเช่าคอนโดสักห้อง
กฎหมายที่เกี่ยวกับการเช่าคอนโดในไทยมีหลายฉบับ แต่ตัวหลักที่ต้องรู้คือ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ป.พ.พ.) ลักษณะเช่าทรัพย์ มาตรา 537-571 และ ประกาศคณะกรรมการว่าด้วยสัญญา เรื่อง ให้ธุรกิจการให้เช่าอาคารเพื่ออยู่อาศัยเป็นธุรกิจที่ควบคุมสัญญา พ.ศ. 2562 ของ สคบ. ซึ่งอันหลังนี้สำคัญมาก เพราะออกมาคุ้มครองผู้เช่าโดยเฉพาะ
สำหรับชาวต่างชาติ กฎหมายเหล่านี้คุ้มครองเท่าเทียมกันไม่ว่าจะสัญชาติไหน ขอแค่สัญญาเช่าทำถูกต้องตามกฎหมายไทย ถ้าสัญญาเขียนเป็นภาษาอังกฤษ ให้ระวังว่าฉบับภาษาไทยจะมีผลทางกฎหมายเหนือกว่าเสมอ
ตาม กรมที่ดิน สัญญาเช่าที่มีระยะเวลาเกิน 3 ปี ต้องจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ไม่งั้นจะบังคับได้แค่ 3 ปีเท่านั้น แต่สำหรับการเช่าคอนโดทั่วไปที่ทำสัญญา 1 ปี ไม่ต้องจดทะเบียน ทำสัญญาเป็นหนังสือระหว่างกันก็ใช้ได้เลย
เรื่องนี้เป็นปัญหาอันดับ 1 ที่คนเช่าคอนโดในกรุงเทพเจอกันบ่อยที่สุด ตามประกาศ สคบ. พ.ศ. 2562 กำหนดชัดเจนว่า เจ้าของเก็บเงินประกันได้ไม่เกิน 1 เดือนค่าเช่า เช่น ถ้าค่าเช่า 15,000 บาทต่อเดือน เงินประกันต้องไม่เกิน 15,000 บาท
แต่ในทางปฏิบัติ คอนโดหลายแห่งในย่าน สุขุมวิท ทองหล่อ หรือ สีลม ยังเก็บเงินประกัน 2 เดือน อยู่ ซึ่งถ้าเจ้าของเป็นบุคคลธรรมดาที่ให้เช่าแค่ห้องสองห้อง อาจไม่เข้าข่ายประกาศ สคบ. ฉบับนี้ แต่ถ้าเป็นนิติบุคคลหรือทำเป็นธุรกิจ ต้องเก็บได้แค่ 1 เดือนเท่านั้น
ส่วนเรื่องการคืนเงินประกัน กฎหมายกำหนดว่าต้องคืนภายใน 7 วัน หลังสิ้นสุดสัญญาเช่าและส่งมอบห้องคืน ถ้าเจ้าของจะหักค่าเสียหาย ต้องมีหลักฐานชัดเจนว่าเสียหายจริง และต้องแยกออกจากการเสื่อมสภาพตามปกติ ผนังที่สีเหลืองขึ้นตามเวลา หรือพื้นที่มีรอยขีดข่วนเล็กน้อย พวกนี้ถือเป็นการเสื่อมสภาพตามธรรมชาติ เจ้าของหักเงินไม่ได้
หลายคนคิดว่าถ้าเซ็นสัญญาไปแล้วต้องทำตามทุกข้อ ไม่จริงเลย ถ้าข้อสัญญาขัดต่อกฎหมาย ข้อนั้นเป็นโมฆะ แม้เราจะเซ็นยินยอมไปแล้วก็ตาม
ข้อสัญญาที่ใส่ไม่ได้ตามประกาศ สคบ. มีเยอะ เช่น ห้ามเจ้าของเข้าห้องโดยไม่แจ้งล่วงหน้าอย่างน้อย 24 ชั่วโมง ห้ามขึ้นค่าเช่าระหว่างสัญญา ห้ามกำหนดให้ผู้เช่าต้องรับผิดชอบค่าซ่อมแซมที่เกิดจากการเสื่อมสภาพตามปกติ และห้ามตัดน้ำตัดไฟเพื่อบังคับให้ผู้เช่าออก
อีกเรื่องที่เจอบ่อย คือ สัญญาเขียนว่า "ค่าน้ำค่าไฟตามที่เจ้าของกำหนด" แบบนี้ไม่ได้ ต้องคิดค่าน้ำค่าไฟในอัตราเดียวกับที่การประปาและการไฟฟ้าเรียกเก็บ หรือตามอัตราที่นิติบุคคลของคอนโดกำหนด ห้ามบวกเพิ่มเอากำไร เช่น คอนโดย่าน รัชดาภิเษก บางแห่งคิดค่าไฟหน่วยละ 8-9 บาท ทั้งที่อัตราจริงอยู่แค่ประมาณ 4-5 บาท แบบนี้ผิดกฎหมาย
ตามกฎหมาย ถ้าสัญญากำหนดระยะเวลาไว้ชัดเจน เช่น 1 ปี ทั้งสองฝ่ายต้องปฏิบัติตามจนครบสัญญา เจ้าของไม่มีสิทธิ์ไล่ผู้เช่าออกก่อนกำหนดถ้าผู้เช่าไม่ได้ทำผิดสัญญา ในทางกลับกัน ผู้เช่าก็ไม่มีสิทธิ์ย้ายออกก่อนแล้วเรียกเงินประกันคืนทั้งหมด ยกเว้นมีเหตุตามกฎหมาย
แต่ถ้าเจ้าของจะบอกเลิกสัญญาเพราะผู้เช่าทำผิด ต้องบอกกล่าวล่วงหน้าเป็นหนังสือ ไม่ใช่แค่ส่งไลน์มาบอก และต้องให้เวลาผู้เช่าแก้ไขภายในระยะเวลาสมควร ถ้าเป็นสัญญาที่ไม่กำหนดระยะเวลา ต้องบอกกล่าวล่วงหน้าอย่างน้อย 1 รอบการชำระค่าเช่า คือถ้าจ่ายเป็นรายเดือน ต้องบอกล่วงหน้า 1 เดือน
เรื่องที่ต้องระวังมาก คือ ถ้าเจ้าของขายคอนโดระหว่างที่เรายังเช่าอยู่ สัญญาเช่ายังมีผลบังคับใช้กับเจ้าของใหม่ ตาม ป.พ.พ. มาตรา 569 "ซื้อไม่ล้างเช่า" เจ้าของใหม่ต้องเคารพสัญญาเช่าเดิมจนกว่าจะหมดสัญญา ถ้าเจ้าของใหม่มาไล่ออก อย่ายอม คุณมีสิทธิ์อยู่ต่อ
ในแง่สัญญาเช่า สิทธิ์ของผู้เช่าต่างชาติไม่ต่างจากคนไทยเลย กฎหมายคุ้มครองเท่าเทียมกัน แต่มีบางเรื่องที่ต่างชาติต้องรู้เพิ่มเติม
อย่างแรก คอนโดบางแห่งในย่าน อโศก หรือ พร้อมพงษ์ อาจกำหนดค่าเช่าสูงกว่าสำหรับชาวต่างชาติ ตรงนี้ไม่ผิดกฎหมายเพราะเป็นเรื่องข้อตกลงทางธุรกิจ แต่จากข้อมูลของ DDproperty ราคาเช่าเฉลี่ยคอนโด 1 ห้องนอนในเขตกรุงเทพชั้นใน อยู่ที่ประมาณ 15,000-35,000 บาทต่อเดือน ไม่ว่าผู้เช่าจะสัญชาติใด
อีกเรื่องคือ ถ้าต่างชาติเช่าคอนโดแล้วเจ้าของต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายนำส่ง กรมสรรพากร ตามกฎหมาย ตรงนี้เป็นภาระของเจ้าของ ไม่ใช่ผู้เช่า ถ้าเจ้าของบอกให้ผู้เช่าจ่ายภาษีเพิ่ม ต้องตกลงกันให้ชัดเจนตั้งแต่ก่อนเซ็นสัญญา
อ่านมาถึงตรงนี้ อาจรู้สึกว่าเรื่องเยอะจัง แต่จริงๆ แค่ระวังตอนเซ็นสัญญาก็ป้องกันปัญหาได้เกือบทั้งหมด นี่คือเช็กลิสต์สั้นๆ ที่ควรทำทุกครั้ง
ก่อนเซ็นสัญญา ให้อ่านทุกข้อในสัญญาอย่างละเอียด อย่าอายที่จะถามหรือขอแก้ไข ถ่ายรูปและวิดีโอสภาพห้องทุกมุมก่อนย้ายเข้า รวมถึงเฟอร์นิเจอร์ เครื่องใช้ไฟฟ้า รอยขีดข่วน คราบสกปรก แล้วส่งให้เจ้าของรับทราบเป็นลายลักษณ์อักษร ถ่ายรูปมิเตอร์น้ำและไฟฟ้าไว้ด้วย
ระหว่างเช่า ให้เก็บหลักฐานการจ่ายค่าเช่าทุกเดือน ไม่ว่าจะเป็นสลิปโอนเงิน ใบเสร็จ หรือแม้แต่แชท ถ้ามีปัญหาอะไรแจ้งเจ้าของเป็นลายลักษณ์อักษรเสมอ อย่าแจ้งแค่ปากเปล่า
ตอนย้ายออก ถ่ายรูปสภาพห้องอีกครั้งเปรียบเทียบกับตอนย้ายเข้า ทำบันทึกส่งมอบห้องร่วมกับเจ้าของ ลงวันที่และเซ็นทั้งสองฝ่าย แล้วติดตามเงินประกันภายใน 7 วัน ถ้าเลยกำหนดให้ส่งหนังสือทวงถามทันที
ถ้าเจ้าของไม่ยอ
เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้ไหม? เจ้าของคอนโดมาบอกให้ย้ายออกภายใน 15 วัน ทั้งที่สัญญายังไม่หมด หรือหักเงินค่าประกันหมดเกลี้ยงโดยอ้างว่า "ของเสียหาย" ทั้งที่เราดูแลห้องดีมาก ถ้าเคยเจอ คุณไม่ได้อยู่คนเดียว เพราะปัญหาเรื่องสิทธิ์ผู้เช่าคอนโดไทยเป็นเรื่องที่คนเช่าเจอกันบ่อยมาก ไม่ว่าจะเป็นคนไทยหรือชาวต่างชาติ
ปัญหาคือ คนเช่าส่วนใหญ่ไม่รู้ว่าตัวเองมีสิทธิ์อะไรบ้างตามกฎหมาย พอเจ้าของบอกอะไรมาก็ยอมตามหมด ทั้งที่จริงแล้วกฎหมายไทยคุ้มครองผู้เช่าไว้หลายข้อ วันนี้มาคุยกันแบบเพื่อนบอกเพื่อน เรื่องกฎหมายที่ทุกคนต้องรู้ก่อนเซ็นสัญญาเช่าคอนโดสักห้อง
กฎหมายที่เกี่ยวกับการเช่าคอนโดในไทยมีหลายฉบับ แต่ตัวหลักที่ต้องรู้คือ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ป.พ.พ.) ลักษณะเช่าทรัพย์ มาตรา 537-571 และ ประกาศคณะกรรมการว่าด้วยสัญญา เรื่อง ให้ธุรกิจการให้เช่าอาคารเพื่ออยู่อาศัยเป็นธุรกิจที่ควบคุมสัญญา พ.ศ. 2562 ของ สคบ. ซึ่งอันหลังนี้สำคัญมาก เพราะออกมาคุ้มครองผู้เช่าโดยเฉพาะ
สำหรับชาวต่างชาติ กฎหมายเหล่านี้คุ้มครองเท่าเทียมกันไม่ว่าจะสัญชาติไหน ขอแค่สัญญาเช่าทำถูกต้องตามกฎหมายไทย ถ้าสัญญาเขียนเป็นภาษาอังกฤษ ให้ระวังว่าฉบับภาษาไทยจะมีผลทางกฎหมายเหนือกว่าเสมอ
ตาม กรมที่ดิน สัญญาเช่าที่มีระยะเวลาเกิน 3 ปี ต้องจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ไม่งั้นจะบังคับได้แค่ 3 ปีเท่านั้น แต่สำหรับการเช่าคอนโดทั่วไปที่ทำสัญญา 1 ปี ไม่ต้องจดทะเบียน ทำสัญญาเป็นหนังสือระหว่างกันก็ใช้ได้เลย
เรื่องนี้เป็นปัญหาอันดับ 1 ที่คนเช่าคอนโดในกรุงเทพเจอกันบ่อยที่สุด ตามประกาศ สคบ. พ.ศ. 2562 กำหนดชัดเจนว่า เจ้าของเก็บเงินประกันได้ไม่เกิน 1 เดือนค่าเช่า เช่น ถ้าค่าเช่า 15,000 บาทต่อเดือน เงินประกันต้องไม่เกิน 15,000 บาท
แต่ในทางปฏิบัติ คอนโดหลายแห่งในย่าน สุขุมวิท ทองหล่อ หรือ สีลม ยังเก็บเงินประกัน 2 เดือน อยู่ ซึ่งถ้าเจ้าของเป็นบุคคลธรรมดาที่ให้เช่าแค่ห้องสองห้อง อาจไม่เข้าข่ายประกาศ สคบ. ฉบับนี้ แต่ถ้าเป็นนิติบุคคลหรือทำเป็นธุรกิจ ต้องเก็บได้แค่ 1 เดือนเท่านั้น
ส่วนเรื่องการคืนเงินประกัน กฎหมายกำหนดว่าต้องคืนภายใน 7 วัน หลังสิ้นสุดสัญญาเช่าและส่งมอบห้องคืน ถ้าเจ้าของจะหักค่าเสียหาย ต้องมีหลักฐานชัดเจนว่าเสียหายจริง และต้องแยกออกจากการเสื่อมสภาพตามปกติ ผนังที่สีเหลืองขึ้นตามเวลา หรือพื้นที่มีรอยขีดข่วนเล็กน้อย พวกนี้ถือเป็นการเสื่อมสภาพตามธรรมชาติ เจ้าของหักเงินไม่ได้
หลายคนคิดว่าถ้าเซ็นสัญญาไปแล้วต้องทำตามทุกข้อ ไม่จริงเลย ถ้าข้อสัญญาขัดต่อกฎหมาย ข้อนั้นเป็นโมฆะ แม้เราจะเซ็นยินยอมไปแล้วก็ตาม
ข้อสัญญาที่ใส่ไม่ได้ตามประกาศ สคบ. มีเยอะ เช่น ห้ามเจ้าของเข้าห้องโดยไม่แจ้งล่วงหน้าอย่างน้อย 24 ชั่วโมง ห้ามขึ้นค่าเช่าระหว่างสัญญา ห้ามกำหนดให้ผู้เช่าต้องรับผิดชอบค่าซ่อมแซมที่เกิดจากการเสื่อมสภาพตามปกติ และห้ามตัดน้ำตัดไฟเพื่อบังคับให้ผู้เช่าออก
อีกเรื่องที่เจอบ่อย คือ สัญญาเขียนว่า "ค่าน้ำค่าไฟตามที่เจ้าของกำหนด" แบบนี้ไม่ได้ ต้องคิดค่าน้ำค่าไฟในอัตราเดียวกับที่การประปาและการไฟฟ้าเรียกเก็บ หรือตามอัตราที่นิติบุคคลของคอนโดกำหนด ห้ามบวกเพิ่มเอากำไร เช่น คอนโดย่าน รัชดาภิเษก บางแห่งคิดค่าไฟหน่วยละ 8-9 บาท ทั้งที่อัตราจริงอยู่แค่ประมาณ 4-5 บาท แบบนี้ผิดกฎหมาย
ตามกฎหมาย ถ้าสัญญากำหนดระยะเวลาไว้ชัดเจน เช่น 1 ปี ทั้งสองฝ่ายต้องปฏิบัติตามจนครบสัญญา เจ้าของไม่มีสิทธิ์ไล่ผู้เช่าออกก่อนกำหนดถ้าผู้เช่าไม่ได้ทำผิดสัญญา ในทางกลับกัน ผู้เช่าก็ไม่มีสิทธิ์ย้ายออกก่อนแล้วเรียกเงินประกันคืนทั้งหมด ยกเว้นมีเหตุตามกฎหมาย
แต่ถ้าเจ้าของจะบอกเลิกสัญญาเพราะผู้เช่าทำผิด ต้องบอกกล่าวล่วงหน้าเป็นหนังสือ ไม่ใช่แค่ส่งไลน์มาบอก และต้องให้เวลาผู้เช่าแก้ไขภายในระยะเวลาสมควร ถ้าเป็นสัญญาที่ไม่กำหนดระยะเวลา ต้องบอกกล่าวล่วงหน้าอย่างน้อย 1 รอบการชำระค่าเช่า คือถ้าจ่ายเป็นรายเดือน ต้องบอกล่วงหน้า 1 เดือน
เรื่องที่ต้องระวังมาก คือ ถ้าเจ้าของขายคอนโดระหว่างที่เรายังเช่าอยู่ สัญญาเช่ายังมีผลบังคับใช้กับเจ้าของใหม่ ตาม ป.พ.พ. มาตรา 569 "ซื้อไม่ล้างเช่า" เจ้าของใหม่ต้องเคารพสัญญาเช่าเดิมจนกว่าจะหมดสัญญา ถ้าเจ้าของใหม่มาไล่ออก อย่ายอม คุณมีสิทธิ์อยู่ต่อ
ฝากข้อมูลแล้วอ่านบทความต่อได้เลย ทีมงานจะติดต่อกลับ
ในแง่สัญญาเช่า สิทธิ์ของผู้เช่าต่างชาติไม่ต่างจากคนไทยเลย กฎหมายคุ้มครองเท่าเทียมกัน แต่มีบางเรื่องที่ต่างชาติต้องรู้เพิ่มเติม
อย่างแรก คอนโดบางแห่งในย่าน อโศก หรือ พร้อมพงษ์ อาจกำหนดค่าเช่าสูงกว่าสำหรับชาวต่างชาติ ตรงนี้ไม่ผิดกฎหมายเพราะเป็นเรื่องข้อตกลงทางธุรกิจ แต่จากข้อมูลของ DDproperty ราคาเช่าเฉลี่ยคอนโด 1 ห้องนอนในเขตกรุงเทพชั้นใน อยู่ที่ประมาณ 15,000-35,000 บาทต่อเดือน ไม่ว่าผู้เช่าจะสัญชาติใด
อีกเรื่องคือ ถ้าต่างชาติเช่าคอนโดแล้วเจ้าของต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายนำส่ง กรมสรรพากร ตามกฎหมาย ตรงนี้เป็นภาระของเจ้าของ ไม่ใช่ผู้เช่า ถ้าเจ้าของบอกให้ผู้เช่าจ่ายภาษีเพิ่ม ต้องตกลงกันให้ชัดเจนตั้งแต่ก่อนเซ็นสัญญา
อ่านมาถึงตรงนี้ อาจรู้สึกว่าเรื่องเยอะจัง แต่จริงๆ แค่ระวังตอนเซ็นสัญญาก็ป้องกันปัญหาได้เกือบทั้งหมด นี่คือเช็กลิสต์สั้นๆ ที่ควรทำทุกครั้ง
ก่อนเซ็นสัญญา ให้อ่านทุกข้อในสัญญาอย่างละเอียด อย่าอายที่จะถามหรือขอแก้ไข ถ่ายรูปและวิดีโอสภาพห้องทุกมุมก่อนย้ายเข้า รวมถึงเฟอร์นิเจอร์ เครื่องใช้ไฟฟ้า รอยขีดข่วน คราบสกปรก แล้วส่งให้เจ้าของรับทราบเป็นลายลักษณ์อักษร ถ่ายรูปมิเตอร์น้ำและไฟฟ้าไว้ด้วย
ระหว่างเช่า ให้เก็บหลักฐานการจ่ายค่าเช่าทุกเดือน ไม่ว่าจะเป็นสลิปโอนเงิน ใบเสร็จ หรือแม้แต่แชท ถ้ามีปัญหาอะไรแจ้งเจ้าของเป็นลายลักษณ์อักษรเสมอ อย่าแจ้งแค่ปากเปล่า
ตอนย้ายออก ถ่ายรูปสภาพห้องอีกครั้งเปรียบเทียบกับตอนย้ายเข้า ทำบันทึกส่งมอบห้องร่วมกับเจ้าของ ลงวันที่และเซ็นทั้งสองฝ่าย แล้วติดตามเงินประกันภายใน 7 วัน ถ้าเลยกำหนดให้ส่งหนังสือทวงถามทันที
ถ้าเจ้าของไม่ยอ
Guides · โดย ทีมบรรณาธิการ Superagentค่าใช้จ่ายซ่อนเร้นในการเช่าคอนโดกรุงเทพฯ ที่ไม่มีใครบอกคุณค่าเช่าคอนโดกรุงเทพฯ ดูเหมือนไม่แพงจนกว่าจะถึงเดือนแรก นี่คือค่าใช้จ่ายจริงที่อยู่นอกเหนือตัวเลขหลักที่ทำให้ผู้เช่าส่วนใหญ่ตกใจ25 พ.ค. 25691 นาที
Guides · โดย ทีมบรรณาธิการ Superagentคอนโดกรุงเทพฯ ที่ว่างนานบอกอะไรคุณบ้างคอนโดกรุงเทพฯ ที่ว่างนานหลายเดือนอาจบ่งชี้ถึงราคาสูงเกิน ปัญหาเจ้าของ หรือปัญหาจริงในห้อง มาเรียนรู้วิธีอ่านสัญญาณเหล่านี้25 พ.ค. 25691 นาที
Guides · โดย ทีมบรรณาธิการ Superagentสัญญาณอันตรายในสัญญาเช่าคอนโดกรุงเทพฯ ที่ควรระวังสัญญาเช่าในกรุงเทพฯ มักซ่อนข้อกำหนดที่เสี่ยง นี่คือสัญญาณอันตรายที่ผู้เช่าทุกคนต้องตรวจพบก่อนเซ็นสัญญา25 พ.ค. 25691 นาที
Guides · โดย ทีมบรรณาธิการ Superagentทำงานออนไลน์จากคอนโด: เลือกห้องอย่างไรให้ทำงานได้ดีที่สุดการทำงานออนไลน์จากคอนโดต้องเลือกห้องให้ดี เพราะไม่ใช่ทุกห้องเหมาะกับงาน 8-10 ชั่วโมง บทความนี้บอกวิธีเลือกคอนโดมีเน็ตดี พื้นที่กว้าง และเงียบเหมาะสำหรับการ9 พ.ค. 25691 นาที