Guides
รู้จุดที่ต้องพิจารณาในสัญญาเช่าคอนโด เพื่อไม่ให้เดือดร้อนหลังจากลงนาม

สรุป
หลายคนรีบเซ็นสัญญาเช่าคอนโดโดยไม่อ่านให้ครบ จึงพบปัญหาเงื่อนไขแปลก ค่าปรับสูง หรือเงินประกันที่ไม่ได้คืน บทความนี้จะชี้ให้เห็นจุดสำคัญที่ต้องตรวจสอบในสัญญา
เคยมั้ย? ตื่นเต้นจนลนลานอยากจะเซ็นสัญญาเช่าคอนโดสักห้อง เพราะห้องสวย วิวดี ใกล้ BTS อโศก หรือ MRT ลาดพร้าว พอเซ็นไปแล้วค่อยมานั่งอ่านสัญญาทีหลัง แล้วก็พบว่า... มีเงื่อนไขแปลก ๆ ซ่อนอยู่ ค่าปรับเยอะเกินจริง หรือเงินประกันที่อาจไม่ได้คืน
จริง ๆ แล้วปัญหาเรื่องสัญญาเช่าคอนโดเป็นเรื่องที่คนเช่าในกรุงเทพเจอกันบ่อยมาก โดยเฉพาะชาวต่างชาติที่อ่านภาษาไทยไม่ออก หรือคนที่เพิ่งเช่าคอนโดเป็นครั้งแรก ข้อมูลจาก DDproperty ระบุว่าข้อพิพาทเรื่องสัญญาเช่าเป็นหนึ่งในปัญหาที่พบบ่อยที่สุดในตลาดเช่าคอนโดกรุงเทพ ซึ่งห้องเช่าเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 15,000-30,000 บาท/เดือน ในทำเลยอดนิยมอย่างสุขุมวิท สีลม หรือรัชดาภิเษก
บทความนี้จะพาไปดูทุกข้อที่สัญญาเช่าคอนโดที่ดีควรมี แบบเข้าใจง่าย ใช้ได้จริง ไม่ว่าจะเช่าห้องราคา 8,000 บาทที่ The Base พระราม 9 หรือห้องหรู 50,000 บาทที่ Esse Asoke ก็ต้องเช็กให้ครบก่อนเซ็นทุกครั้ง
สิ่งแรกที่สัญญาเช่าคอนโดทุกฉบับต้องมีคือข้อมูลพื้นฐานของทั้งสองฝ่าย ฟังดูเป็นเรื่องธรรมดา แต่หลายคนเจอสัญญาที่ข้อมูลไม่ครบ หรือชื่อผู้ให้เช่าไม่ตรงกับชื่อเจ้าของกรรมสิทธิ์จริง
ข้อมูลที่ต้องมีคือ ชื่อ-นามสกุลของผู้ให้เช่าและผู้เช่า เลขบัตรประชาชนหรือเลขพาสปอร์ต ที่อยู่ปัจจุบันของทั้งสองฝ่าย ชื่อโครงการคอนโด เลขที่ห้อง ชั้น อาคาร และที่อยู่ของโครงการ เช่น "ห้อง 1205 ชั้น 12 อาคาร A คอนโด Life Asoke-Rama 9 ซอยพระราม 9 ซอย 6"
สำคัญมาก คือต้องตรวจสอบว่าคนที่ลงชื่อเป็นผู้ให้เช่าเป็นเจ้าของห้องจริง ๆ ขอดูสำเนาโฉนดหรือหนังสือแสดงกรรมสิทธิ์ห้องชุดได้เลย ข้อมูลเรื่องกรรมสิทธิ์ห้องชุดสามารถตรวจสอบได้ที่ กรมที่ดิน ถ้าเขาปฏิเสธไม่ให้ดู ถือเป็นสัญญาณเตือนที่ต้องระวัง
ส่วนนี้คือหัวใจสำคัญที่สุดของสัญญา เพราะเป็นเรื่องเงิน ๆ ทอง ๆ สัญญาที่ดีต้องระบุชัดเจนว่าค่าเช่าเดือนละเท่าไหร่ จ่ายภายในวันที่เท่าไหร่ของทุกเดือน จ่ายด้วยวิธีไหน โอนเข้าบัญชีธนาคารอะไร
เรื่องเงินประกัน (ค่ามัดจำ) ต้องดูให้ดี ปกติในกรุงเทพจะเก็บ 2 เดือน เช่น ห้องค่าเช่า 15,000 บาท ก็จ่ายมัดจำ 30,000 บาท บวกค่าเช่าล่วงหน้า 1 เดือน รวมวันเซ็นสัญญาต้องจ่าย 45,000 บาท สัญญาต้องระบุเงื่อนไขการคืนเงินประกันให้ชัด เช่น คืนภายในกี่วันหลังย้ายออก หักค่าอะไรได้บ้าง
ค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่ต้องระบุ ได้แก่ ค่าน้ำคิดยูนิตละเท่าไหร่ ค่าไฟคิดยูนิตละเท่าไหร่ (ตรงนี้สำคัญ บางเจ้าคิดค่าไฟยูนิตละ 7-8 บาท ทั้งที่การไฟฟ้าคิดประมาณ 4-5 บาท) ค่าส่วนกลางใครจ่าย ค่าอินเทอร์เน็ตรวมหรือไม่ ค่าที่จอดรถเพิ่มอีกเท่าไหร่
สัญญาเช่าคอนโดในกรุงเทพส่วนใหญ่ทำกัน 1 ปี บางทีก็ 6 เดือน ถ้าสัญญาเกิน 3 ปีตามกฎหมายไทยต้องจดทะเบียนที่กรมที่ดิน ไม่งั้นจะบังคับใช้ได้แค่ 3 ปี ตาม พระราชบัญญัติการเช่าอสังหาริมทรัพย์
สิ่งที่ต้องเช็กคือ วันเริ่มต้นและวันสิ้นสุดสัญญา ระบุวัน เดือน ปี ให้ชัดเจน เงื่อนไขการต่อสัญญา ต้องแจ้งล่วงหน้ากี่วัน ค่าเช่าจะปรับขึ้นมั้ย ปรับได้สูงสุดเท่าไหร่ บางสัญญาเขียนว่าปรับขึ้นได้ 5-10% ต่อปี ซึ่งถ้าเช่าห้อง 20,000 บาท ปีถัดไปอาจกลายเป็น 22,000 บาทเลย
เรื่องการยกเลิกสัญญาก่อนกำหนดสำคัญมาก ต้องดูว่าถ้าอยากย้ายออกก่อนครบสัญญาต้องแจ้งล่วงหน้ากี่วัน (ปกติ 30-60 วัน) แล้วจะถูกหักเงินประกันมั้ย มีค่าปรับเพิ่มเติมหรือเปล่า บางสัญญาเขียนว่ายกเลิกก่อนกำหนดจะริบเงินประกันทั้งหมด ซึ่งถ้าเป็นเงินประกัน 30,000-60,000 บาท ก็เจ็บหนักเลย
อันนี้คือจุดที่คนมักมองข้าม แล้วมาเสียใจทีหลังตอนย้ายออก สัญญาเช่าที่ดีต้องมีรายการทรัพย์สินในห้องแนบท้ายสัญญา เช่น แอร์กี่ตัว ยี่ห้ออะไร ตู้เย็น เครื่องซักผ้า ไมโครเวฟ ทีวี เฟอร์นิเจอร์ทุกชิ้น พร้อมระบุสภาพว่าใหม่หรือมีตำหนิตรงไหน
แนะนำอย่างยิ่งให้ถ่ายรูปและถ่ายวิดีโอสภาพห้องทุกมุมในวันรับกุญแจ ถ่ายพื้น ผนัง เพดาน ห้องน้ำ ครัว ระเบียง รอยขีดข่วน รอยแตก ทุกอย่าง แล้วส่งให้เจ้าของห้องยืนยันผ่านแชท จะได้เป็นหลักฐานว่าตอนรับห้องมาสภาพเป็นแบบนี้ ไม่ใช่คุณทำเสียหาย
สัญญาควรระบุด้วยว่าถ้าเครื่องใช้ไฟฟ้าเสียจากการใช้งานปกติ ใครเป็นคนซ่อม ส่วนใหญ่เจ้าของห้องจะรับผิดชอบ แต่ถ้าเสียจากการใช้งานผิดวิธี ผู้เช่าต้องจ่ายเอง ตรงนี้ต้องเขียนให้ชัด
คอนโดแต่ละโครงการมีกฎระเบียบไม่เหมือนกัน สัญญาเช่าที่ดีจะระบุหรืออ้างอิงกฎของนิติบุคคลไว้ด้วย เรื่องที่ต้องเช็กเป็นพิเศษคือ
เลี้ยงสัตว์ได้มั้ย? คอนโดหลายโครงการในกรุงเทพไม่อนุญาต เช่น Lumpini หลายสาขา ในขณะที่บางโครงการอย่าง Hasu Haus สุขุมวิท 77 หรือ Whizdom Essence สุขุมวิท 101 อนุญาตให้เลี้ยงสัตว์ได้ ถ้าคุณมีน้องหมาน้องแมว ต้องเช็กตรงนี้ให้ชัดก่อนเซ็น
ทำอาหารได้มั้ย? ฟังดูแปลก แต่คอนโดบางโครงการห้ามทำอาหารที่มีกลิ่นแรงหรือใช้เตาแก๊ส ให้ใช้ได้แค่เตาไฟฟ้า เรื่องนี้ชาวต่างชาติที่ชอบทำอาหารเองต้องระวัง
เรื่องอื่น ๆ เช่น ห้ามใช้ห้องเพื่อธุรกิจ ห้ามให้คนอื่นมาพักเกินกี่คน ช่วงเวลาเงียบ (ส่วนใหญ่ 22:00-06:00) การใช้พื้นที่ส่วนกลางอย่างสระว่ายน้ำ ฟิตเนส เวลาเปิด-ปิด ล็อกเกอร์ ที่จอดรถ
จากประสบการณ์ที่เห็นสัญญาเช่ามาเยอะ มีหลายข้อที่เจอบ่อยและต้องระวังเป็นพิเศษ
"ผู้ให้เช่าสามารถเข้าห้องได้ตลอดเวลาโดยไม่ต้องแจ้งล่วงหน้า" อันนี้ไม่โอเค สัญญาที่ดีต้องระบุว่าเจ้าของต้องแจ้งล่วงหน้าอย่างน้อย 24 ชั่วโมง ยกเว้นกรณีฉุกเฉินเท่านั้น
"ผู้เช่าต้องรับผิดชอบค่าซ่อมแซมทุกอย่าง" ไม่ถูกต้อง การซ่อมแซมจากการสึกหรอตามปกติ เช่น แอร์เสียเพราะใช้มานาน ท่อน้ำรั่วจากอายุการใช้งาน ควรเป็นความรับผิดชอบของเจ้าของ
"ผู้ให้เช่าสามารถปรับค่าเช่าได้ทุกเมื่อ" ไม่ควรยอมรับ ค่าเช่าควรคงที่ตลอดอายุสัญญา ถ้าจะปรับต้องระบุเงื่อนไขชัดเจนว่าปรับได้ตอนต่อสัญญาเท่านั้น
สัญญาเช่าคอนโดอาจดูเป็นเอกสารน่าเบื่อ แต่มันคือสิ่งที่ปกป้องทั้งคุณและเจ้าของ
เคยมั้ย? ตื่นเต้นจนลนลานอยากจะเซ็นสัญญาเช่าคอนโดสักห้อง เพราะห้องสวย วิวดี ใกล้ BTS อโศก หรือ MRT ลาดพร้าว พอเซ็นไปแล้วค่อยมานั่งอ่านสัญญาทีหลัง แล้วก็พบว่า... มีเงื่อนไขแปลก ๆ ซ่อนอยู่ ค่าปรับเยอะเกินจริง หรือเงินประกันที่อาจไม่ได้คืน
จริง ๆ แล้วปัญหาเรื่องสัญญาเช่าคอนโดเป็นเรื่องที่คนเช่าในกรุงเทพเจอกันบ่อยมาก โดยเฉพาะชาวต่างชาติที่อ่านภาษาไทยไม่ออก หรือคนที่เพิ่งเช่าคอนโดเป็นครั้งแรก ข้อมูลจาก DDproperty ระบุว่าข้อพิพาทเรื่องสัญญาเช่าเป็นหนึ่งในปัญหาที่พบบ่อยที่สุดในตลาดเช่าคอนโดกรุงเทพ ซึ่งห้องเช่าเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 15,000-30,000 บาท/เดือน ในทำเลยอดนิยมอย่างสุขุมวิท สีลม หรือรัชดาภิเษก
บทความนี้จะพาไปดูทุกข้อที่สัญญาเช่าคอนโดที่ดีควรมี แบบเข้าใจง่าย ใช้ได้จริง ไม่ว่าจะเช่าห้องราคา 8,000 บาทที่ The Base พระราม 9 หรือห้องหรู 50,000 บาทที่ Esse Asoke ก็ต้องเช็กให้ครบก่อนเซ็นทุกครั้ง
สิ่งแรกที่สัญญาเช่าคอนโดทุกฉบับต้องมีคือข้อมูลพื้นฐานของทั้งสองฝ่าย ฟังดูเป็นเรื่องธรรมดา แต่หลายคนเจอสัญญาที่ข้อมูลไม่ครบ หรือชื่อผู้ให้เช่าไม่ตรงกับชื่อเจ้าของกรรมสิทธิ์จริง
ข้อมูลที่ต้องมีคือ ชื่อ-นามสกุลของผู้ให้เช่าและผู้เช่า เลขบัตรประชาชนหรือเลขพาสปอร์ต ที่อยู่ปัจจุบันของทั้งสองฝ่าย ชื่อโครงการคอนโด เลขที่ห้อง ชั้น อาคาร และที่อยู่ของโครงการ เช่น "ห้อง 1205 ชั้น 12 อาคาร A คอนโด Life Asoke-Rama 9 ซอยพระราม 9 ซอย 6"
สำคัญมาก คือต้องตรวจสอบว่าคนที่ลงชื่อเป็นผู้ให้เช่าเป็นเจ้าของห้องจริง ๆ ขอดูสำเนาโฉนดหรือหนังสือแสดงกรรมสิทธิ์ห้องชุดได้เลย ข้อมูลเรื่องกรรมสิทธิ์ห้องชุดสามารถตรวจสอบได้ที่ กรมที่ดิน ถ้าเขาปฏิเสธไม่ให้ดู ถือเป็นสัญญาณเตือนที่ต้องระวัง
ส่วนนี้คือหัวใจสำคัญที่สุดของสัญญา เพราะเป็นเรื่องเงิน ๆ ทอง ๆ สัญญาที่ดีต้องระบุชัดเจนว่าค่าเช่าเดือนละเท่าไหร่ จ่ายภายในวันที่เท่าไหร่ของทุกเดือน จ่ายด้วยวิธีไหน โอนเข้าบัญชีธนาคารอะไร
เรื่องเงินประกัน (ค่ามัดจำ) ต้องดูให้ดี ปกติในกรุงเทพจะเก็บ 2 เดือน เช่น ห้องค่าเช่า 15,000 บาท ก็จ่ายมัดจำ 30,000 บาท บวกค่าเช่าล่วงหน้า 1 เดือน รวมวันเซ็นสัญญาต้องจ่าย 45,000 บาท สัญญาต้องระบุเงื่อนไขการคืนเงินประกันให้ชัด เช่น คืนภายในกี่วันหลังย้ายออก หักค่าอะไรได้บ้าง
ค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่ต้องระบุ ได้แก่ ค่าน้ำคิดยูนิตละเท่าไหร่ ค่าไฟคิดยูนิตละเท่าไหร่ (ตรงนี้สำคัญ บางเจ้าคิดค่าไฟยูนิตละ 7-8 บาท ทั้งที่การไฟฟ้าคิดประมาณ 4-5 บาท) ค่าส่วนกลางใครจ่าย ค่าอินเทอร์เน็ตรวมหรือไม่ ค่าที่จอดรถเพิ่มอีกเท่าไหร่
สัญญาเช่าคอนโดในกรุงเทพส่วนใหญ่ทำกัน 1 ปี บางทีก็ 6 เดือน ถ้าสัญญาเกิน 3 ปีตามกฎหมายไทยต้องจดทะเบียนที่กรมที่ดิน ไม่งั้นจะบังคับใช้ได้แค่ 3 ปี ตาม พระราชบัญญัติการเช่าอสังหาริมทรัพย์
สิ่งที่ต้องเช็กคือ วันเริ่มต้นและวันสิ้นสุดสัญญา ระบุวัน เดือน ปี ให้ชัดเจน เงื่อนไขการต่อสัญญา ต้องแจ้งล่วงหน้ากี่วัน ค่าเช่าจะปรับขึ้นมั้ย ปรับได้สูงสุดเท่าไหร่ บางสัญญาเขียนว่าปรับขึ้นได้ 5-10% ต่อปี ซึ่งถ้าเช่าห้อง 20,000 บาท ปีถัดไปอาจกลายเป็น 22,000 บาทเลย
เรื่องการยกเลิกสัญญาก่อนกำหนดสำคัญมาก ต้องดูว่าถ้าอยากย้ายออกก่อนครบสัญญาต้องแจ้งล่วงหน้ากี่วัน (ปกติ 30-60 วัน) แล้วจะถูกหักเงินประกันมั้ย มีค่าปรับเพิ่มเติมหรือเปล่า บางสัญญาเขียนว่ายกเลิกก่อนกำหนดจะริบเงินประกันทั้งหมด ซึ่งถ้าเป็นเงินประกัน 30,000-60,000 บาท ก็เจ็บหนักเลย
อันนี้คือจุดที่คนมักมองข้าม แล้วมาเสียใจทีหลังตอนย้ายออก สัญญาเช่าที่ดีต้องมีรายการทรัพย์สินในห้องแนบท้ายสัญญา เช่น แอร์กี่ตัว ยี่ห้ออะไร ตู้เย็น เครื่องซักผ้า ไมโครเวฟ ทีวี เฟอร์นิเจอร์ทุกชิ้น พร้อมระบุสภาพว่าใหม่หรือมีตำหนิตรงไหน
แนะนำอย่างยิ่งให้ถ่ายรูปและถ่ายวิดีโอสภาพห้องทุกมุมในวันรับกุญแจ ถ่ายพื้น ผนัง เพดาน ห้องน้ำ ครัว ระเบียง รอยขีดข่วน รอยแตก ทุกอย่าง แล้วส่งให้เจ้าของห้องยืนยันผ่านแชท จะได้เป็นหลักฐานว่าตอนรับห้องมาสภาพเป็นแบบนี้ ไม่ใช่คุณทำเสียหาย
สัญญาควรระบุด้วยว่าถ้าเครื่องใช้ไฟฟ้าเสียจากการใช้งานปกติ ใครเป็นคนซ่อม ส่วนใหญ่เจ้าของห้องจะรับผิดชอบ แต่ถ้าเสียจากการใช้งานผิดวิธี ผู้เช่าต้องจ่ายเอง ตรงนี้ต้องเขียนให้ชัด
ฝากข้อมูลแล้วอ่านบทความต่อได้เลย ทีมงานจะติดต่อกลับ
คอนโดแต่ละโครงการมีกฎระเบียบไม่เหมือนกัน สัญญาเช่าที่ดีจะระบุหรืออ้างอิงกฎของนิติบุคคลไว้ด้วย เรื่องที่ต้องเช็กเป็นพิเศษคือ
เลี้ยงสัตว์ได้มั้ย? คอนโดหลายโครงการในกรุงเทพไม่อนุญาต เช่น Lumpini หลายสาขา ในขณะที่บางโครงการอย่าง Hasu Haus สุขุมวิท 77 หรือ Whizdom Essence สุขุมวิท 101 อนุญาตให้เลี้ยงสัตว์ได้ ถ้าคุณมีน้องหมาน้องแมว ต้องเช็กตรงนี้ให้ชัดก่อนเซ็น
ทำอาหารได้มั้ย? ฟังดูแปลก แต่คอนโดบางโครงการห้ามทำอาหารที่มีกลิ่นแรงหรือใช้เตาแก๊ส ให้ใช้ได้แค่เตาไฟฟ้า เรื่องนี้ชาวต่างชาติที่ชอบทำอาหารเองต้องระวัง
เรื่องอื่น ๆ เช่น ห้ามใช้ห้องเพื่อธุรกิจ ห้ามให้คนอื่นมาพักเกินกี่คน ช่วงเวลาเงียบ (ส่วนใหญ่ 22:00-06:00) การใช้พื้นที่ส่วนกลางอย่างสระว่ายน้ำ ฟิตเนส เวลาเปิด-ปิด ล็อกเกอร์ ที่จอดรถ
จากประสบการณ์ที่เห็นสัญญาเช่ามาเยอะ มีหลายข้อที่เจอบ่อยและต้องระวังเป็นพิเศษ
"ผู้ให้เช่าสามารถเข้าห้องได้ตลอดเวลาโดยไม่ต้องแจ้งล่วงหน้า" อันนี้ไม่โอเค สัญญาที่ดีต้องระบุว่าเจ้าของต้องแจ้งล่วงหน้าอย่างน้อย 24 ชั่วโมง ยกเว้นกรณีฉุกเฉินเท่านั้น
"ผู้เช่าต้องรับผิดชอบค่าซ่อมแซมทุกอย่าง" ไม่ถูกต้อง การซ่อมแซมจากการสึกหรอตามปกติ เช่น แอร์เสียเพราะใช้มานาน ท่อน้ำรั่วจากอายุการใช้งาน ควรเป็นความรับผิดชอบของเจ้าของ
"ผู้ให้เช่าสามารถปรับค่าเช่าได้ทุกเมื่อ" ไม่ควรยอมรับ ค่าเช่าควรคงที่ตลอดอายุสัญญา ถ้าจะปรับต้องระบุเงื่อนไขชัดเจนว่าปรับได้ตอนต่อสัญญาเท่านั้น
สัญญาเช่าคอนโดอาจดูเป็นเอกสารน่าเบื่อ แต่มันคือสิ่งที่ปกป้องทั้งคุณและเจ้าของ
ฝากข้อมูลแล้วอ่านบทความต่อได้เลย ทีมงานจะติดต่อกลับ