Guides
ผู้เช่าคอนโดควรรู้สิทธิ์ตามกฎหมายเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหากับเจ้าของทรัพย์สิน

สรุป
กฎหมายไทยคุ้มครองผู้เช่าคอนโดในหลายเรื่อง แต่หลายคนไม่รู้สิทธิ์ของตัวเองจึงเดือดร้อนเมื่อเจ้าของขึ้นค่าเช่า ไม่คืนเงินประกัน หรือบุกเข้าห้อง บทความนี้อธิบา
หลายคนที่เช่าคอนโดในกรุงเทพ โดยเฉพาะชาวต่างชาติที่เพิ่งย้ายมา มักจะเซ็นสัญญาโดยไม่ได้อ่านรายละเอียดให้ดี แล้วพอเจอปัญหา, เจ้าของขึ้นค่าเช่ากลางคัน ไม่คืนเงินประกัน หรือบุกเข้าห้องโดยไม่บอกล่วงหน้า, ก็ไม่รู้จะทำยังไง ความจริงคือกฎหมายไทยคุ้มครองผู้เช่าไว้หลายเรื่องเลย แต่ต้องรู้สิทธิ์ของตัวเองก่อน บทความนี้จะสรุปสิทธิ์สำคัญที่ผู้เช่าคอนโดทุกคนควรรู้ก่อนเซ็นสัญญา ไม่ว่าจะเช่าห้องราคา 8,000 บาทแถว BTS แบริ่ง หรือห้องหรู 60,000 บาทที่ย่านทองหล่อก็ตาม
เรื่องที่ผู้เช่าโดนบ่อยสุดคือเรื่องเงินประกัน หลายคนเช่าคอนโดแถว MRT พระราม 9 หรือ BTS อ่อนนุช แล้วโดนเจ้าของเรียกเก็บเงินประกัน 2-3 เดือน ตามประกาศคณะกรรมการว่าด้วยสัญญา พ.ศ. 2562 กำหนดชัดเจนว่าเจ้าของห้องเรียกเก็บเงินประกันได้ไม่เกิน 1 เดือนของค่าเช่า ถ้าเช่าคอนโดเดือนละ 15,000 บาท เงินประกันก็ต้องไม่เกิน 15,000 บาท
ที่สำคัญ เมื่อหมดสัญญาและคืนห้องแล้ว เจ้าของต้องคืนเงินประกันภายใน 7 วัน ถ้าเจ้าของจะหักค่าเสียหาย ก็ต้องมีหลักฐานชัดเจนว่าเสียหายตรงไหน ไม่ใช่อ้างลอย ๆ แล้วหักหมด เคล็ดลับคือวันที่รับห้อง ให้ถ่ายรูปและวิดีโอสภาพห้องทุกมุมไว้เป็นหลักฐาน ทั้งรอยขีดข่วนเดิม สภาพเฟอร์นิเจอร์ เครื่องใช้ไฟฟ้า แล้วส่งให้เจ้าของยืนยันด้วย
เรื่องนี้คนเช่าคอนโดหลายคนไม่รู้ พอเซ็นสัญญาแล้ว ห้องนั้นถือเป็นพื้นที่ส่วนตัวของผู้เช่าตามกฎหมาย เจ้าของไม่มีสิทธิ์เข้ามาตรวจห้องหรือใช้กุญแจสำรองเปิดเข้ามาเมื่อไหร่ก็ได้ ต่อให้เป็นคอนโดหรู ๆ อย่าง The Address สาทร หรือ Ideo Q สยาม ก็เหมือนกัน
ถ้าเจ้าของต้องการเข้าห้อง เช่น ซ่อมแอร์ ตรวจสภาพห้อง ต้องแจ้งล่วงหน้าและนัดหมายกับผู้เช่าก่อน ถ้าเจ้าของบุกเข้ามาโดยไม่ได้รับอนุญาต ผู้เช่ามีสิทธิ์แจ้งความข้อหาบุกรุกได้เลย แนะนำให้ระบุเรื่องนี้ไว้ในสัญญาด้วยว่าเจ้าของต้องแจ้งล่วงหน้ากี่วัน ส่วนใหญ่จะตกลงกันที่ 24-48 ชั่วโมง
ปัญหาคลาสสิกของคนเช่าคอนโดคือค่าน้ำค่าไฟ เจ้าของบางคนคิดค่าไฟหน่วยละ 8-9 บาท ทั้ง ๆ ที่การไฟฟ้าคิดแค่หน่วยละ 3-4 บาท กฎหมายระบุว่าเจ้าของต้องเรียกเก็บค่าน้ำค่าไฟตามอัตราที่หน่วยงานรัฐกำหนด ห้ามบวกกำไรเพิ่ม
ก่อนเซ็นสัญญา ให้ถามเจ้าของให้ชัดว่าค่าไฟคิดยังไง คิดตามมิเตอร์การไฟฟ้าตรง หรือคิดผ่านนิติบุคคล ถ้าเช่าคอนโดแถว BTS ช่องนนทรี อย่าง Lumpini Place สาทร หรือแถว MRT ลาดพร้าว อย่าง Life Ladprao ส่วนใหญ่จะมีมิเตอร์ไฟฟ้าแยกเป็นของแต่ละห้อง จ่ายตรงกับการไฟฟ้าเลย ซึ่งจะถูกกว่ามาก แต่คอนโดบางแห่งจ่ายผ่านนิติฯ ก็อาจมีค่าบริการเพิ่มเล็กน้อย ต้องสอบถามให้ชัดก่อนเซ็น
สมมติเซ็นสัญญาเช่าคอนโด 1 ปีที่ค่าเช่า 20,000 บาท/เดือน แถว BTS เอกมัย เจ้าของจะมาบอกกลางทางว่าขอขึ้นเป็น 25,000 บาทไม่ได้ ค่าเช่าที่ระบุในสัญญาถือเป็นข้อผูกพันทั้งสองฝ่าย จะเปลี่ยนแปลงได้ก็ต่อเมื่อทั้งสองฝ่ายตกลงกัน
ในทางกลับกัน ถ้ายังไม่ครบสัญญา เจ้าของก็ไล่ผู้เช่าออกไม่ได้ ยกเว้นผู้เช่าทำผิดสัญญาร้ายแรง เช่น ไม่จ่ายค่าเช่าติดต่อกัน หรือทำให้ห้องเสียหายหนัก เช่นเดียวกัน ถ้าผู้เช่าจะย้ายออกก่อนครบสัญญา ก็อาจถูกยึดเงินประกันหรือต้องจ่ายค่าปรับตามที่ระบุในสัญญา ฉะนั้นก่อนเซ็น ให้อ่านเงื่อนไขการยกเลิกสัญญาให้ละเอียด
หลายคนกลัวว่าเซ็นสัญญาไปแล้วจะทำอะไรไม่ได้ แต่ตาม พ.ร.บ. ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม ถ้าข้อสัญญาไหนเอาเปรียบผู้เช่ามากเกินไป ศาลมีอำนาจปรับลดหรือไม่บังคับใช้ข้อสัญญานั้นได้ ตัวอย่างเช่น สัญญาที่ระบุว่า "ผู้เช่าต้องรับผิดชอบค่าซ่อมแซมทุกอย่างรวมถึงการเสื่อมสภาพตามปกติ" ข้อนี้ไม่เป็นธรรม เพราะการเสื่อมสภาพตามปกติ เช่น สีผนังซีด แอร์เสื่อมตามอายุการใช้งาน เป็นความรับผิดชอบของเจ้าของ
หรือสัญญาที่เขียนว่า "เจ้าของมีสิทธิ์ยกเลิกสัญญาได้ทันทีโดยไม่ต้องแจ้งล่วงหน้า" ก็ถือว่าไม่เป็นธรรมเช่นกัน ผู้เช่าสามารถร้องเรียนที่สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ไม่ว่าจะเป็นคนไทยหรือชาวต่างชาติ
สรุปแล้ว สิทธิ์ผู้เช่าคอนโดตามกฎหมายไทยค่อนข้างครอบคลุม เงินประกันเก็บได้ไม่เกิน 1 เดือนและต้องคืนภายใน 7 วัน เจ้าของเข้าห้องต้องนัดล่วงหน้า ค่าน้ำค่าไฟห้ามบวกเกินจริง ห้ามขึ้นค่าเช่ากลางสัญญา และข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรมก็ฟ้องร้องได้ สิ่งสำคัญคือต้องอ่านสัญญาให้ละเอียดก่อนเซ็นทุกครั้ง ถ่ายรูปสภาพห้องเก็บไว้ และเก็บหลักฐานการจ่ายเงินทุกครั้ง
ถ้ากำลังมองหาคอนโดเช่าในกรุงเทพและอยากได้ข้อมูลที่ตรงไปตรงมา ลองใช้ Superagent ดูครับ เป็นแพลตฟอร์ม AI ที่ช่วยหาคอนโดให้ตรงความต้องการ ไม่มีนายหน้ามากดดัน แค่บอกงบ ทำเล และสิ่งที่ต้องการ ระบบจะจัดการให้ ประหยัดเวลา ได้ข้อมูลจริง และตัดสินใจได้ด้วยตัวเอง
หลายคนที่เช่าคอนโดในกรุงเทพ โดยเฉพาะชาวต่างชาติที่เพิ่งย้ายมา มักจะเซ็นสัญญาโดยไม่ได้อ่านรายละเอียดให้ดี แล้วพอเจอปัญหา, เจ้าของขึ้นค่าเช่ากลางคัน ไม่คืนเงินประกัน หรือบุกเข้าห้องโดยไม่บอกล่วงหน้า, ก็ไม่รู้จะทำยังไง ความจริงคือกฎหมายไทยคุ้มครองผู้เช่าไว้หลายเรื่องเลย แต่ต้องรู้สิทธิ์ของตัวเองก่อน บทความนี้จะสรุปสิทธิ์สำคัญที่ผู้เช่าคอนโดทุกคนควรรู้ก่อนเซ็นสัญญา ไม่ว่าจะเช่าห้องราคา 8,000 บาทแถว BTS แบริ่ง หรือห้องหรู 60,000 บาทที่ย่านทองหล่อก็ตาม
เรื่องที่ผู้เช่าโดนบ่อยสุดคือเรื่องเงินประกัน หลายคนเช่าคอนโดแถว MRT พระราม 9 หรือ BTS อ่อนนุช แล้วโดนเจ้าของเรียกเก็บเงินประกัน 2-3 เดือน ตามประกาศคณะกรรมการว่าด้วยสัญญา พ.ศ. 2562 กำหนดชัดเจนว่าเจ้าของห้องเรียกเก็บเงินประกันได้ไม่เกิน 1 เดือนของค่าเช่า ถ้าเช่าคอนโดเดือนละ 15,000 บาท เงินประกันก็ต้องไม่เกิน 15,000 บาท
ที่สำคัญ เมื่อหมดสัญญาและคืนห้องแล้ว เจ้าของต้องคืนเงินประกันภายใน 7 วัน ถ้าเจ้าของจะหักค่าเสียหาย ก็ต้องมีหลักฐานชัดเจนว่าเสียหายตรงไหน ไม่ใช่อ้างลอย ๆ แล้วหักหมด เคล็ดลับคือวันที่รับห้อง ให้ถ่ายรูปและวิดีโอสภาพห้องทุกมุมไว้เป็นหลักฐาน ทั้งรอยขีดข่วนเดิม สภาพเฟอร์นิเจอร์ เครื่องใช้ไฟฟ้า แล้วส่งให้เจ้าของยืนยันด้วย
เรื่องนี้คนเช่าคอนโดหลายคนไม่รู้ พอเซ็นสัญญาแล้ว ห้องนั้นถือเป็นพื้นที่ส่วนตัวของผู้เช่าตามกฎหมาย เจ้าของไม่มีสิทธิ์เข้ามาตรวจห้องหรือใช้กุญแจสำรองเปิดเข้ามาเมื่อไหร่ก็ได้ ต่อให้เป็นคอนโดหรู ๆ อย่าง The Address สาทร หรือ Ideo Q สยาม ก็เหมือนกัน
ถ้าเจ้าของต้องการเข้าห้อง เช่น ซ่อมแอร์ ตรวจสภาพห้อง ต้องแจ้งล่วงหน้าและนัดหมายกับผู้เช่าก่อน ถ้าเจ้าของบุกเข้ามาโดยไม่ได้รับอนุญาต ผู้เช่ามีสิทธิ์แจ้งความข้อหาบุกรุกได้เลย แนะนำให้ระบุเรื่องนี้ไว้ในสัญญาด้วยว่าเจ้าของต้องแจ้งล่วงหน้ากี่วัน ส่วนใหญ่จะตกลงกันที่ 24-48 ชั่วโมง
ปัญหาคลาสสิกของคนเช่าคอนโดคือค่าน้ำค่าไฟ เจ้าของบางคนคิดค่าไฟหน่วยละ 8-9 บาท ทั้ง ๆ ที่การไฟฟ้าคิดแค่หน่วยละ 3-4 บาท กฎหมายระบุว่าเจ้าของต้องเรียกเก็บค่าน้ำค่าไฟตามอัตราที่หน่วยงานรัฐกำหนด ห้ามบวกกำไรเพิ่ม
ก่อนเซ็นสัญญา ให้ถามเจ้าของให้ชัดว่าค่าไฟคิดยังไง คิดตามมิเตอร์การไฟฟ้าตรง หรือคิดผ่านนิติบุคคล ถ้าเช่าคอนโดแถว BTS ช่องนนทรี อย่าง Lumpini Place สาทร หรือแถว MRT ลาดพร้าว อย่าง Life Ladprao ส่วนใหญ่จะมีมิเตอร์ไฟฟ้าแยกเป็นของแต่ละห้อง จ่ายตรงกับการไฟฟ้าเลย ซึ่งจะถูกกว่ามาก แต่คอนโดบางแห่งจ่ายผ่านนิติฯ ก็อาจมีค่าบริการเพิ่มเล็กน้อย ต้องสอบถามให้ชัดก่อนเซ็น
สมมติเซ็นสัญญาเช่าคอนโด 1 ปีที่ค่าเช่า 20,000 บาท/เดือน แถว BTS เอกมัย เจ้าของจะมาบอกกลางทางว่าขอขึ้นเป็น 25,000 บาทไม่ได้ ค่าเช่าที่ระบุในสัญญาถือเป็นข้อผูกพันทั้งสองฝ่าย จะเปลี่ยนแปลงได้ก็ต่อเมื่อทั้งสองฝ่ายตกลงกัน
ฝากข้อมูลแล้วอ่านบทความต่อได้เลย ทีมงานจะติดต่อกลับ
ในทางกลับกัน ถ้ายังไม่ครบสัญญา เจ้าของก็ไล่ผู้เช่าออกไม่ได้ ยกเว้นผู้เช่าทำผิดสัญญาร้ายแรง เช่น ไม่จ่ายค่าเช่าติดต่อกัน หรือทำให้ห้องเสียหายหนัก เช่นเดียวกัน ถ้าผู้เช่าจะย้ายออกก่อนครบสัญญา ก็อาจถูกยึดเงินประกันหรือต้องจ่ายค่าปรับตามที่ระบุในสัญญา ฉะนั้นก่อนเซ็น ให้อ่านเงื่อนไขการยกเลิกสัญญาให้ละเอียด
หลายคนกลัวว่าเซ็นสัญญาไปแล้วจะทำอะไรไม่ได้ แต่ตาม พ.ร.บ. ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม ถ้าข้อสัญญาไหนเอาเปรียบผู้เช่ามากเกินไป ศาลมีอำนาจปรับลดหรือไม่บังคับใช้ข้อสัญญานั้นได้ ตัวอย่างเช่น สัญญาที่ระบุว่า "ผู้เช่าต้องรับผิดชอบค่าซ่อมแซมทุกอย่างรวมถึงการเสื่อมสภาพตามปกติ" ข้อนี้ไม่เป็นธรรม เพราะการเสื่อมสภาพตามปกติ เช่น สีผนังซีด แอร์เสื่อมตามอายุการใช้งาน เป็นความรับผิดชอบของเจ้าของ
หรือสัญญาที่เขียนว่า "เจ้าของมีสิทธิ์ยกเลิกสัญญาได้ทันทีโดยไม่ต้องแจ้งล่วงหน้า" ก็ถือว่าไม่เป็นธรรมเช่นกัน ผู้เช่าสามารถร้องเรียนที่สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ไม่ว่าจะเป็นคนไทยหรือชาวต่างชาติ
สรุปแล้ว สิทธิ์ผู้เช่าคอนโดตามกฎหมายไทยค่อนข้างครอบคลุม เงินประกันเก็บได้ไม่เกิน 1 เดือนและต้องคืนภายใน 7 วัน เจ้าของเข้าห้องต้องนัดล่วงหน้า ค่าน้ำค่าไฟห้ามบวกเกินจริง ห้ามขึ้นค่าเช่ากลางสัญญา และข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรมก็ฟ้องร้องได้ สิ่งสำคัญคือต้องอ่านสัญญาให้ละเอียดก่อนเซ็นทุกครั้ง ถ่ายรูปสภาพห้องเก็บไว้ และเก็บหลักฐานการจ่ายเงินทุกครั้ง
ถ้ากำลังมองหาคอนโดเช่าในกรุงเทพและอยากได้ข้อมูลที่ตรงไปตรงมา ลองใช้ Superagent ดูครับ เป็นแพลตฟอร์ม AI ที่ช่วยหาคอนโดให้ตรงความต้องการ ไม่มีนายหน้ามากดดัน แค่บอกงบ ทำเล และสิ่งที่ต้องการ ระบบจะจัดการให้ ประหยัดเวลา ได้ข้อมูลจริง และตัดสินใจได้ด้วยตัวเอง
ฝากข้อมูลแล้วอ่านบทความต่อได้เลย ทีมงานจะติดต่อกลับ