Guides
รู้จักสิทธิ์ของผู้เช่าและวิธีปกป้องตัวเองเมื่อเจ้าของคอนโดขอให้คืนห้องก่อนสัญญาหมดอายุ

สรุป
การถูกไล่ออกจากคอนโดก่อนหมดสัญญาเป็นปัญหาที่พบบ่อยในตลาดเช่า บทความนี้จะอธิบายสิทธิ์ของผู้เช่าตามกฎหมายไทย วิธีการปกป้องตัวเอง และการเยียวยาที่สามารถทำได้ห
เช้าวันนึงตื่นมาเจอข้อความจากเจ้าของคอนโดบอกว่า "ขอห้องคืนเดือนหน้านะ" ทั้งที่สัญญาเช่ายังเหลืออีกตั้ง 5 เดือน ใจคงหล่นไปอยู่ตาตุ่มเลยใช่ไหม? เรื่องนี้เกิดขึ้นบ่อยกว่าที่คิดในตลาดเช่าคอนโดกรุงเทพ โดยเฉพาะช่วงที่ราคาคอนโดพุ่ง เจ้าของบางคนอยากได้ผู้เช่ารายใหม่ที่จ่ายแพงกว่า หรืออยากขายคอนโดทิ้ง แล้วก็พยายามไล่ผู้เช่าออกก่อนกำหนด
แต่เดี๋ยวก่อน, คุณมีสิทธิ์ตามกฎหมายนะ ไม่ใช่ว่าเจ้าของจะไล่เมื่อไหร่ก็ได้ บทความนี้จะบอกหมดเลยว่าถ้าเป็นผู้เช่าถูกไล่ออกก่อนกำหนด คุณทำอะไรได้บ้าง สิทธิ์คุณอยู่ตรงไหน แล้วจะเรียกค่าเสียหายยังไง มาดูกันครับ
ตอบสั้นๆ เลย, ถ้าคุณไม่ได้ทำผิดสัญญา เจ้าของไม่มีสิทธิ์ไล่คุณออกก่อนหมดสัญญาเช่าครับ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 538 ถึง 571 สัญญาเช่าเป็นสัญญาที่ผูกพันทั้งสองฝ่าย เจ้าของต้องให้คุณอยู่จนครบกำหนดที่ตกลงกันไว้
นอกจากนี้ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ได้ออกประกาศเรื่องสัญญาเช่าอาคารเพื่ออยู่อาศัย พ.ศ. 2562 กำหนดชัดเจนว่าเจ้าของต้องแจ้งเหตุผลเป็นลายลักษณ์อักษร และต้องให้เวลาอย่างน้อย 30 วันก่อนบอกเลิกสัญญา แม้แต่ในกรณีที่ผู้เช่าทำผิดสัญญาจริงๆ
สิ่งที่เจ้าของคอนโดชอบอ้างเป็นเหตุผลในการไล่ เช่น "จะขายคอนโด" "ญาติจะมาอยู่" หรือ "จะรีโนเวท" พวกนี้ไม่ใช่เหตุผลที่ถูกต้องตามกฎหมายในการบอกเลิกสัญญาก่อนกำหนดครับ ถ้าเจ้าของอยากขายคอนโด ผู้ซื้อรายใหม่ก็ต้องรับสิทธิ์ของผู้เช่าไปด้วย
มีบางกรณีที่เจ้าของสามารถบอกเลิกสัญญาได้อย่างถูกต้อง คุณต้องรู้ไว้เพื่อไม่ให้เสียเปรียบ กรณีที่เจ้าของทำได้คือ, ผู้เช่าค้างค่าเช่า โดยทั่วไปถ้าค้างติดต่อกัน 2 เดือนขึ้นไป เจ้าของมีสิทธิ์บอกเลิกสัญญาได้หลังแจ้งเตือนเป็นลายลักษณ์อักษรแล้ว
กรณีที่สองคือผู้เช่าทำผิดสัญญาร้ายแรง เช่น เปลี่ยนห้องไปทำออฟฟิศโดยไม่ได้รับอนุญาต นำไปปล่อยเช่าช่วงต่อ สร้างความเสียหายร้ายแรงต่อห้อง หรือทำกิจกรรมผิดกฎหมายในห้อง พวกนี้เจ้าของมีเหตุบอกเลิกสัญญาได้
แต่ถ้าคุณจ่ายค่าเช่าตรงเวลา ดูแลห้องดี ไม่ได้ทำอะไรผิดสัญญา แล้วเจ้าของมาบอกให้ออก, คุณมีสิทธิ์เต็มที่ที่จะปฏิเสธและอยู่ต่อจนหมดสัญญาครับ
ขั้นตอนแรกเลย, อย่าตกใจ อย่ารีบย้ายออก หลายคนพอเจ้าของกดดันก็รีบแพ็คของ ซึ่งเท่ากับยอมรับการเลิกสัญญาไปโดยปริยาย ให้ตั้งสติก่อนแล้วทำตามนี้ครับ
อันดับแรก เก็บหลักฐานทุกอย่าง แคปหน้าจอแชท ถ่ายรูปจดหมาย อัดเสียง (ถ้าเจ้าของโทรมาบอก) ทุกอย่างที่แสดงว่าเจ้าของเป็นฝ่ายบอกเลิกสัญญาก่อน หลักฐานพวกนี้สำคัญมากถ้าต้องขึ้นศาลหรือเรียกค่าเสียหาย
อันดับสอง ตอบกลับเป็นลายลักษณ์อักษร ส่งข้อความหรือจดหมายแจ้งเจ้าของว่าคุณไม่ยินยอมให้เลิกสัญญา เพราะคุณไม่ได้ทำผิดข้อตกลงใดๆ อ้างอิงสัญญาเช่าข้อที่เกี่ยวข้อง และแจ้งว่าคุณประสงค์จะอยู่ต่อจนครบกำหนดสัญญา
อันดับสาม ถ้าเจ้าของยังกดดัน เช่น ตัดน้ำตัดไฟ เปลี่ยนล็อค หรือเข้ามาในห้องโดยไม่ได้รับอนุญาต, พฤติกรรมเหล่านี้ผิดกฎหมายครับ คุณสามารถแจ้งความได้เลย และเรียกค่าเสียหายเพิ่มเติมได้อีกด้วย
ถ้าเจ้าของบอกเลิกสัญญาโดยที่คุณไม่ได้ทำผิด คุณมีสิทธิ์เรียกร้องค่าเสียหายหลายรายการตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ดังนี้
เงินประกัน (ค่ามัดจำ) ต้องได้คืนเต็มจำนวน ถ้าห้องไม่มีความเสียหาย ตามกฎหมายเจ้าของต้องคืนภายใน 7 วันหลังส่งมอบห้อง ถ้าเจ้าของไม่คืน คุณฟ้องได้เลย โดยตลาดคอนโดกรุงเทพปัจจุบัน ค่ามัดจำปกติอยู่ที่ 2 เดือน สำหรับห้องราคาเช่า 15,000-25,000 บาทต่อเดือน เท่ากับมัดจำ 30,000-50,000 บาท ไม่ใช่เงินน้อยๆ เลย
นอกจากนี้คุณยังเรียกค่าเสียหายจากการผิดสัญญาได้ ซึ่งรวมถึงค่าขนย้าย ค่าเช่าที่พักชั่วคราว ส่วนต่างค่าเช่าที่ใหม่ที่แพงกว่า และค่าเสียเวลา ศาลจะพิจารณาตามความเหมาะสม แต่หลายคดีผู้เช่าได้ค่าชดเชยเท่ากับค่าเช่าที่เหลือในสัญญาเลยทีเดียว
ถ้าเจรจากันเองไม่สำเร็จ คุณมีหลายช่องทางที่ไปต่อได้ครับ ช่องทางแรกที่แนะนำคือ สคบ. (สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค) โทร 1166 ร้องเรียนได้ฟรี ไม่ต้องจ้างทนาย สคบ. จะช่วยไกล่เกลี่ยและกดดันเจ้าของให้ทำตามกฎหมาย
ช่องทางที่สองคือศาลแขวงหรือศาลแพ่ง สำหรับคดีที่มูลค่าไม่เกิน 300,000 บาท สามารถฟ้องที่ศาลแขวงได้ ค่าธรรมเนียมไม่แพง และกระบวนการค่อนข้างรวดเร็วกว่าศาลแพ่ง หลายคดีใช้เวลาแค่ 2-3 เดือนก็ตัดสิน
สำหรับชาวต่างชาติที่เช่าคอนโดในกรุงเทพ, คุณมีสิทธิ์เท่ากับคนไทยเลยนะครับ กฎหมายเช่าคุ้มครองทุกคนที่ทำสัญญาเช่าในประเทศไทย ไม่ว่าจะสัญชาติอะไร ถ้าสัญญาเขียนเป็นภาษาอังกฤษก็ใช้เป็นหลักฐานในศาลได้ แต่แนะนำให้มีฉบับแปลภาษาไทยประกอบด้วย
อีกช่องทางหนึ่งที่หลายคนไม่รู้คือ การส่งจดหมายบอกกล่าวทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับ ถึงเจ้าของคอนโด เป็นหลักฐานทางกฎหมายที่แข็งแรงมาก ระบุชัดเจนว่าคุณไม่ยินยอมเลิกสัญญาและขอให้เจ้าของปฏิบัติตามสัญญา
ดีกว่าแก้ปัญหาทีหลังคือป้องกันตั้งแต่แรก ก่อนเซ็นสัญญาเช่าคอนโดทุกครั้ง ให้เช็คเรื่องเหล่านี้ครับ
ข้อแรก อ่านสัญญาละเอียดทุกบรรทัด โดยเฉพาะข้อที่เกี่ยวกับการบอกเลิกสัญญา ถ้ามีข้อความว่า "เจ้าของมีสิทธิ์บอกเลิกสัญญาเมื่อใดก็ได้โดยแจ้งล่วงหน้า 30 วัน" ให้ขอตัดออกหรือแก้ไข เพราะข้อนี้เอาเปรียบผู้เช่าฝ่ายเดียว ตามประกาศ สคบ. ข้อสัญญาลักษณะนี้ถือว่าไม่เป็นธรรมและใช้บังคับไม่ได้
ข้อสอง เพิ่มข้อกำหนดค่าชดเชยในสัญญา ระบุไปเลยว่าถ้าเจ้าของเลิกสัญญาก่อนกำหนดโดยผู้เช่าไม่ได้ทำผิด เจ้าของต้องจ่ายค่าชดเชยเท่ากับค่าเช่า 2-3 เดือน บวกคืนเงินมัดจำทั้งหมด พอมีข้อนี้ในสัญญา เจ้าของจะคิดหนักก่อนไล่คุณออก
ข้อสาม ตรวจสอบเจ้าของก่อนเช่า ดูว่าเจ้าของเป็นเจ้าของจริงไหม ชื่อตรงกับโฉนดหรือหนังสือกรรมสิทธิ์ห้องชุดไหม ถ้าเช่าผ่านตัวแทน ต้องมีหนังสือมอบอำนาจ เรื่องนี้สำคัญมากเพราะถ้าคนที่ปล่อยเช่าไม่ใช่เจ้าของจริง สัญญาอาจมีปัญหาได้
ข้อสี่ ถ่ายรูปสภาพห้องก่อนเข้าอยู่ ทุกมุม ทุกรอยขีดข่วน ทุกรอยด่าง ส่งให้เจ้าของรับทราบเป็นลายลักษณ์อักษร เพื่อป้องกันปัญหาเรื่องหักเงินมัดจำตอนย้ายออก
สมมติว่าเจรจากันแล้วตกลงกันได้ว่าจะย้ายออก (โดยได้ค่าชดเชยที่เหมาะสม) ปัญหาถัดมาคือต้องหาที่อยู่ใหม่ให้ทันเวลา ซึ่งใครเคยหาคอนโดเช่าในกรุงเทพจะรู้ว่ามันเหนื่อยมาก ต้องนั่งไถแอปดูรูป นัดดูห้องทีละห้อง เจอนายหน้ากดดันให้จอง
เช้าวันนึงตื่นมาเจอข้อความจากเจ้าของคอนโดบอกว่า "ขอห้องคืนเดือนหน้านะ" ทั้งที่สัญญาเช่ายังเหลืออีกตั้ง 5 เดือน ใจคงหล่นไปอยู่ตาตุ่มเลยใช่ไหม? เรื่องนี้เกิดขึ้นบ่อยกว่าที่คิดในตลาดเช่าคอนโดกรุงเทพ โดยเฉพาะช่วงที่ราคาคอนโดพุ่ง เจ้าของบางคนอยากได้ผู้เช่ารายใหม่ที่จ่ายแพงกว่า หรืออยากขายคอนโดทิ้ง แล้วก็พยายามไล่ผู้เช่าออกก่อนกำหนด
แต่เดี๋ยวก่อน, คุณมีสิทธิ์ตามกฎหมายนะ ไม่ใช่ว่าเจ้าของจะไล่เมื่อไหร่ก็ได้ บทความนี้จะบอกหมดเลยว่าถ้าเป็นผู้เช่าถูกไล่ออกก่อนกำหนด คุณทำอะไรได้บ้าง สิทธิ์คุณอยู่ตรงไหน แล้วจะเรียกค่าเสียหายยังไง มาดูกันครับ
ตอบสั้นๆ เลย, ถ้าคุณไม่ได้ทำผิดสัญญา เจ้าของไม่มีสิทธิ์ไล่คุณออกก่อนหมดสัญญาเช่าครับ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 538 ถึง 571 สัญญาเช่าเป็นสัญญาที่ผูกพันทั้งสองฝ่าย เจ้าของต้องให้คุณอยู่จนครบกำหนดที่ตกลงกันไว้
นอกจากนี้ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ได้ออกประกาศเรื่องสัญญาเช่าอาคารเพื่ออยู่อาศัย พ.ศ. 2562 กำหนดชัดเจนว่าเจ้าของต้องแจ้งเหตุผลเป็นลายลักษณ์อักษร และต้องให้เวลาอย่างน้อย 30 วันก่อนบอกเลิกสัญญา แม้แต่ในกรณีที่ผู้เช่าทำผิดสัญญาจริงๆ
สิ่งที่เจ้าของคอนโดชอบอ้างเป็นเหตุผลในการไล่ เช่น "จะขายคอนโด" "ญาติจะมาอยู่" หรือ "จะรีโนเวท" พวกนี้ไม่ใช่เหตุผลที่ถูกต้องตามกฎหมายในการบอกเลิกสัญญาก่อนกำหนดครับ ถ้าเจ้าของอยากขายคอนโด ผู้ซื้อรายใหม่ก็ต้องรับสิทธิ์ของผู้เช่าไปด้วย
มีบางกรณีที่เจ้าของสามารถบอกเลิกสัญญาได้อย่างถูกต้อง คุณต้องรู้ไว้เพื่อไม่ให้เสียเปรียบ กรณีที่เจ้าของทำได้คือ, ผู้เช่าค้างค่าเช่า โดยทั่วไปถ้าค้างติดต่อกัน 2 เดือนขึ้นไป เจ้าของมีสิทธิ์บอกเลิกสัญญาได้หลังแจ้งเตือนเป็นลายลักษณ์อักษรแล้ว
กรณีที่สองคือผู้เช่าทำผิดสัญญาร้ายแรง เช่น เปลี่ยนห้องไปทำออฟฟิศโดยไม่ได้รับอนุญาต นำไปปล่อยเช่าช่วงต่อ สร้างความเสียหายร้ายแรงต่อห้อง หรือทำกิจกรรมผิดกฎหมายในห้อง พวกนี้เจ้าของมีเหตุบอกเลิกสัญญาได้
แต่ถ้าคุณจ่ายค่าเช่าตรงเวลา ดูแลห้องดี ไม่ได้ทำอะไรผิดสัญญา แล้วเจ้าของมาบอกให้ออก, คุณมีสิทธิ์เต็มที่ที่จะปฏิเสธและอยู่ต่อจนหมดสัญญาครับ
ขั้นตอนแรกเลย, อย่าตกใจ อย่ารีบย้ายออก หลายคนพอเจ้าของกดดันก็รีบแพ็คของ ซึ่งเท่ากับยอมรับการเลิกสัญญาไปโดยปริยาย ให้ตั้งสติก่อนแล้วทำตามนี้ครับ
อันดับแรก เก็บหลักฐานทุกอย่าง แคปหน้าจอแชท ถ่ายรูปจดหมาย อัดเสียง (ถ้าเจ้าของโทรมาบอก) ทุกอย่างที่แสดงว่าเจ้าของเป็นฝ่ายบอกเลิกสัญญาก่อน หลักฐานพวกนี้สำคัญมากถ้าต้องขึ้นศาลหรือเรียกค่าเสียหาย
อันดับสอง ตอบกลับเป็นลายลักษณ์อักษร ส่งข้อความหรือจดหมายแจ้งเจ้าของว่าคุณไม่ยินยอมให้เลิกสัญญา เพราะคุณไม่ได้ทำผิดข้อตกลงใดๆ อ้างอิงสัญญาเช่าข้อที่เกี่ยวข้อง และแจ้งว่าคุณประสงค์จะอยู่ต่อจนครบกำหนดสัญญา
อันดับสาม ถ้าเจ้าของยังกดดัน เช่น ตัดน้ำตัดไฟ เปลี่ยนล็อค หรือเข้ามาในห้องโดยไม่ได้รับอนุญาต, พฤติกรรมเหล่านี้ผิดกฎหมายครับ คุณสามารถแจ้งความได้เลย และเรียกค่าเสียหายเพิ่มเติมได้อีกด้วย
ถ้าเจ้าของบอกเลิกสัญญาโดยที่คุณไม่ได้ทำผิด คุณมีสิทธิ์เรียกร้องค่าเสียหายหลายรายการตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ดังนี้
เงินประกัน (ค่ามัดจำ) ต้องได้คืนเต็มจำนวน ถ้าห้องไม่มีความเสียหาย ตามกฎหมายเจ้าของต้องคืนภายใน 7 วันหลังส่งมอบห้อง ถ้าเจ้าของไม่คืน คุณฟ้องได้เลย โดยตลาดคอนโดกรุงเทพปัจจุบัน ค่ามัดจำปกติอยู่ที่ 2 เดือน สำหรับห้องราคาเช่า 15,000-25,000 บาทต่อเดือน เท่ากับมัดจำ 30,000-50,000 บาท ไม่ใช่เงินน้อยๆ เลย
นอกจากนี้คุณยังเรียกค่าเสียหายจากการผิดสัญญาได้ ซึ่งรวมถึงค่าขนย้าย ค่าเช่าที่พักชั่วคราว ส่วนต่างค่าเช่าที่ใหม่ที่แพงกว่า และค่าเสียเวลา ศาลจะพิจารณาตามความเหมาะสม แต่หลายคดีผู้เช่าได้ค่าชดเชยเท่ากับค่าเช่าที่เหลือในสัญญาเลยทีเดียว
ถ้าเจรจากันเองไม่สำเร็จ คุณมีหลายช่องทางที่ไปต่อได้ครับ ช่องทางแรกที่แนะนำคือ สคบ. (สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค) โทร 1166 ร้องเรียนได้ฟรี ไม่ต้องจ้างทนาย สคบ. จะช่วยไกล่เกลี่ยและกดดันเจ้าของให้ทำตามกฎหมาย
ฝากข้อมูลแล้วอ่านบทความต่อได้เลย ทีมงานจะติดต่อกลับ
ช่องทางที่สองคือศาลแขวงหรือศาลแพ่ง สำหรับคดีที่มูลค่าไม่เกิน 300,000 บาท สามารถฟ้องที่ศาลแขวงได้ ค่าธรรมเนียมไม่แพง และกระบวนการค่อนข้างรวดเร็วกว่าศาลแพ่ง หลายคดีใช้เวลาแค่ 2-3 เดือนก็ตัดสิน
สำหรับชาวต่างชาติที่เช่าคอนโดในกรุงเทพ, คุณมีสิทธิ์เท่ากับคนไทยเลยนะครับ กฎหมายเช่าคุ้มครองทุกคนที่ทำสัญญาเช่าในประเทศไทย ไม่ว่าจะสัญชาติอะไร ถ้าสัญญาเขียนเป็นภาษาอังกฤษก็ใช้เป็นหลักฐานในศาลได้ แต่แนะนำให้มีฉบับแปลภาษาไทยประกอบด้วย
อีกช่องทางหนึ่งที่หลายคนไม่รู้คือ การส่งจดหมายบอกกล่าวทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับ ถึงเจ้าของคอนโด เป็นหลักฐานทางกฎหมายที่แข็งแรงมาก ระบุชัดเจนว่าคุณไม่ยินยอมเลิกสัญญาและขอให้เจ้าของปฏิบัติตามสัญญา
ดีกว่าแก้ปัญหาทีหลังคือป้องกันตั้งแต่แรก ก่อนเซ็นสัญญาเช่าคอนโดทุกครั้ง ให้เช็คเรื่องเหล่านี้ครับ
ข้อแรก อ่านสัญญาละเอียดทุกบรรทัด โดยเฉพาะข้อที่เกี่ยวกับการบอกเลิกสัญญา ถ้ามีข้อความว่า "เจ้าของมีสิทธิ์บอกเลิกสัญญาเมื่อใดก็ได้โดยแจ้งล่วงหน้า 30 วัน" ให้ขอตัดออกหรือแก้ไข เพราะข้อนี้เอาเปรียบผู้เช่าฝ่ายเดียว ตามประกาศ สคบ. ข้อสัญญาลักษณะนี้ถือว่าไม่เป็นธรรมและใช้บังคับไม่ได้
ข้อสอง เพิ่มข้อกำหนดค่าชดเชยในสัญญา ระบุไปเลยว่าถ้าเจ้าของเลิกสัญญาก่อนกำหนดโดยผู้เช่าไม่ได้ทำผิด เจ้าของต้องจ่ายค่าชดเชยเท่ากับค่าเช่า 2-3 เดือน บวกคืนเงินมัดจำทั้งหมด พอมีข้อนี้ในสัญญา เจ้าของจะคิดหนักก่อนไล่คุณออก
ข้อสาม ตรวจสอบเจ้าของก่อนเช่า ดูว่าเจ้าของเป็นเจ้าของจริงไหม ชื่อตรงกับโฉนดหรือหนังสือกรรมสิทธิ์ห้องชุดไหม ถ้าเช่าผ่านตัวแทน ต้องมีหนังสือมอบอำนาจ เรื่องนี้สำคัญมากเพราะถ้าคนที่ปล่อยเช่าไม่ใช่เจ้าของจริง สัญญาอาจมีปัญหาได้
ข้อสี่ ถ่ายรูปสภาพห้องก่อนเข้าอยู่ ทุกมุม ทุกรอยขีดข่วน ทุกรอยด่าง ส่งให้เจ้าของรับทราบเป็นลายลักษณ์อักษร เพื่อป้องกันปัญหาเรื่องหักเงินมัดจำตอนย้ายออก
สมมติว่าเจรจากันแล้วตกลงกันได้ว่าจะย้ายออก (โดยได้ค่าชดเชยที่เหมาะสม) ปัญหาถัดมาคือต้องหาที่อยู่ใหม่ให้ทันเวลา ซึ่งใครเคยหาคอนโดเช่าในกรุงเทพจะรู้ว่ามันเหนื่อยมาก ต้องนั่งไถแอปดูรูป นัดดูห้องทีละห้อง เจอนายหน้ากดดันให้จอง
Guides · โดย ทีมบรรณาธิการ Superagentค่าใช้จ่ายซ่อนเร้นในการเช่าคอนโดกรุงเทพฯ ที่ไม่มีใครบอกคุณค่าเช่าคอนโดกรุงเทพฯ ดูเหมือนไม่แพงจนกว่าจะถึงเดือนแรก นี่คือค่าใช้จ่ายจริงที่อยู่นอกเหนือตัวเลขหลักที่ทำให้ผู้เช่าส่วนใหญ่ตกใจ25 พ.ค. 25691 นาที
Guides · โดย ทีมบรรณาธิการ Superagentคอนโดกรุงเทพฯ ที่ว่างนานบอกอะไรคุณบ้างคอนโดกรุงเทพฯ ที่ว่างนานหลายเดือนอาจบ่งชี้ถึงราคาสูงเกิน ปัญหาเจ้าของ หรือปัญหาจริงในห้อง มาเรียนรู้วิธีอ่านสัญญาณเหล่านี้25 พ.ค. 25691 นาที
Guides · โดย ทีมบรรณาธิการ Superagentสัญญาณอันตรายในสัญญาเช่าคอนโดกรุงเทพฯ ที่ควรระวังสัญญาเช่าในกรุงเทพฯ มักซ่อนข้อกำหนดที่เสี่ยง นี่คือสัญญาณอันตรายที่ผู้เช่าทุกคนต้องตรวจพบก่อนเซ็นสัญญา25 พ.ค. 25691 นาที
Guides · โดย ทีมบรรณาธิการ Superagentทำงานออนไลน์จากคอนโด: เลือกห้องอย่างไรให้ทำงานได้ดีที่สุดการทำงานออนไลน์จากคอนโดต้องเลือกห้องให้ดี เพราะไม่ใช่ทุกห้องเหมาะกับงาน 8-10 ชั่วโมง บทความนี้บอกวิธีเลือกคอนโดมีเน็ตดี พื้นที่กว้าง และเงียบเหมาะสำหรับการ9 พ.ค. 25691 นาที