Guides
ค่าสาธารณูปโภคในคอนโดเช่ามักสูงกว่าคาด เรียนรู้วิธีคำนวณและตรวจสอบความสมเหตุสมผลของค่าน้ำค่าไฟ

สรุป
คอนโดเช่าค่าเช่าดีมาก แต่ค่าน้ำค่าไฟเกินคาด? บทความนี้อธิบายวิธีคำนวณค่าสาธารณูปโภค ราคาปกติในกรุงเทพ และวิธีตรวจสอบว่าคุณเสียค่าใช้จ่ายมากเกินไปหรือไม่ เพ
ใครเคยเจอบ้าง? เช่าคอนโดราคาดีมาก ค่าเช่าเดือนละ 12,000 บาท แต่พอเปิดบิลค่าน้ำค่าไฟเดือนแรก ตกใจกันเลย, ค่าไฟยูนิตละ 8-9 บาท ค่าน้ำยูนิตละ 25 บาท รวมแล้วค่าสาธารณูปโภคเกือบ 4,000-5,000 บาทต่อเดือน เรื่องนี้เป็นปัญหาคลาสสิกที่ผู้เช่าคอนโดในกรุงเทพเจอกันบ่อยมาก โดยเฉพาะชาวต่างชาติที่ยังไม่คุ้นเคยกับระบบ
บทความนี้จะพาคุณไปทำความเข้าใจแบบหมดเปลือก ว่าค่าน้ำค่าไฟในคอนโดเช่าคิดยังไง อัตราจริงที่ควรจ่ายเท่าไหร่ เจ้าของห้องเก็บเกินราคาได้ไหม และถ้าเจอเรียกเกินจะทำอย่างไร มาลุยกันเลย
ก่อนอื่นต้องเข้าใจก่อนว่า ค่าไฟฟ้าในประเทศไทยมี 2 แบบ คือ อัตราจากการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) โดยตรง กับอัตราที่เจ้าของห้องหรือนิติบุคคลเรียกเก็บ ซึ่งมักจะแพงกว่า
อัตราค่าไฟจาก กฟน. สำหรับที่อยู่อาศัยแบบก้าวหน้า (progressive rate) เฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 3.50-4.20 บาทต่อยูนิต ขึ้นอยู่กับปริมาณการใช้งาน แต่ในตลาดเช่าคอนโดกรุงเทพ เจ้าของห้องส่วนใหญ่จะเรียกเก็บแบบเหมายูนิตละ 6-9 บาท บางรายถึง 10 บาท
ทำไมถึงเป็นแบบนั้น? เพราะมิเตอร์ไฟฟ้าของคอนโดส่วนใหญ่มี 2 ระบบ ถ้าเป็นมิเตอร์ตรงของ กฟน. (มิเตอร์ส่วนตัว) ผู้เช่าจะจ่ายในอัตราของ กฟน. โดยตรง ซึ่งถูกกว่ามาก แต่ถ้าเป็นมิเตอร์ย่อยของนิติบุคคล (sub-meter) ทางนิติจะซื้อไฟมาในอัตราเชิงพาณิชย์แล้วบวกค่าบริหารจัดการ จึงแพงกว่า
เวลาเลือกคอนโดเช่า ให้ถามให้ชัดว่า "ห้องนี้ใช้มิเตอร์ กฟน. หรือมิเตอร์ย่อย?" อันนี้คือจุดที่ประหยัดเงินได้เดือนละ 1,000-2,000 บาทเลย
หลักการเดียวกับค่าไฟ คือมีอัตราจริงจากการประปานครหลวง (กปน.) กับอัตราที่เจ้าของห้องหรือนิติบุคคลเรียกเก็บ อัตราน้ำประปาจาก กปน. สำหรับที่อยู่อาศัยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 15.81-21.20 บาทต่อยูนิต (ยูนิตละ 1 ลูกบาศก์เมตร)
แต่ในคอนโดเช่า เจ้าของห้องมักเรียกเก็บยูนิตละ 18-25 บาท บางแห่งถึง 30 บาท เหตุผลคือคอนโดส่วนใหญ่ใช้ระบบมิเตอร์ย่อยเหมือนกัน นิติบุคคลรับน้ำมาจาก กปน. แล้วบวกค่าบำรุงรักษาระบบน้ำของตึก
ค่าน้ำมักไม่แพงเท่าค่าไฟ เพราะคนอยู่คอนโดใช้น้ำเฉลี่ยประมาณ 3-8 ยูนิตต่อเดือน ค่าน้ำจึงตกเดือนละ 100-200 บาทเท่านั้น ไม่ค่อยมีใครร้องเรียนเรื่องค่าน้ำเท่ากับค่าไฟ
คำถามนี้คนถามกันเยอะมาก ตอบสั้น ๆ ว่า ถ้าเป็นคอนโดมิเนียมที่จดทะเบียนอาคารชุดตาม พ.ร.บ. อาคารชุด เจ้าของห้องมีสิทธิ์กำหนดอัตราค่าน้ำค่าไฟในสัญญาเช่าได้ตามที่ตกลงกัน ไม่ผิดกฎหมาย เพราะถือว่าเป็นข้อตกลงระหว่างเอกชน
แต่ถ้าเป็นอพาร์ตเมนต์หรือหอพัก สถานการณ์ต่างออกไป คณะกรรมการว่าด้วยสัญญา สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) กำหนดไว้ชัดเจนว่า ห้ามเรียกเก็บค่าไฟเกินอัตราที่การไฟฟ้าเรียกเก็บ และห้ามเรียกเก็บค่าน้ำเกินอัตราที่การประปาเรียกเก็บ ฝ่าฝืนมีโทษปรับ
สรุปง่าย ๆ คอนโดจดทะเบียน = ตกลงกันเอง อพาร์ตเมนต์/หอพัก = เก็บเกินไม่ได้ ดังนั้นผู้เช่าคอนโดต้องอ่านสัญญาให้ดีก่อนเซ็น เพราะถ้าเซ็นไปแล้ว ถือว่ายอมรับอัตราที่ตกลง
เรามาดูตัวเลขจริงกันบ้าง จากประสบการณ์และข้อมูลในตลาดเช่าคอนโดกรุงเทพ คนอยู่คนเดียวในห้อง 1 bedroom ขนาด 28-35 ตร.ม. เปิดแอร์วันละ 8-10 ชม. ค่าไฟตกเดือนละประมาณ 1,500-2,500 บาท (ถ้ามิเตอร์ กฟน.) หรือ 2,500-4,000 บาท (ถ้ามิเตอร์ย่อยยูนิตละ 7-8 บาท)
ส่วนค่าน้ำอยู่ที่ประมาณ 80-200 บาทต่อเดือน ไม่ค่อยเป็นปัญหา ที่ต้องระวังจริง ๆ คือค่าไฟ โดยเฉพาะหน้าร้อนเดือนมีนาคม-พฤษภาคม ค่าไฟพุ่งขึ้นได้ 30-50% เพราะแอร์ทำงานหนัก
ข้อแรกเลย ถามเรื่องมิเตอร์ก่อนเสมอ ถ้าคอนโดมีมิเตอร์ กฟน. ส่วนตัว ให้เจรจาขอจ่ายตามบิล กฟน. โดยตรง เจ้าของห้องหลายคนยอมถ้าผู้เช่าขอ เพราะเขาก็ไม่ได้อยากมานั่งเก็บค่าไฟเอง คอนโดใหม่ ๆ อย่าง The Line สุขุมวิท 101 ใกล้สถานี BTS ปุณณวิถี หรือ Whizdom Essence สุขุมวิท 101 ใกล้สถานี BTS ปุณณวิถี ส่วนใหญ่มีมิเตอร์ กฟน. แยกรายห้องแล้ว
ข้อสอง ถ้าเจ้าของยืนยันเก็บแบบเหมายูนิต ลองต่อรองให้ลงมาที่ 5-6 บาทต่อยูนิต ไม่ใช่ 8-9 บาท อธิบายว่าเราหาข้อมูลมาแล้ว และเสนอว่าถ้าอัตราค่าไฟถูกลง เราอาจเช่ายาวขึ้น เจ้าของห้องหลายคนยอมลดได้
ข้อสาม ให้ระบุอัตราค่าน้ำค่าไฟในสัญญาเช่าให้ชัดเจน อย่าปล่อยให้เป็นข้อตกลงปากเปล่า เขียนไว้ดำ ๆ ขาว ๆ ว่ายูนิตละเท่าไหร่ คิดจากมิเตอร์ไหน ออกบิลวันไหน ป้องกันปัญหาภายหลัง
ข้อสี่ ลองขอดูบิลค่าไฟของห้องนั้นย้อนหลัง 3-6 เดือน จะได้ประเมินได้ว่าค่าไฟจริงต่อเดือนตกเท่าไหร่ ห้องที่หันทิศตะวันตกมักค่าไฟแพงกว่าเพราะแดดส่องเข้ามาตอนบ่าย แอร์ทำงานหนักกว่า
แอร์คือตัวการหลักที่กินไฟมากที่สุด คิดเป็น 60-70% ของค่าไฟทั้งหมด ตั้งอุณหภูมิที่ 25-26 องศาแทน 22-23 องศา ประหยัดไฟได้ 10-15% ต่อเดือน เปิดโหมด timer ปิดอัตโนมัติตอนนอนหลับก็ช่วยได้เยอะ
เครื่องทำน้ำอุ่นเป็นอีกตัวที่กินไฟ ถ้าอากาศไม่หนาวจริง ลองอาบน้ำธรรมดาบ้าง หรือเลือกห้องที่มีเครื่องทำน้ำอุ่นแบบ solar หรือ heat pump ที่ประหยัดกว่า
ปิดไฟ ถอดปลั๊ก เปลี่ยนหลอดเป็น LED เรื่องพื้นฐานแต่ได้ผลจริง คนที่ทำครบทุกอย่าง ค่าไฟลดลงเดือนละ 500-800 บาทสบาย ๆ
เลือกห้องชั้นสูง ๆ ที่ลมเย็นพัดผ่าน หรือห้องที่หันทิศเหนือ-ทิศตะวันออก จะเย็นกว่า เปิดแอร์น้อยกว่า คอนโดย่านพระราม 9 ใกล้สถานี MRT พระราม 9 อย่าง Life Asoke-Rama 9 หรือ The Base Garden พระราม 9 มีหลายห้องที่ลมถ่ายดี ค่าไฟไม่โหดเท่าที่คิด
เวลาเปรียบเทียบคอนโดเช่า อย่ามองแค่ค่าเช่ารายเดือน ต้องบวกค่าน้ำค่าไฟเข้าไปด้วยเสมอ ห้องที่ค่าเช่า 12,000 บาทแต่ค่าไฟยูนิตละ 9 บาท อาจแพงกว่าห้องที่ค่าเช่า 14,000 บาทแต่มีมิเตอร์ กฟน. ตรง ผลต่างค่าไฟอาจถึง 2,000 บาทต่อเดือน ทำให้ต้นทุนรวมใกล้เคียงกัน หรือห้องที่แพงกว่ากลับถูกกว่าจริงในระยะยาว
สิ่งสำคัญคือ ถามให้ชัด เจรจาให้ได้ และเขียนทุกอย่างไว้ในสัญญา อย่าเกรงใจ เพราะเงินเดือนละ 2,000-3,000 บาทที่ประหยัดได้จากค่าสาธารณูปโภค คือเงินที่เอาไปทำอย่างอื่นได้อีกเยอะ
ถ้ากำลังหาคอนโดเช่าในกรุงเทพและอยากเปรียบเทียบทุกรายละเอียดรวมถึงค่าน้ำค่าไฟ ลองใช้ Superagent ที่ superagent.co ดู แพลตฟอร์ม AI รายแรกในไทยที่ช่วยหาคอนโดเช่าให้ตรงใจ บอกงบ บอกย่าน บอกความต้องการ แล้ว AI จะจัดตัวเลือกให้เลย ไม่มีนายหน้ามากดดัน ไม่ต้องไถฟีดเองทีละร้อยห้อง ประหยัดเวลาไปทำเรื่องสำคัญอย่างอื่นได้เลย
ใครเคยเจอบ้าง? เช่าคอนโดราคาดีมาก ค่าเช่าเดือนละ 12,000 บาท แต่พอเปิดบิลค่าน้ำค่าไฟเดือนแรก ตกใจกันเลย, ค่าไฟยูนิตละ 8-9 บาท ค่าน้ำยูนิตละ 25 บาท รวมแล้วค่าสาธารณูปโภคเกือบ 4,000-5,000 บาทต่อเดือน เรื่องนี้เป็นปัญหาคลาสสิกที่ผู้เช่าคอนโดในกรุงเทพเจอกันบ่อยมาก โดยเฉพาะชาวต่างชาติที่ยังไม่คุ้นเคยกับระบบ
บทความนี้จะพาคุณไปทำความเข้าใจแบบหมดเปลือก ว่าค่าน้ำค่าไฟในคอนโดเช่าคิดยังไง อัตราจริงที่ควรจ่ายเท่าไหร่ เจ้าของห้องเก็บเกินราคาได้ไหม และถ้าเจอเรียกเกินจะทำอย่างไร มาลุยกันเลย
ก่อนอื่นต้องเข้าใจก่อนว่า ค่าไฟฟ้าในประเทศไทยมี 2 แบบ คือ อัตราจากการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) โดยตรง กับอัตราที่เจ้าของห้องหรือนิติบุคคลเรียกเก็บ ซึ่งมักจะแพงกว่า
อัตราค่าไฟจาก กฟน. สำหรับที่อยู่อาศัยแบบก้าวหน้า (progressive rate) เฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 3.50-4.20 บาทต่อยูนิต ขึ้นอยู่กับปริมาณการใช้งาน แต่ในตลาดเช่าคอนโดกรุงเทพ เจ้าของห้องส่วนใหญ่จะเรียกเก็บแบบเหมายูนิตละ 6-9 บาท บางรายถึง 10 บาท
ทำไมถึงเป็นแบบนั้น? เพราะมิเตอร์ไฟฟ้าของคอนโดส่วนใหญ่มี 2 ระบบ ถ้าเป็นมิเตอร์ตรงของ กฟน. (มิเตอร์ส่วนตัว) ผู้เช่าจะจ่ายในอัตราของ กฟน. โดยตรง ซึ่งถูกกว่ามาก แต่ถ้าเป็นมิเตอร์ย่อยของนิติบุคคล (sub-meter) ทางนิติจะซื้อไฟมาในอัตราเชิงพาณิชย์แล้วบวกค่าบริหารจัดการ จึงแพงกว่า
เวลาเลือกคอนโดเช่า ให้ถามให้ชัดว่า "ห้องนี้ใช้มิเตอร์ กฟน. หรือมิเตอร์ย่อย?" อันนี้คือจุดที่ประหยัดเงินได้เดือนละ 1,000-2,000 บาทเลย
หลักการเดียวกับค่าไฟ คือมีอัตราจริงจากการประปานครหลวง (กปน.) กับอัตราที่เจ้าของห้องหรือนิติบุคคลเรียกเก็บ อัตราน้ำประปาจาก กปน. สำหรับที่อยู่อาศัยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 15.81-21.20 บาทต่อยูนิต (ยูนิตละ 1 ลูกบาศก์เมตร)
แต่ในคอนโดเช่า เจ้าของห้องมักเรียกเก็บยูนิตละ 18-25 บาท บางแห่งถึง 30 บาท เหตุผลคือคอนโดส่วนใหญ่ใช้ระบบมิเตอร์ย่อยเหมือนกัน นิติบุคคลรับน้ำมาจาก กปน. แล้วบวกค่าบำรุงรักษาระบบน้ำของตึก
ค่าน้ำมักไม่แพงเท่าค่าไฟ เพราะคนอยู่คอนโดใช้น้ำเฉลี่ยประมาณ 3-8 ยูนิตต่อเดือน ค่าน้ำจึงตกเดือนละ 100-200 บาทเท่านั้น ไม่ค่อยมีใครร้องเรียนเรื่องค่าน้ำเท่ากับค่าไฟ
คำถามนี้คนถามกันเยอะมาก ตอบสั้น ๆ ว่า ถ้าเป็นคอนโดมิเนียมที่จดทะเบียนอาคารชุดตาม พ.ร.บ. อาคารชุด เจ้าของห้องมีสิทธิ์กำหนดอัตราค่าน้ำค่าไฟในสัญญาเช่าได้ตามที่ตกลงกัน ไม่ผิดกฎหมาย เพราะถือว่าเป็นข้อตกลงระหว่างเอกชน
แต่ถ้าเป็นอพาร์ตเมนต์หรือหอพัก สถานการณ์ต่างออกไป คณะกรรมการว่าด้วยสัญญา สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) กำหนดไว้ชัดเจนว่า ห้ามเรียกเก็บค่าไฟเกินอัตราที่การไฟฟ้าเรียกเก็บ และห้ามเรียกเก็บค่าน้ำเกินอัตราที่การประปาเรียกเก็บ ฝ่าฝืนมีโทษปรับ
สรุปง่าย ๆ คอนโดจดทะเบียน = ตกลงกันเอง อพาร์ตเมนต์/หอพัก = เก็บเกินไม่ได้ ดังนั้นผู้เช่าคอนโดต้องอ่านสัญญาให้ดีก่อนเซ็น เพราะถ้าเซ็นไปแล้ว ถือว่ายอมรับอัตราที่ตกลง
เรามาดูตัวเลขจริงกันบ้าง จากประสบการณ์และข้อมูลในตลาดเช่าคอนโดกรุงเทพ คนอยู่คนเดียวในห้อง 1 bedroom ขนาด 28-35 ตร.ม. เปิดแอร์วันละ 8-10 ชม. ค่าไฟตกเดือนละประมาณ 1,500-2,500 บาท (ถ้ามิเตอร์ กฟน.) หรือ 2,500-4,000 บาท (ถ้ามิเตอร์ย่อยยูนิตละ 7-8 บาท)
ส่วนค่าน้ำอยู่ที่ประมาณ 80-200 บาทต่อเดือน ไม่ค่อยเป็นปัญหา ที่ต้องระวังจริง ๆ คือค่าไฟ โดยเฉพาะหน้าร้อนเดือนมีนาคม-พฤษภาคม ค่าไฟพุ่งขึ้นได้ 30-50% เพราะแอร์ทำงานหนัก
ข้อแรกเลย ถามเรื่องมิเตอร์ก่อนเสมอ ถ้าคอนโดมีมิเตอร์ กฟน. ส่วนตัว ให้เจรจาขอจ่ายตามบิล กฟน. โดยตรง เจ้าของห้องหลายคนยอมถ้าผู้เช่าขอ เพราะเขาก็ไม่ได้อยากมานั่งเก็บค่าไฟเอง คอนโดใหม่ ๆ อย่าง The Line สุขุมวิท 101 ใกล้สถานี BTS ปุณณวิถี หรือ Whizdom Essence สุขุมวิท 101 ใกล้สถานี BTS ปุณณวิถี ส่วนใหญ่มีมิเตอร์ กฟน. แยกรายห้องแล้ว
ฝากข้อมูลแล้วอ่านบทความต่อได้เลย ทีมงานจะติดต่อกลับ
ข้อสอง ถ้าเจ้าของยืนยันเก็บแบบเหมายูนิต ลองต่อรองให้ลงมาที่ 5-6 บาทต่อยูนิต ไม่ใช่ 8-9 บาท อธิบายว่าเราหาข้อมูลมาแล้ว และเสนอว่าถ้าอัตราค่าไฟถูกลง เราอาจเช่ายาวขึ้น เจ้าของห้องหลายคนยอมลดได้
ข้อสาม ให้ระบุอัตราค่าน้ำค่าไฟในสัญญาเช่าให้ชัดเจน อย่าปล่อยให้เป็นข้อตกลงปากเปล่า เขียนไว้ดำ ๆ ขาว ๆ ว่ายูนิตละเท่าไหร่ คิดจากมิเตอร์ไหน ออกบิลวันไหน ป้องกันปัญหาภายหลัง
ข้อสี่ ลองขอดูบิลค่าไฟของห้องนั้นย้อนหลัง 3-6 เดือน จะได้ประเมินได้ว่าค่าไฟจริงต่อเดือนตกเท่าไหร่ ห้องที่หันทิศตะวันตกมักค่าไฟแพงกว่าเพราะแดดส่องเข้ามาตอนบ่าย แอร์ทำงานหนักกว่า
แอร์คือตัวการหลักที่กินไฟมากที่สุด คิดเป็น 60-70% ของค่าไฟทั้งหมด ตั้งอุณหภูมิที่ 25-26 องศาแทน 22-23 องศา ประหยัดไฟได้ 10-15% ต่อเดือน เปิดโหมด timer ปิดอัตโนมัติตอนนอนหลับก็ช่วยได้เยอะ
เครื่องทำน้ำอุ่นเป็นอีกตัวที่กินไฟ ถ้าอากาศไม่หนาวจริง ลองอาบน้ำธรรมดาบ้าง หรือเลือกห้องที่มีเครื่องทำน้ำอุ่นแบบ solar หรือ heat pump ที่ประหยัดกว่า
ปิดไฟ ถอดปลั๊ก เปลี่ยนหลอดเป็น LED เรื่องพื้นฐานแต่ได้ผลจริง คนที่ทำครบทุกอย่าง ค่าไฟลดลงเดือนละ 500-800 บาทสบาย ๆ
เลือกห้องชั้นสูง ๆ ที่ลมเย็นพัดผ่าน หรือห้องที่หันทิศเหนือ-ทิศตะวันออก จะเย็นกว่า เปิดแอร์น้อยกว่า คอนโดย่านพระราม 9 ใกล้สถานี MRT พระราม 9 อย่าง Life Asoke-Rama 9 หรือ The Base Garden พระราม 9 มีหลายห้องที่ลมถ่ายดี ค่าไฟไม่โหดเท่าที่คิด
เวลาเปรียบเทียบคอนโดเช่า อย่ามองแค่ค่าเช่ารายเดือน ต้องบวกค่าน้ำค่าไฟเข้าไปด้วยเสมอ ห้องที่ค่าเช่า 12,000 บาทแต่ค่าไฟยูนิตละ 9 บาท อาจแพงกว่าห้องที่ค่าเช่า 14,000 บาทแต่มีมิเตอร์ กฟน. ตรง ผลต่างค่าไฟอาจถึง 2,000 บาทต่อเดือน ทำให้ต้นทุนรวมใกล้เคียงกัน หรือห้องที่แพงกว่ากลับถูกกว่าจริงในระยะยาว
สิ่งสำคัญคือ ถามให้ชัด เจรจาให้ได้ และเขียนทุกอย่างไว้ในสัญญา อย่าเกรงใจ เพราะเงินเดือนละ 2,000-3,000 บาทที่ประหยัดได้จากค่าสาธารณูปโภค คือเงินที่เอาไปทำอย่างอื่นได้อีกเยอะ
ถ้ากำลังหาคอนโดเช่าในกรุงเทพและอยากเปรียบเทียบทุกรายละเอียดรวมถึงค่าน้ำค่าไฟ ลองใช้ Superagent ที่ superagent.co ดู แพลตฟอร์ม AI รายแรกในไทยที่ช่วยหาคอนโดเช่าให้ตรงใจ บอกงบ บอกย่าน บอกความต้องการ แล้ว AI จะจัดตัวเลือกให้เลย ไม่มีนายหน้ามากดดัน ไม่ต้องไถฟีดเองทีละร้อยห้อง ประหยัดเวลาไปทำเรื่องสำคัญอย่างอื่นได้เลย
Guides · โดย ทีมบรรณาธิการ Superagentค่าใช้จ่ายซ่อนเร้นในการเช่าคอนโดกรุงเทพฯ ที่ไม่มีใครบอกคุณค่าเช่าคอนโดกรุงเทพฯ ดูเหมือนไม่แพงจนกว่าจะถึงเดือนแรก นี่คือค่าใช้จ่ายจริงที่อยู่นอกเหนือตัวเลขหลักที่ทำให้ผู้เช่าส่วนใหญ่ตกใจ25 พ.ค. 25691 นาที
Guides · โดย ทีมบรรณาธิการ Superagentคอนโดกรุงเทพฯ ที่ว่างนานบอกอะไรคุณบ้างคอนโดกรุงเทพฯ ที่ว่างนานหลายเดือนอาจบ่งชี้ถึงราคาสูงเกิน ปัญหาเจ้าของ หรือปัญหาจริงในห้อง มาเรียนรู้วิธีอ่านสัญญาณเหล่านี้25 พ.ค. 25691 นาที
Guides · โดย ทีมบรรณาธิการ Superagentสัญญาณอันตรายในสัญญาเช่าคอนโดกรุงเทพฯ ที่ควรระวังสัญญาเช่าในกรุงเทพฯ มักซ่อนข้อกำหนดที่เสี่ยง นี่คือสัญญาณอันตรายที่ผู้เช่าทุกคนต้องตรวจพบก่อนเซ็นสัญญา25 พ.ค. 25691 นาที
Guides · โดย ทีมบรรณาธิการ Superagentทำงานออนไลน์จากคอนโด: เลือกห้องอย่างไรให้ทำงานได้ดีที่สุดการทำงานออนไลน์จากคอนโดต้องเลือกห้องให้ดี เพราะไม่ใช่ทุกห้องเหมาะกับงาน 8-10 ชั่วโมง บทความนี้บอกวิธีเลือกคอนโดมีเน็ตดี พื้นที่กว้าง และเงียบเหมาะสำหรับการ9 พ.ค. 25691 นาที